ผ่าทางตันโอนผู้ประกันตนเข้าสปสช.ยื่นกฤษฎีกา-ศาล’รธน.’ฟันธง

มติชน (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้มีการประชุมร่วมระหว่างตัวแทน สปส. และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อหารือเรื่องการโอนผู้ประกันตนจากประกันสังคมไปรับบริการกับสปสช. หรือบัตรทอง ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา10 แห่ง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ2545 ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงข้อเสนอจากสปสช.ซึ่งพร้อมจะรับผู้ประกันตนไปดูแล โดยจะให้สิทธิการรักษาพยาบาลไม่น้อยกว่าเดิม และจะได้สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่บัตรทองให้มากกว่าประกันสังคมอีกกว่า 30 รายการ แต่ สปส.ต้องจ่ายเงินค่าจัดระบบบริการทางการแพทย์ให้สปสช.เป็นจำนวนเงินกว่า 2.2 หมื่นล้าน เป็นระยะเวลา 3 ปี

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าว ตัวแทนสปส.คัดค้านว่าไม่ควรต้องจ่ายเงินให้ สปสช.เนื่องจากเป็นการขัดกับมาตรา 5 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยการร่วมจ่ายเงินของผู้ใช้บริการ โดยระบุว่าปัจจุบัน สปสช.ให้บริการประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หาก สปส.ต้องโอนผู้ประกันตนไปใช้บริการของ สปสช.ก็ไม่ควรต้องเสียค่าจัดบริการทางการแพทย์ด้วยเช่นกัน

นพ.วิชัย โชควิวัฒน กรรมการ สปสช. กล่าวว่าตัวแทนทั้ง 2 ฝ่ายเห็นต่างเกี่ยวกับการตีความตามมาตราดังกล่าว จึงควรให้หน่วยงานที่มีอำนาจมาตีความให้ชัดเจนเสียก่อน โดย สปสช.เสนอว่าควรส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ส่วนฝ่ายสปส.เห็นว่าควรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความด้วย

นายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการ สปส. กล่าวว่าประเด็นที่ต้องชัดเจนเสียก่อนคือ สปส.ต้องจ่ายเงินหรือไม่ ถ้าจ่ายต้องจ่ายเท่าใด สิ่งที่สปส.กังวลคือการจ่ายเงินค่าจัดบริการทางการแพทย์ให้ สปสช.อาจเป็นการขัดรัฐธรรมนูญเนื่องจากเงินของ สปส.มีองค์ประกอบ 3 ส่วน คือเงินสมทบจากลูกจ้าง นายจ้างและส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย

“เป็นคำถามว่า ถ้าเอาเงินของลูกจ้างและนายจ้างไปให้ สปสช.จะขัดกับกฎหมายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตีความ เช่น อาจให้จ่ายเฉพาะส่วนที่รัฐร่วมสมทบประมาณ 8,000 ล้านบาทเท่านั้นก็ได้แต่ต้องมีหน่วยงานที่ให้ความชัดเจน” นายปั้นกล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังไม่ได้สรุปว่าจะส่งเรื่องให้หน่วยงานใดเป็นผู้ตีความ โดยให้ทั้ง 2 ฝ่ายกลับไปเตรียมประเด็นคำถาม จากนั้นนำมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้งในการประชุมครั้งต่อไปวันที่ 5 สิงหาคมนี้ โดยที่ประชุมยังตกลงให้ทั้ง 2 ฝ่ายจัดทำรายละเอียดในการโอนผู้ประกันตน และรายละเอียดสิทธิประโยชน์ วิธีการเข้าถึงบริการซึ่งบางอย่างยังมีความแตกต่างกันอยู่ โดยให้เหตุผลว่าเตรียมการไว้สำหรับการโอนผู้ประกันตนในอนาคต

อนึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีมอบให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ไปหารือร่วมกับสำนักงานประกันสังคม(สปส.) เพื่อพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศให้ไปในทิศทางเดียวกัน ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ในการตราพระราชกฤษฎีกาให้บริการแก่ผู้ประกันตนที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 5,10 และ 66 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งหากบอร์ด สปส.เห็นด้วยและมีความพร้อมในการดำเนินการในการนำผู้ประกันตนจำนวน 9.4 ล้านคน เข้ามาอยู่ในความดูแลของ สปสช. ต้องนำงบประมาณในส่วนของการรักษาพยาบาลราว 2 หมื่นล้านบาท มาเข้ากองทุน สปสช.

  • หน้า: 10(บนขวา)Ad Value: 51,040 PRValue (x3): 153,120
  • 20110715_1103_publicpolicy_Matichon (Mid-Day)

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ระบบประกันสุขภาพ และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร