คอลัมน์ โฟกัสวันนี้: รถไฟเหาะ…เที่ยวมรณะ

โลกวันนี้ ฉบับวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555

ผีน้อย

worldtoday@watta.co.th

เมื่อ เอ่ยถึง “รถไฟเหาะตีถึงความสนุกสนานอย่างสุดๆที่ได้ลังกา”แน่นอนว่าหลายคนต้องนึก ปลดปล่อยอารมณ์ กรี๊ดสนั่นโลกได้อย่างไม่ต้องแคร์ใคร แต่ใครจะคิดบ้างว่านักออกแบบและวิศวกรรายหนึ่งมีแนวคิดใช้รถไฟเหาะตีลังกา เป็นเครื่องมือปลดปล่อยผู้ประสงค์จะจบชีวิตอย่างสงบหรือผู้เรียกร้องสิทธิ การตาย (Euthanasia right) ได้ประสบการณ์สนุกสุดๆเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะลาโลก

ในสวนสนุก หลายแห่งของโลกมักมีรถไฟเหาะตีลังกาเป็นเครื่องเล่นชิ้นเด็ดที่ช่วยดึงดูด ลูกค้าให้มาเยือน จนมีการสร้างสรรค์รถไฟเหาะที่มีความสูงต่ำ ส่วนโค้งคดเคี้ยว ต่างกันหลากหลาย รถไฟเหาะที่สูงที่สุดในโลก ได้แก่ Kingda Ka ในสวนสนุก Six Flags Great Adventure ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ของสหรัฐ ซึ่งสูงถึง 456 ฟุต

แม้จะปรากฏอุบัติเหตุขัดข้อง ทางเทคนิคให้เห็นอยู่บ้าง แต่อุบัติเหตุก็คืออุบัติเหตุ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการให้เกิด

ต่าง จากแนวคิดของนายจูลีโจนาส เออร์โบนาส วิศวกรชาว ลิทัวเนีย ที่เจตนาออกแบบรถไฟเหาะตีลังกาเพื่อมุ่งคร่าชีวิตผู้โดย สารโดยเฉพาะ โดยเขาตั้งชื่อรถไฟเหาะมรณะนี้ว่า “the Euthanasia Coaster” ที่ใครเห็นแล้วต้องถอนหายใจกันเลยทีเดียว สมกับเป็นรถไฟเที่ยวมรณะเพื่อนำผู้โดยสาร 24 คน ไปและกลับมาพร้อมร่างที่ปราศจากวิญญาณทั้งหมด

รถไฟเหาะมรณะนี้ มีโครง สร้างส่วนที่สูงที่สุดที่ 1,670 ฟุต พร้อมวงเวียนสำหรับตีลังกา 7 รอบ รวมความยาวทั้งสิ้น 24,606 ฟุต โดยรถไฟจะออกวิ่งขึ้นยอดสูงก่อนดิ่งลงมาด้วยความเร็ว 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามด้วยการตีลังกา 7 รอบ เฉพาะช่วงตีลังกาใช้เวลาเพียง 60 วินาที และจากต้นจนจบกระบวนการใช้เวลาทั้งสิ้นเพียง 3.20 นาทีเท่านั้น

ใน ช่วงตีลังการอบที่ 2 ผู้ป่วย จะประสบภาวะสมองขาดออกซิเจน (cerebral anoxia) จากนั้นจะอยู่ในภาวะสมองตาย และเสียชีวิตในที่สุด เมื่อผ่านการตีลังกาถึง 7 รอบ

อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ได้รับความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์ว่าจะแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและมนุษยชาติในอนาคต

แต่ ในขณะเดียวกันก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นแนวคิดเพ้อฝันเท่านั้น และควรจะเป็นเช่นนั้นตลอด ไปด้วย เช่น กรณี ดร.ปีเตอร์ ซอนเดอร์ส จาก Care Not Killing องค์กรที่ต่อต้านการช่วยจบชีวิตตามการร้องขอ ชี้ว่าสิทธิการตายยังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย เพราะหากมีการอนุญาตให้ทำได้ตามกฎหมายจะกลายเป็นการเปิดช่องให้นำมาใช้ในทาง ที่ผิดได้ง่าย

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย เบลเยียม ที่อนุญาตให้ช่วยเหลือผู้เรียกร้องสิทธิที่จะตายได้ โดยออกเป็นกฎหมายชัดเจน ซึ่งมักเป็นผู้ป่วยที่หมดหนทางเยียวยารักษาแล้ว และมีอีกหลายประเทศที่ขยับจะทำตาม

สำหรับในสหรัฐแม้การช่วยผู้ ป่วยฆ่าตัวตายยังถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายทุกกรณี แต่อนุญาตให้ทำสิ่งที่เรียกว่า Passive Euthanasia ได้ ซึ่งเป็นการช่วยให้ตายอย่างสงบด้วยการที่แพทย์ไม่สั่งการรักษาเพื่อยืดชีวิต ผู้ป่วยและให้การรักษาทั่วไป ทว่าต้องมีหนังสือแสดงเจตนาของผู้ป่วยที่เรียกว่า Living will เช่นเดียวกับในอังกฤษ สิงคโปร์ เดนมาร์ก ออสเตรเลีย และไทย ที่ทำได้ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550

โฆษณา

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน มาตรา 12 และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร