X-ray คน X-ray ข่าว: งบสมดุล5ปี…แค่เริ่มต้นก็ล้ม

หัวหน้าคณะผู้บริหารประเทศ”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”ควงแขนขุนคลัง “กรณ์ จาติกวณิช” และ “วรรณรัตน์ ชาญนุกูล” เจ้ากระทรวงพลังงานออกมาแถลงข่าวเดินหน้าอุ้มน้ำมันดีเซลโดยลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันและภาษีมูลค่าเพิ่มจากหัวจ่ายหลังข้อมูลชัดเจนแล้วว่าเงินกองทุนน้ำมันใช้อุ้มได้แค่สิ้นเดือนเมษายนนี้เท่านั้น
          โดยเงินภาษีที่รัฐบาลยอมเฉือนเนื้อลงตกที่ลิตรละ 5.70 บาท ซึ่งมีการประเมินแล้วว่าจะสูญเสียรายได้ถึง 4.5 หมื่นล้านบาท!
          แม้ว่าขุนคลังจะวิ่งรอกออกรายการข่าวตามฟรีทีวีช่องต่างๆเพื่อยืนยันว่าจำเป็นต้องเดินหน้าตรึงราคาน้ำมันดีเซลต่อไปแม้จะกระทบต่อรายได้ไปบ้างแต่ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดเพราะตอนนี้รายได้รัฐบาลเกินดุลแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท ไม่กระทบต่อภาระทางการคลังแน่นอน
          แต่มาตรการที่ออกมาในครั้งนี้ผศ.ดร.พีระ เจริญพรนักวิชาการกลุ่ม Policy Watch อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่าในระยะสั้นถือว่าเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แต่การแก้ปัญหาระยะสั้นนี้จะก่อให้เกิดปัญหาในระยะยาวทั้งในแง่เศรษฐกิจและการเมือง
          ซึ่งการอุ้มดีเซลเพื่อชะลอเงินเฟ้อในครั้งนี้รัฐบาลสามารถคาดการณ์ได้หรือไม่ว่าในระยะต่อไปราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้จะทะยานไปมากแค่ไหน กลไกภาษีที่ใช้แน่นอนว่าในระยะต่อไปย่อมส่งผลต่อภาระทางการคลังแน่นอน
          สิ่งที่ควรทำมากที่สุดในตอนนี้และต้องทำให้เป็นวาระแห่งชาติคือการรณรงค์ให้คนไทยประหยัดการใช้พลังงานควบคู่ไปกับมาตรการบรรเทาความเดือดร้อน  เพราะหากกระเตงอุ้มต่อไปโดยไม่มีกำหนดไม่ว่าจะเพื่อประเด็นการเมืองหรืออะไรก็ตามจะทำให้กลไกและพฤติกรรมการใช้พลังงานบิดเบือนไปโดยสิ้นเชิง
          หากความแตกต่างระหว่างเบนซินและดีเซลถ่างออกไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ไม่ใช่การอุ้มภาคขนส่งคนใช้รถบ้านก็จะหันมาใช้รถดีเซลกันหมดที่สำคัญสิ่งที่รัฐบาลฝันว่าจะให้ประเทศไทยทำงบประมาณสมดุลภายใน 5 ปี ตามที่ตั้งใจไว้คงไม่เกิดขึ้นตามความฝันอย่างแน่นอน…
          ต่อกันที่ดัชนีหุ้นประจำวันที่ 18 เม.ย. ปิดที่ 1,090.67 จุดเพิ่มขึ้น 5.76 จุด หรือ 0.53% แตะระดับสูงสุด 1,092.14 จุด และต่ำสุดที่ 1,084.78 จุด มูลค่าการซื้อขาย 34,296 ล้านบาท ถือว่าเคลื่อนไหวได้ดีเกินคาดการณ์และออกมาดีกว่าเพื่อนบ้านที่อยู่ในแดนลบกับบวกเล็กน้อย ส่วนหนึ่งเป็นแรงเก็งกำไรจากหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชยที่ใกล้จะประกาศผลประกอบการไตรมาส 1  และหุ้นกลุ่มพลังงาน รวมทั้งกลุ่มสื่อสารบางตัวปิดท้ายด้วยข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการ “อุฬารเกรียวสกุล” (กลาง) กรรมการผู้จัดการ บริษัทกระเบื้องโอฬารจำกัด นำทีมผู้ประกอบการผลิตและนำเข้าสินค้ากระเบื้อง
          ที่ทำจากแร่ใยหินไครโซไทล์ออกมายืนยันว่ากระเบื้องแร่ใยหินไครโซไทล์มีคุณสมบัติทนทาน ราคาถูก และไม่มีสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอด ซึ่งกระเบื้องประเภทดังกล่าวมี
          ใช้ในประเทศไทยมานานกว่า 70 ปี ยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าพบผู้ป่วย วอนรัฐบาลหากยกเลิกการนำเข้า
          และผลิตสินค้าที่มีแร่ใยหินไครโซไทล์ จะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งประเทศ และสร้างความเสียหายให้แก่ภาคเกษตรกรรมอย่างมาก…

  • ASTVผู้จัดการรายวัน ฉบับวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554
  • หน้า: 17 (บน), 18 Ad Value: 78,870 PRValue (x3): 236,610
  • 20110419_620_HA_ASTV Poo Jadkarn Daily

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
ข้อความนี้ถูกเขียนใน แร่ใยหิน คั่นหน้า ลิงก์ถาวร