“บีโอไอ”ประชาพิจารณ์ร่างส่งเสริมลงทุนสุขภาพ”เอกชน”หนุนมาตราการบีโอไอแต่ค้านเงื่อนไขดูแลผู้ป่วยบัตรทอง-ประกันสังคม

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554:

“บีโอไอ” เตรียมทำประชาพิจารณ์ “ร่างกรอบการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ” ไม่มั่นใจดึงภาคเอกชนลงทุน ทำ รพ.เพื่อชาวบ้านและชุมชน รอลุ้นหลังประกาศใช้
นางหิญญา สุจินัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ร่างกรอบการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมด้านสุขภาพได้จัดทำเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งบีโอไอจะนัดประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อทำประชาพิจารณ์ เปิดให้แสดงความเห็น หลังจากได้ข้อสรุปแล้วจึงนำเข้าสู่การพิจารณาของทางอนุกรรมการเพื่อกลั่นกรองเรื่อง ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพิจารณาต่อไป
“ในการทำประชาพิจารณ์ เราคงต้องเชิญทุกฝ่าย ทั้งโรงพยาบาลเอกชน ภาคประชาชน และผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด เพราะเรื่องนี้เคยเป็นประเด็นความขัดแย้งมาก่อนจากกรอบบีโอไอครั้งแรก ที่สนับสนุนนโยบายเมดิคัล ฮับ ของรัฐบาลให้เดินหน้า แต่บีโอไอไม่เคยทราบรายละเอียดในธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติในเรื่อง รพ.รัฐไม่ควรสนับสนุนให้เกิดการแสวงหากำไรหรือผลประโยชน์ จึงนำไปสู่การปรับปรุง” นางหิญญา
นางหิญญา กล่าวว่า ร่างกรอบการส่งเสริมการลงทุนใหม่นี้ น่าจะดีขึ้นตรงที่เป็นการจัดทำนโยบายแบบมองสองด้าน คือ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม เพราะบีโอไอจะจัดทำนโยบายที่มองในเชิงสังคมมากขึ้น ส่วนจะมีภาคเอกชนเข้าร่วมเพื่อลงทุนสถานพยาบาลตามร่างกรอบการส่งเสริมการลงทุนใหม่นี้มากน้อยแค่ไหนนั้น ยังตอบไม่ได้ คงต้องรอให้เริ่มใช้และดูต่อไปก่อน
“บีโอไอเป็นเครื่องมือสนับสนุนการลงทุน ถ้าจะให้โรงพยาบาลเป็นโรงพยาบาลเพื่อชุมชน รักษาชาวบ้านได้มากๆ รัฐบาลเองคงต้องลงมาสนับสนุนเองโดยตรงและให้งบประมาณสนับสนุนเอง เพราะบีโอไอเป็นแค่หน่วยงานที่ให้สิทธิในการยกเว้นภาษีจากกำไร ดังนั้น หากหลักการบอกว่า โรงพยาบาลดำเนินการต้องไม่แสวงหากำไรสูงสุดหรือได้กำไรน้อย เครื่องมือบีโอไอนี้คงไม่ช่วยในการขับเคลื่อนได้” นางหิญญากล่าว
นอกจากนี้ เธอยังบอกอีกว่า เรื่องนี้ยังต้องรอดูทิศทางนโยบายจากรัฐบาลชุดใหม่ด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับในอีก 3 กิจการ คือ อุตสาหกรรมยาในประเทศ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ และการลงทุนด้านการดูแลผู้สูงอายุ น่าจะได้รับประโยชน์จากร่างกรอบการลงทุน ใหม่นี้มากกว่า
นางหิญญา ยังได้กล่าวแนวโน้มการลงทุนภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ว่า ทุกๆ รัฐบาลคงต้องสนับสนุนการลงทุน โดยในปี 2554 นี้ เราได้ตั้งเป้าการลงทุนไว้ที่ 400,000 ล้านบาท เชื่อว่าจะได้ตามเป้าที่วางไว้แน่นอน ไม่มีปัญหา เพราะในช่วง 5 เดือนแรก เม็ดเงินลงทุนเกินครึ่งจากยอดที่ตั้งไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมาหรือชุดใหม่ก็คงมีแนวนโยบายที่จะส่งเสริมการลงทุนไม่ต่างกัน แต่ยอมรับว่าเสถียรภาพของรัฐบาลจะมีส่วนในการสร้างความมั่นใจต่อนักลงทุน
ทางด้านนายแพทย์ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ ที่ปรึกษาสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า เห็นด้วยกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนของทางบีโอไอในการดึงให้เอกชนลงทุนเปิดสถานพยาบาลขนาดเล็ก เพราะเป็นการส่งเสริมธุรกิจในเชิงบวก ช่วยกระตุ้นให้มีสถานพยาบาลเอกชนกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศมากขึ้น ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง เพียงแต่ในส่วนเงื่อนไขที่บังคับให้โรงพยาบาลเอกชนที่รับการส่งเสริมการลงทุนต้องรับผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และระบบประกันสังคมนั้น เห็นว่าไม่ควรเป็นการบังคับ แต่ควรให้การสมัครใจมากกว่า
ส่วนโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ดำเนินนโยบายเมดิคัล ฮับ นั้น แม้ว่าจะไม่มีมาตรการส่งเสริมการลงทุน แต่ปัจจุบันโรงพยาบาลกลุ่มนี้ก็สามารถดำเนินธุรกิจไปได้ด้วยดีอยู่แล้ว จึงไม่เป็นปัญหา

  • หน้า: 12(ล่างซ้าย)Ad Value: 84,000 PRValue (x3): 144,000
  • 20110706_1031_publicpolicy_Krungthep Turakij
โฆษณา

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน บีโอไอ และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร