ดันกฎหมายคุมวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ครอบคลุมถึง “สเต็มเซลล์” ค้านตั้งเป็นองค์กรอิสระดูแลโดยตรง

ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เมื่อ วันที่ 7 ต.ค. ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.อำนาจ กุสลานันท์ นายกแพทยสภา กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา ร่าง พ.ร.บ.การวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ พ.ศ…ว่า ปัจจุบันพบว่ามีการโครงการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมและกำกับวิจัย ทำให้สิทธิของบุคคลผู้รับ การวิจัยไม่ได้รับความคุ้มครองอย่างเพียงพอจึงต้องจัดระบบการควบคุมและกำกับ การวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ให้เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้การดำเนินการโครงการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต้องได้รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมการจริยธรรมและการวิจัยประจำสถาบันและตรวจตรา ให้การดำเนินการวิจัยเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ดังนั้น ทางคณะอนุกรรมการวิชาการและจริยธรรมการทำวิจัยในคนด้านเซลล์ต้นกำหนดของแพทย สภาจึงร่าง พ.ร.บ. การวิจัยที่เกี่ยวข้องมนุษย์ พ.ศ….ขึ้นและในการประชุมแพทยสภาเมื่อวันที่ 8 ก.ย.2554 ก็มีมติให้คณะอนุกรรมการฯ ดำเนินการจัดสัมมนา ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งด้านการปฏิบัติงานศึกษา วิจัย หรือได้รับผลกระทบสิทธิบุคคลกับการดำเนินการในการประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ.นี้ เพื่อจะได้นำข้อเสนอแนะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาคณะกรรมการแพทยสภาอีกครั้ง

นายก แพทยสภากล่าวต่อไปว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จะครอบคลุมทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ซึ่งจะรวมไปถึงการวิจัยในเรื่องเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ด้วย ทั้งนี้ ยืนยันว่าการออกกฎหมายนี้ไม่ใช่เพราะว่ามีปัญหาเกิดขึ้น แต่เนื่องจากประเทศไทยยังไมกฎหมายในลักษณะนี้

นพ.สมศักดิ์ เจริญชัยปิยสกุล คณะอนุกรรมการวิชาการและจริยธรรมการทำวิจัยในคนด้านเซลล์ต้นกำเนินของแพทย สภา กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการระดมความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องด้านการวิจัย ว่ามีข้อเสนอแนะอย่างไร โดยที่ประชุมเห็นด้วยในหลักการที่จะออกกฎหมายนี้ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะตั้งองค์กรอิสระตามกฎหมายนี้ เนื่องจากไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน โดยอาจให้อยู่ให้อยู่ในหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งที่ประชุมเสนอว่าอาจให้สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นผู้ดูแลแทน เนื่องจากเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีงบฯสนับสนุนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 20 ต.ค.เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก่อนเสนอไปยังคณะกรรมการแพทยสภาต่อไป.

โฆษณา

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ม.9 และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร