ช.ชงครม.เห็นชอบมติสมัชชาสุขภาพจี้รัฐจัดการปัญหาฆ่าตัวตาย-น้ำมันทอดซ้ำ

ที่มา : เว๊บไซด์ isnhotmews.com

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครม.วันที่ 29 พ.ค.สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เสนอให้ครม.รับทราบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2554 รวม 5 มติ ดังนี้ 1. มติ 2 การจัดการปัญหาการฆ่าตัวตาย (สุขใจ…ไม่คิดสั้น) 2. มติ 3 การจัดการภัยพิบัติธรรมชาติโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นศูนย์กลาง 3. มติ 4. การบริหารจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำขนาดเล็กอย่างยั่งยืนโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของเครือข่ายและภาคีทุกภาคส่วน 4. มติ 5 การจัดการปัญหาโฆษณาที่ผิดกฎหมายของยา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพทางวิทยุกระจายเสียง สื่อโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต 5. มติ 6 การเข้าถึงบริการอาชีวอนามัยเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของคนทำงาน

ในภาคอุตสาหกรรมและการบริการ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามมติคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2555 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2555 และขอความเห็นชอบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2554 มติ 1 ความปลอดภัยทางอาหาร : การจัดการน้ำมันทอดซ้ำเสื่อมสภาพ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการตามมติที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามมติคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2555 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2555

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สช. รายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ครั้งที่ 2/2555 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2555 ที่ประชุมมีมติรับทรายรายงานผลการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2554 และเห็นชอบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2554 ในภาพรวม โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

 มติสมัชชาสุขภาพ 4 มติที่ หน่วยงานระดับกระทรวงและระดับกรมที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานระดับกรม/เกี่ยวข้อง

2. การจัดการปัญหาการฆ่าตัวตาย (สุขใจ…ไม่คิดสั้น) คณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ

ประธาน : นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย

เลขานุการ : อธิบดีกรมสุขภาพจิต 1. ให้คณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติร่วมกับ สธ.,วธ., อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดนโยบายและกลไกด้านต่าง ๆ เช่น การคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยทางจิตเวช ลดปัญหาอุปสรรคการเข้าถึงบริการสุขภาพ ผลักดันให้อัตราการฆ่าตัวตายเป็นตัวชี้วัดระดับชาติ ฯลฯ

2. ให้ สธ. ร่วมกับ ทก. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมการนำเสนอข่าวการฆ่าตัวตาย งดเว้นการนำเสนอภาพหรือเนื้อหาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย ฯลฯ

3. ให้ สธ., มท., วธ., กษ.,ศธ.,พม. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบการพัฒนาระบบช่วยเหลือเกื้อกูลในครอบครัวและชุมชนเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย

กระทรวงสาธารณสุข

– กรมสุขภาพจิต

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)

กระทรวงแรงงาน (รง.)

– สำนักงานประกันสังคม

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ทก.)

กระทรวงมหาดไทย (มท.)

– กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

สำนักงานกองทุนสนับสนุน

การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)

3.การจัดการภัยพิบัติธรรมชาติโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นศูนย์กลาง

คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (กปภ.ช.)

ประธาน : นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย

เลขานุการ : อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ประธาน : ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

เลขานุการ : เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ 1. ให้ กปภ.ช. ร่วมกับ สศช., ศธ., สมช., ทก., มท., คค., และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดให้มีการทวทวบและปรับปรุงแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จัดตั้งกลไกและระบบสนับสนุนงบประมาณหรือเงินกองทุนในทุกระดับที่มีรูปแบบการจัดการที่คล่องตัว

2. ให้ อปท. ทุกพื้นที่จัดทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติธรรมชาติและจัดสรรงบประมาณของท้องถิ่นหรือกองทุนอื่นๆ เพื่ออุดหนุนการทำงานของเครือข่ายในเรื่องต่าง ๆ เช่น การพัฒนาระบบการเตรียมความพร้อม การป้องกันและลดผลกระทบ รวมถึงการจัดการลุ่มน้ำ การจัดการในภาวะฉุกเฉินและการแพทย์สาธารณสุข ฯลฯ

3. ให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนระดับชาติและคณะกรรมการบริหารกองทุนจากหลายภาคส่วน เพื่อสนับสนุนให้เกิดกลไกการบริหารจัดการภัยพิบัติ ฯลฯ

4. ให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนากองทุนและกลไกการประสานคามร่วมมือจัดการภัยพิบัติในพื้นที่ตำบล รวมทั้งจัดสรรงบประมาณสมทบกองทุนภัยพิบัติ ฯลฯ

5. ให้ สกว. สนับสนุนให้มหาวิทยาลัย หน่วยงานวิชาการ เครือข่ายองค์กรชุมชนหรือทุกภาคส่วนร่วมกันวิจัยและสร้างองค์ความรู้เรื่องภัยพิบัติ ฯลฯ

6. ให้ กสทช. จัดสรรคลื่นความถี่อย่างพอเพียง เพื่อใช้ในกรรับมือภัยพิบัติธรรมชาติเป็นการเฉพาะ ฯลฯ

7. ให้ สสส. สนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครรับมือภัยพิบัติในระดับชุมชนท้องถิ่นและระดับชาติ

8. ให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร่วมกับสมาชิกสมัชชาสุขภาพในพื้นที่เสี่ยงขับเคลื่อนการจัดการภัยพิบัติธรรมชาติ ในพื้นที่ให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรม เช่น จัดตั้งศูนย์ฝึกปฏิบัติการภัยพิบัติประจำจังหวัด ฯลฯ

สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

สำนักนายกรัฐมนตรี

– สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

กระทรวงสาธารณสุข

– สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

– กรมสุขภาพจิต

กระทรวงศึกษาธิการ

กระทรวงวัฒนธรรม

กระทรวงมหาดไทย

– กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

– กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

กระทรวงคมนาคม (คค.)

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

– กรมอุตุนิยมวิทยา

– ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและ ภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)

– ศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและ ภูมิสารสนเทศ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)

สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย

สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย

สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย

4. การบริหารจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำขนาดเล็กอย่างยั่งยืนโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของเครือข่ายและภาคีทุกภาคส่วน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1. ทรัพยากรลุ่มน้ำขนาดเล็กเป็นสมบัติร่วมที่มีค่าและส่งผลต่อคุณภาพชีวิต กลุ่มหรือองค์กร ชุมชน และเครือข่ายผู้ใช้น้ำมีสิทธิและหน้าที่ที่จะมีส่วนร่วมในการกำหนดแผนแม่บทและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการลุ่มน้ำขนาดเล็กและได้รับการตอบสนองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

2. ให้ ทส.,กษ.,มท. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้มีกระบวนการร่วมมือกันในรูปแบบพหุพาคี สร้างข้อตกลงร่วมในการบริหารจัดการลุ่มน้ำขนาดเล็ก ส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณการจัดตั้งกองทุนลุ่มน้ำขนาดเล็ก

ฯลฯ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กระทรวงมหาดไทย

– กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

5. การจัดการปัญหาโฆษณาที่ผิดกฎหมายของยา อาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพทางวิทยุกระจายเสียง สื่อโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

1. ให้ อย., สคบ., อส., ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการจัดทำฐานข้อมูลและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย การอนุญาตการโฆษณา ช่องทางรับเรื่องร้องเรียนการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย ดำเนินคดีกับการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย ฯลฯ

2. ให้ กสทช. ดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์การประกอบกิจการกระจายเสียงเกี่ยวกับการโฆษณายา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ จัดสรรเวลาอย่างเพียงพอให้หน่วยงานหรือองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคนำเสนอข้อมูลให้เท่าทัน การโฆษณา ยา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ

3. ให้ อย. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาโฆษณายา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการโฆษณา

4. ให้ ทก. บูรณาการเฝ้าระวังการโฆษณายา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพภายใต้กฎหมายภายใต้กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

5. ให้มีองค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและให้รัฐบาลสนับสนุนการทำหน้าที่เฝ้าระวังและตรวจสอบการโฆษณายา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ฯลฯ

สำนักนายกรัฐมนตรี

– สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

– กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค

กระทรวงสาธารณสุข

– สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

กระทรวงยุติธรรม (ยธ.)

– สำนักงานอัยการสูงสุด (อส.)

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

กระทรวงมหาดไทย

– กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

6. การเข้าถึงบริการอาชีวอนามัยเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของคนทำงานในภาคอุตสาหกรรมและการบริการ กระทรวงแรงงาน 1. ให้ รง. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้หน่วยงานต่าง ๆ จัดให้มีมาตรฐานการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานภายในหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด พัฒนารูปแบบการทำงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย จัดสรรดอกผลของเงินกองทุนทดแทนสนับสนุนการจัดบริการด้านอาชีวอนามัยที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ฯลฯ

2. ให้สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ ในฐานะองค์การมหาชนสนับสนุนการพัฒนาความเข้มแข็งแก่องค์กรแรงงานและภาคประชาสังคมในการเข้าถึงสิทธิการบริการอาชีวอนามัยมากยิ่งขึ้น

3. ให้ สธ. ดำเนินการพัฒนารูปแบบการจัดบริการด้านอาชีวอนามัยและอาชีวเวชศาสตร์ให้มีคุณภาพและเข้าถึงง่าย พัฒนาแนวทางป้องกันและฟื้นฟูผู้มีปัญหาด้านสุขภาพจากการทำงาน ฯลฯ

4. ให้ สปสช. จัดสรรงบประมาณการดูแลสุขภาพให้กับคนทำงานในส่วนที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพจากกองทุนอื่น ๆ

กระทรวงอุตสาหกรรม

กระทรวงศึกษาธิการ

กระทรวงสาธารณสุข

– กรมควบคุมโรค

– กรมการแพทย์

กระทรวงมหาดไทย

– กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

สำนักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ (สปสช.)

สำนักงานกองทุนสนับสนุน

การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อม ในการทำงาน (ประเทศไทย)

สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน (ประเทศไทย)

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน อาหารปลอดภัย, HA และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร