ชี้จุดยืน”เอฟทีเอ”ปชช.ได้ประโยชน์มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคขออย่าเร่งเสนอครม.

คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

หมอประดิษฐ”ชี้จุดยืนเอฟทีเอไทย-อียูประชาชนต้องได้ประโยชน์ ชาติไม่เสียหาย “กลุ่มเอฟทีเอ วอทซ์”หลัง 5 ปีค่าใช้จ่ายด้านยาของไทยกระฉูดเพิ่มกว่า 1 แสนล้านบาท ลั่นใครตอบรับตราบาปตลอดชีวิต ตายแล้วผลกระทบยังอยู่ กก.มูลนิธิเพื่อผู้บริโภควอนรัฐรอผลศึกษาร่วมอย.-สช.ที่เสร็จ มิ.ย.56 ก่อน อย่ารีบนำเข้าครม.

ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จัดประชุมหารือ เรื่อง”ข้อคิดเห็นต่อการเปิดการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรปในประเด็น : Data Exclusivitty และ Pattern Extension” โดยมีผู้แทนจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ,สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค,สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)และภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดย นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า รัฐบาลมีหน้าที่นำผลกระทบในมุมต่างๆ ทั้งแง่บวกและลบมาพิจารณาว่า หากไทยเจรจาเอฟทีเอ แล้วจะเกิดความเสียหายกับอุตสาหกรรมยาและระบบยาในประเทศ หากภาพรวมเป็นบวกก็ทำได้เลยแต่หากผลเป็นลบอาจจะไม่ทำ หรือทำและมีการเยียวยา เป็นเรื่องที่กำหนดกติกาภายในได้ และไม่ใช่ว่าจะต้องทำตามกลุ่มประเทศคู่ค้าเสนอทุกอย่าง ไทยต้องมีกรอบของตัวเองด้วย เป็นเรื่องของการต่อรอง แต่ยืนยันว่าวันที่ 27 พฤศจิกายนไม่นำเรื่องนี้เข้าครม.

“ยืนยันว่าจุดยืนได้พูดชัดแล้วว่าอยู่บนผลประโยชน์ของประชาชน หากเปิดเอฟทีเอไปยอมรับข้อเสนอแล้วเกิดปัญหา หามาตรการมาแก้ไขไม่ได้รัฐบาลคงไม่ทำ แต่ยอมรับว่า มาตรการที่ออกมาอาจจะแก้ไขได้ไม่ 100% จำเป็นต้องหาวิธีการเยียวยาให้ได้ตามข้อเรียกร้องให้ได้มากที่สุด “นพ.ประดิษฐกล่าว

ด้าน น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล กรรมการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า กลุ่มศึกษาข้อตกลงการค้าเสรีภาพประชาชน (เอฟทีเอ วอทช์) ในส่วนของการเจรจาเอฟทีเอกับสหภาพยุโรป หรืออียู หน่วยปฏิบัติการวิจัยเภสัชศาสตร์สังคม จุฬาฯได้ศึกษาพบว่าในปีที่ 5 นับจากปล่อยให้ผูกขาดข้อมูลยาหรือ Data Exclusivity ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านยาของไทยกระฉูดเพิ่มกว่า 1 แสนล้านบาท

น.ส.กรรณิการ์ กล่าวต่อว่า ไทยเคยมีบทเรียนจากการแก้ไขพ.ร.บสิทธิบัตร พ.ศ.2535 ที่ขยายอายุสิทธิบัตรจาก 15 ปีเป็น 20 ปีส่งผลให้มูลค่าการใช้ยาในประเทศจาก 72% ปัจจุบันใช้ยาสิทธิบัตรถึง 69% คาดว่าสิ้นปี 2555 เพิ่ม 75% และขอยืนยันว่าไม่ได้ค้านการเจรจาการค้าเสรี แต่ต้องการเห็นการค้าที่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงดังนั้นก่อนเสนอ ครม.ควรรอผลการศึกษาร่วมระหว่าง อย.กับ สช. ที่จะเสร็จในเดือนมิถุนายน 2556 ก่อนหากเดินหน้าโดยไม่ฟังเสียงประชาชนเสี่ยงผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ก่อนการดำเนินการการทำหนังสือสัญญานานาประเทศ ครม.ต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรังฟังความคิดเห็นของประชาชนและชี้แจงต่อรัฐสภาในสาระของสัญญานั้น

โฆษณา

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน FTA และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร