เปิดโต๊ะเสวนาถกปฏิรูปการศึกษาไทยรับAEC จี้รัฐเทงบฯลงกลุ่มเด็กเล็กลดช่องว่างคนรวย-จน –

ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เครือข่ายถมช่องว่างทางสังคม SIRNet และสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชนสำนักงานปฏิรูป สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกับ ม.จุฬาฯ เปิดโต๊ะเสวนาผลสำรวจสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ไทยยังคงมีเพิ่มขึ้น พบเด็กม.3 เลิกเรียนสูงแถมจบม.6 มีเพียง 50% ที่จะเรียนต่อปริญญา อึ้งงบฯการศึกษาไทยมากกว่าสิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลี แต่เน้นพัฒนาบุคคลากร งบดำเนินงานโรงเรียน แนะรัฐเร่งปฏิรูปการศึกษารับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนใหม่ จี้รัฐอัดฉีดงบประมาณลงกลุ่มเด็กเล็ก ลดช่องว่างระหว่างเด็กยากจน-ลูกคนรวยด่วน

นายแบ็งค์ งามอรุณโชติ นักวิชาการเครือข่ายถมช่องว่างทางสังคม (SIRNet) เปิดเผย ในงานเสวนา “จน-รวยในโรงเรียน:สู่ระบบกการศึกษาที่มองเห็นความเหลื่อมล้ำ” โดยร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชนสำนักงานปฏิรูป สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอผลการสำรวจสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทย ว่า ปัจจุบันการศึกษาไทยในภาพรวม แม้ว่าจะมีการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น แต่เมื่อพิจารณาจากระดับการศึกษาระหว่างคนที่ได้รับการศึกษาสูงและต่ำ โดยเทียบค่าเฉลี่ยของสังคมยังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอยู่มาก ทั้งที่เกิดจากความแตกต่างระหว่าง ชั้นทางเศรษฐกิจของครัวเรือน ระดับการศึกษาในเขตพื้นที่แต่ละภาครวมไปถึงกลุ่มอายุ ที่ทำให้โอกาสทางการศึกษาไม่เท่าเทียม หรือด้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ

ทั้งนี้ ผลสำรวจฯ ส่วนใหญ่เด็กที่มีโอกาสทางการศึกษาและได้เรียนต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น จะเป็นเด็กที่มาจากครอบครัวมีฐานะ โดยภาคอีสานและภาคใต้เป็นภาคที่มีโอกาสได้เรียนน้อยที่สุดและมีสติปัญญา (IQ) ในระดับน้อยที่สุด ขณะที่ประชากรในจังหวัดกรุงเทพและภาคกลางมีระดับ IQ สูงสุดและมีโอกาสทางการศึกษาสูงสุด และเด็กในชนบท (นอกเขตเทศบาล) มีโอกาสเรียนน้อยกว่าเด็กในเมือง (ในเขตเทศบาล) ขณะเดียวกันในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นของกลุ่มอายุการเรียน จะเห็นได้ว่ากลุ่มเด็กเล็กได้รับการสนับสนุนงบประมาณน้อยกว่าเด็กโต เฉลี่ยเด็กในโรงเรียนได้รับงบประมาณ 24,066 บาท ต่อคน ต่อปี กลุ่มนักศึกษา 34,416 บาท ต่อคน ต่อปี และมีเด็กเพียงร้อยละ 54.8 เท่านั้น ที่มีโอกาสศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย

ดังนั้น จึงมีแนวโน้มคิดเสนอให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณอย่างทั่วถึง โดยให้ความสำคัญลงไปที่กลุ่มเด็กเล็กให้มากขึ้น เพราะเข้าถึงโอกาสทางอาชีพได้น้อยกว่า รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับมาตรการสำหรับเด็กระดับปฐมวัยมากขึ้น เช่น ศูนย์เลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการปรับแก้เครื่องมือชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) ของอาจารย์ให้มีความสัมพันธ์กับคุณภาพของนักเรียนมากขึ้น ไม่เพียงแค่พิจารณาเอกสารที่ทำขึ้นมาเท่านั้น

นอกจากนี้หากประเทศไทยจะเตรียมพร้อมเข้าสู่การรวมตัวกันของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี2558 (AEC) มองว่าไทยควรให้ความสำคัญกับการปฏิรูปทางการศึกษารัฐบาลควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำยุทธศาสตร์ร่วมกันในการจัดการการศึกษา รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการศึกษาของการศึกษาของลูกคนชายขอบอย่าง มุสลิม ชนเผ่าแรงงานข้ามชาติ โดยคาดว่าในอนาคตเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาจะมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องเร่งลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเด็กด้อยโอกาสและเด็กที่มีโอกาสทางการศึกษาโดยเร็ว

“ปัญหาช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในกลุ่มประชากรไทยยังคงไม่ได้รับการแก้ไขในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งความเหลื่อมล้ำนี้ยังนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำของโอกาสที่จะเข้าถึงการรักษาพยาบาลหรือการดูแลสุขภาพที่ดีอีกด้วย ดังนั้นการศึกษาถือเป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิต และเป็นปัจจัยสำคัญในการเลื่อนสถานะทางสังคม และจะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต โดยเฉพาะการเข้าสู่ เออีซี”

โฆษณา

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน sirnet และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร