องค์การอนามัยโลกร่วมสธ.ต้านเอกชนนำเข้า”แร่ใยหิน”

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

กรมควบคุมโรค จับมือองค์การอนามัยโลกและองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ ต้าน แร่ใยหิน ชี้ชัด มหันตภัยร้าย ก่อ มะเร็งปอด เผยมีผู้ป่วยจากแร่ใยหินเสียชีวิตกว่าแสนราย ด้านสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจี้ผู้ประกอบการติดฉลากเตือนผู้บริโภค

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จัดงานแถลงเรื่อง แร่ใยหิน ข้อเท็จจริงที่คนไทยต้องรู้ โดยมีผู้ร่วมแถลงประกอบด้วย นพ.นพพร ชื่นกลิ่น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ดร.มัวรีน เบอร์มิ่งแฮม (Maureen E. Birmingham) ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย Ms. Ingrid Christnesen จากองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ และ ศ.นพ.พรชัย สิทธิศรัณย์กุล ฝ่ายวิชาการ สมาพันธ์อาชีวอนามัยความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน และนายจิรชัย มูลทองโร่ย รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

นพ.นพพร ชื่นกลิ่น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แร่ใยหินเป็นวัตถุอันตราย ซึ่งไทยมีการนำเข้ามานานกว่า 30 ปี และถือเป็นประเทศที่มีการนำมาใช้มากเป็นอันดับที่ 3 ในแถบเอเชีย รองจากจีน และอินเดีย

ทั้งนี้ แร่ใยหินกว่าร้อยละ 90 จะใช้ในอุตสาหกรรมและการผลิตซีเมนต์ใยหิน เช่น ผลิตกระเบื้องมุงหลังคา ท่อน้ำ รวมไปถึงเบรก คลัตช์ และกระเบื้องยาง ซึ่งแร่ใยหินจะก่ออันตรายต่อมนุษย์ได้มาก หากถูกรบกวนโดยวิธีการที่จะทำให้เกิดฝุ่น เช่น การตัด ขัด เจาะ เลื่อยผลิตภัณฑ์

ส่วนผลิตภัณฑ์ประเภทเบรก คลัตช์ ที่ใช้ในยานยนต์นั้น ทุกครั้งที่มีการเหยียบเบรก ฝุ่นแร่ใยหินจากผ้าเบรก ผ้าคลัตช์ ก็จะฟุ้งกระจายไปในอากาศ เป็นต้นเหตุของโรคปอดอักเสบ มะเร็งปอด มะเร็งเยื่อหุ้มปอด เยื่อบุช่องท้อง โรคทางระบบหายใจ และโรคผิวหนังซึ่งจะทำให้เกิดอาการผื่นคัน ซึ่งโรคทางระบบหายใจนั้นเมื่อเป็นแล้วจะไม่สามารถรักษาอาการให้หายขาดได้ ซึ่งผู้ป่วยจะทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วยเป็นอย่างมาก

นพ.นพพร กล่าวต่ออีกว่า โทษของแร่ใยหินที่มีต่อสุขภาพนั้นร้ายแรงเกินกว่าที่นักวิชาการหรือองค์กรสากลระหว่างประเทศจะยอมรับได้ ดังนั้น กว่า 50 ประเทศทั่วโลกจึงได้ยกเลิกการใช้อย่างสมบูรณ์ โดยมีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตใช้สารที่ปลอดภัยกว่ามาทดแทน หรือทดแทนด้วยผลิตภัณฑ์ทางเลือกอื่นๆ ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เห็นความสำคัญในการป้องกันอันตรายจากแร่ใยหิน จึงได้เสนอประเด็นการยกเลิกการใช้เพื่อการตัดต้นเหตุแห่งปัญหาโรค โดยเครือข่ายสมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้เห็นชอบและเสนอต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติ เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2554 รับรองยุทธศาสตร์ การทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน แล้ว

ขณะนี้ มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้เสียประโยชน์ ในการพยายามสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด ว่า แร่ใยหินมีความเป็นอันตรายน้อยกว่าการได้รับอันตรายจากเรื่องอื่นๆ ด้วยการอ้างว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบจะไม่สามารถปลดปล่อยเส้นใยออกมาได้ เนื่องจากมีซีเมนต์ที่ใช้ยึดจับกับแร่ใยหิน ซึ่งยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยได้มีการตรวจวัดการฟุ้งกระจายขณะที่มีการตัดกระเบื้องใยหินพบว่า มีฝุ่นใยหินที่จะหลุดออกมาสู่อากาศได้ในปริมาณที่เกินมาตรฐานความปลอดภัยซึ่งเกินกว่าจะยอมรับได้ถึงกว่า 10 เท่า นพ.นพพรกล่าว

ฮูโวยบริษัทอ้างชื่อรับรองแร่ใยหิน

ดร.มัวรีน เบอร์มิ่งแฮม ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ระบุว่า ตามที่บริษัทในประเทศไทยใช้ชื่อ WHO พิมพ์บนเสื้อยืด โฆษณาข้อความว่าองค์การอนามัยโลกรับรองว่าแร่ใยหินไครโซไทล์ ปลอดภัยกว่าสารทดแทน รวมทั้งยังพบว่ามีการกล่าวอ้างข้อความลักษณะเดียวกันในเว็บไซต์นั้น

ดร.มัวรีน ยืนยันว่า องค์การอนามัยโลกไม่รับรองหรือสนับสนุนข้อความใดๆ บนเว็บไซต์ http://www.chrysotile.co.th หรือ http://www.chrysotile.com รวมถึงข้อมูลบนเสื้อยืดเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง พร้อมกล่าวยืนยันว่า แร่ใยหินทุกชนิด เป็นสารก่อมะเร็งทั้งสิ้น ทำให้เกิดโรคมะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งรังไข่ โรคปอดหิน โรคเยื่อหุ้มปอดหนาตัว และน้ำท่วมปอด เป็นต้น

และการสัมผัสแม้เพียงเล็กน้อย ก็ก่อให้เกิดโรคได้ทั้งสิ้น ไม่มีระดับความปลอดภัยใดๆ จากการสัมผัสแร่ใยหิน วิธีเดียวที่จะขจัดโรคจากแร่ใยหินได้ คือ การยกเลิกการใช้แร่ใยหินทุกชนิด องค์การอนามัยโลก สนับสนุนการใช้สารทดแทน ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ แทนการใช้แร่ใยหิน พร้อมกับยืนยันว่า การเลิกใช้แร่ใยหินเป็นมติจากที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลก ซึ่งมีสมาชิกถึง 194 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย

ดร.มัวรีน ยังได้กล่าวถึง มติขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ปี 2006 ว่า ILO ส่งเสริมให้มีการขจัดการใช้แร่ใยหินทุกรูปแบบ รวมทั้งวัสดุที่มีแร่ใยหินเป็นองค์ประกอบ และสนับสนุนประเทศสมาชิก ให้มีมาตรการเรื่องความปลอดภัย และอาชีวอนามัย ในการคุ้มครองคนงานจากการสัมผัสแร่ใยหินไว้ในแผนงานระดับชาติอีกด้วย

ชี้มีผู้ป่วยแร่ใยหินแสนรายเสียชีวิต

ส่วนสถานการณ์แร่ใยหินทั่วโลก ขณะนี้ มีคนจำนวน 125 ล้านคนทั่วโลก ที่ต้องทำงานสัมผัสแร่ใยหิน และในแต่ละปี มีประชากรกว่า 107,000 คน ต้องเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอด ที่เกิดจากแร่ใยหิน จากการประกอบอาชีพ 1 ใน 3 ของคนจำนวนนี้ เสียชีวิตจากการทำงานสัมผัสแร่ใยหิน และยังมีคนอีกนับพันที่เสียชีวิตจากการที่สัมผัสแร่ใยหินในครัวเรือน

ด้านนายจิรชัย มูลทองโร่ย รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวถึง จุดเริ่มต้นของการมีมาตรการด้านฉลากและคำเตือน ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ขอความร่วมมือให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กำหนดให้มีคำเตือนไว้ในฉลากของสินค้าที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหิน ว่า ระวังอันตราย ผลิตภัณฑ์นี้มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ

การได้รับสารนี้เข้าสู่ร่างกายอาจก่อให้เกิดมะเร็งและโรคปอดได้ ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ด้วยการออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2552 เรื่อง ให้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก และฉบับที่ 29 (พ.ศ. 2553) เรื่อง ให้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ 2) ประกาศทั้ง 2 ฉบับกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินจะต้องระบุข้อแนะนำในการใช้เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่ถูกต้องเหมาะสม

ทั่วโลกมีผู้ป่วยสัมผัสแร่ใยหินแสนรายเสียชีวิต

โฆษณา

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน แถลงข่าว_แกรนด์ไชน่า, แร่ใยหิน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร