จัดระเบียบพื้นที่ลงทุน บีโอไอจี้แยกโซนผลิต เพิ่มประสิทธิภาพอุตฯ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จัดระเบียบการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมแต่ละสาขาให้อยู่ในบริเวณจังหวัดใกล้เคียงกัน พร้อมทั้งปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นักลงทุนที่ตั้งโรงงานแต่ละจังหวัด หากพื้นที่ใดเหมาะสมกับอุตสาหกรรมที่ต้องการส่งเสริมเป็นพิเศษก็จะให้สิทธิประโยชน์ที่สูง เช่น จังหวัดที่ปลูกยางพาราจำนวนมาก ก็จะส่งเสริมการตั้งอุตสาหกรรมโรงงานผลิตยางรถยนต์ หรือเป็นแหล่งปลูกผลไม้เน้นการแปรรูปการเกษตร
          “ช่วง 3-4 เดือนนี้อยู่ในช่วงระหว่างการเลือกตั้งเพื่อหารัฐบาลใหม่ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของบีโอไอที่จะดำเนินการได้อย่างเต็มที่ เพราะปลอดจากการเมือง เบื้องต้นมั่นใจว่าการจัดโซนลักษณะนี้จะสามารถผลักดันให้อุตสาหกรรมแต่ละสาขาให้เกิดได้แบบครบวงจรและสามารถลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย เนื่องจากมีทั้งวัตถุดิบและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องเข้ามาลงทุนในบริเวณเดียวกันหมด ที่สำคัญสามารถช่วยการจ้างงานคนในพื้นที่”
          รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม แจ้งว่า ในวันที่ 11 เม.ย. นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยมีการเสนอนโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุดและพื้นที่อื่นในจังหวัดระยอง เพื่อส่งเสริมให้มีการควบคุม และดูแลสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น เช่น หากโครงการลงทุนใดปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่ายเกินกว่ากำหนดและไม่มีแนวทางป้องกันจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จาก บีโอไอ แต่ผู้ประกอบการยังเดินหน้าลงทุนได้เหมือนเดิม
          ส่วนการลงทุนในโครงการใหม่และโครงการขยายกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ที่มีแนวทางส่งเสริมให้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีการปรับปรุงโครงการเดิมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก็จะพิจารณาให้สิทธิประโยชน์เป็นราย ๆ ไป
          “กิจการเดิมที่มีการลงทุนปรับเปลี่ยน เครื่องจักรเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว หากมีการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพก็จะได้รับสิทธิและประโยชน์เพิ่มในส่วนของการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็น 8 ปี จากเดิมสามารถยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี โดยเปิดให้โครงการที่ดำเนินการอยู่เดิมสามารถยื่นขอรับสิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมได้”
          นอกจากนี้จะมีการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนรวมทั้งสิ้น 14 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 32,000 ล้านบาท เช่น กิจการผลิตเครื่องยนต์การเกษตรของบริษัท เครือ สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด ลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท, บริษัท กำแพงเพชร ไบโอเอนเนอยี จำกัด ได้รับการส่งเสริมการลงทุนผลิตไฟฟ้าจากชานอ้อย ขนาด 36 เมกะวัตต์ ลงทุน   2,000 ล้านบาท,   บริษัท ฟู้ด ฟอร์ เดอะ เวิลด์ จำกัด ขยายกิจการผลิตอาหารสำเร็จรูปจากเนื้อสัตว์แช่แข็ง เงินลงทุน 2,000 ล้านบาท,  บริษัทไทยบริดจสโตน จำกัด ผลิตยางเรเดียล เงินลงทุนประมาณ 8,000 ล้านบาท.

  • เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554
  • 20110411_585_HIA_Daily News
โฆษณา

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
ข้อความนี้ถูกเขียนใน บีโอไอ, HIA คั่นหน้า ลิงก์ถาวร