แพทยสภาถอยระงับสิทธิการตาย

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

มีมติ ไม่ฟ้องศาลปกครอง เสนอตั้งอนุกรรมการพิจารณาหาทางออกร่วมกัน

“หมออำพล” ออกโรงจวกแพทยสภา ขอเตือนความจำ ยันแพทยสภามีส่วนร่วมออกกฎกระทรวงสิทธิการตายตั้งแต่ต้นเตรียมจัดเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นแพทย์ทั่วประเทศ 12 ส.ค.นี้ ขณะที่ อุปนายกแพทยสภา ระบุ แพทยสภาไม่เคยทำหนังสือยืนยันเห็นชอบสิทธิการตาย

นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เปิดแถลงชี้แจงการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ตามมาตรา 12 พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ในการจัดทำหนังสือเจตนาไม่ประสงค์รับบริการสาธารณสุขเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้าย ว่า ตามที่มีกรรมการแพทยสภาบางคนออกมาระบุว่า การออกกฎกระทรวงตามมาตรา 12 ทาง สช. ไม่มีการรับฟังความเห็น อยากบอกว่าเรื่องนี้ สช.เองพยายามอดทนมาตลอดเพราะไม่อยากให้เกิดช่องว่างระหว่างองค์กร และเห็นว่าการออกมาพูดของกรรมการแพทยสภาท่านนั้น ไม่แน่ใจว่าเป็นการพูดโดยส่วนตัวหรือในนามองค์กร เพราะหากพูดในนามองค์กรอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ เนื่องจากเรามีหลักฐานยืนยันว่า แพทยสภาได้ร่วมกระบวนการออกกฎกระทรวง ตามมาตรา 12 มาตั้งแต่ต้น โดยเป็นหนังสือที่แพทยสภาส่งถึงเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2553 เพื่อนำเสนอความเห็นในการพิจารณาของกฤษฎีกา และได้มีการปรับเนื้อหาบางส่วนตามที่แพทยสภาเสนอ

นอกจากนี้ยังมีหนังสือลงวันที่ 10 ก.ย.2553 ที่ทางเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาส่งถึงตน ซึ่งระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีหนังสือยืนยันให้ความเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งรวมถึงแพทยสภา ด้วย

อยากฝากเตือนความจำไปยังแพทยสภา และขอให้ทบทวนการดำเนินงานที่ผ่านมา จะได้ไม่ลืมว่าได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว และอะไรที่ยังไม่ได้ทำ เพื่อจะได้ทำในสิ่งที่ควรทำได้สมบูรณ์ และขอฝากไปยังกรรมการบางคนที่อาจออกมาพูด โดยไม่รู้ว่าแพทยสภาได้เข้ามาร่วมอยู่ในกระบวนการแต่ต้น นพ.อำพล กล่าว และว่า ในวันที่ 12 ส.ค. เวลา 13.00 น. นั้น ทาง สช.จะจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นนี้ ร่วมกัน

ด้าน พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร อุปนายกแพทยสภาคนที่ 1 กล่าวว่า ตามที่ นพ.อำพล ระบุว่าทางแพทยสภาได้ร่วมอยู่ในกระบวนการต่างๆ ในการออกกฎกระทรวง ตามมาตรา 12 พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาตินั้น ยอมรับว่าแพทยสภาได้ร่วมอยู่จริง แต่ความเห็นของแพทยสภาไม่ได้รับการตอบรับ เนื่องจากเราเป็นเสียข้างน้อย และขอยืนยันว่าหนังสือที่แพทยสภาส่งถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2553 นั้น เป็นเพียงหนังสือเพื่อส่งคำชี้แจงรายละเอียดต่อร่างกฎกระทรวงที่เห็นว่ายังมีความไม่เหมาะสม และมีข้อเสนอคิดเห็น 6 ข้อ ที่เห็นว่าไม่ถูกต้องเท่านั้น ไม่ได้เป็นการยอมรับหรือเห็นชอบ

ส่วนหนังสือที่ทางกฤษฎีกาส่งมายัง สช.นั้น โดยมีข้อความระบุว่า แพทยสภามีหนังสือยืนยันเห็นชอบนั้น เป็นข้อความที่ระบุควบกับหน่วยงานอื่นๆ เท่านั้น ดังนั้นการที่เลขาธิการ สช.นำเรื่องนี้มากล่าวอ้างจึงทำไม่ถูก

การออกมาแถลงข่าวของ นพ.อำพล ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม และรู้สึกโกรธ แต่เราเองไม่อยากทะเลาะกับทาง สช. ทั้งที่ สช.ไม่ควรจับประเด็นมาตีกัน ทั้งๆ ที่แพทยสภาไม่เคยเห็นด้วยกับประกาศกระทรวงฉบับนี้ อุปนายกแพทยสภาคนที่ 1 กล่าว

ด้าน นพ.อำนาจ กุสสลานันท์ นายกแพทยสภา กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารแพทยสภาวานนี้ (14 ก.ค.) ว่า ที่ประชุมเห็นว่าการฟ้องศาลปกครองเพื่อระงับการบังคับใช้กฎหมาย ควรเป็นวิธีสุดท้าย ซึ่งควรมีการหารือเพื่อแก้ไขปัญหาก่อน โดยให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการร่วมกัน ทั้งจากแพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข โรงเรียนแพทย์ และจะมีการเชิญเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เข้าร่วมด้วย

นพ.อำนาจ กล่าวว่า ในเรื่องสิทธิการตายนี้ แพทยสภาเห็นด้วยกับมาตรา 12 พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ แต่ที่มีปัญหาคือในส่วนของกฎกระทรวงที่อาจทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติงานของบุคลากรสาธารณสุขได้ ทั้งยังอาจทำให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตทั้งๆ ที่ไม่น่าเสียชีวิต จึงควรมีการหาทางออกร่วมกัน

  • หน้า: 7(ล่างขวา)Ad Value: 46,800 PRValue (x3): 140,400
  • 20110715_1102_Section 12_Krungthep Turakij

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน มาตรา 12 และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร