คอลัมน์ โค้งสุดท้ายปฏิรูปการศึกษา: การศึกษาลดช่องว่างคนรวย-จน

เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2555

 กมลทิพย์ ใบเงิน :

เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เครือข่ายถมช่องว่างทางสังคม SIRNet และสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน สำนักงานปฏิรูปสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกับ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดโต๊ะเสวนา ‘จน-รวยในโรงเรียน : สู่ระบบการศึกษาที่มองเห็นความเหลื่อมล้ำ’

แบ๊งค์ งามอรุณโชติ นักวิชาการเครือข่ายถมช่องว่างทางสังคม (SIRNet) นำเสนอผลการสำรวจสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทย ว่า ปัจจุบันการศึกษาไทยในภาพรวมมีการศึกษาสูงขึ้น แต่เมื่อพิจารณาจากระดับการศึกษาระหว่างคนที่ได้รับการศึกษาสูงและต่ำ โดยเทียบค่าเฉลี่ยของสังคม ยังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอยู่มาก ทั้งที่เกิดจากความแตกต่างระหว่างชนชั้นทางเศรษฐกิจของครัวเรือน ระดับการศึกษาในเขตพื้นที่แต่ละภาค รวมไปถึงกลุ่มอายุ ที่ทำให้โอกาสทางการศึกษาไม่เท่าเทียม

ผลสำรวจฯ ส่วนใหญ่เด็กที่มีโอกาสทางการศึกษาและได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น จะเป็นเด็กที่มาจากครอบครัวมีฐานะ โดยภาคอีสานและภาคใต้เป็นภาคที่มีโอกาสได้เรียนน้อยที่สุด และมีสติปัญญา (IQ) ในระดับน้อยที่สุด ขณะที่ประชากรในกรุงเทพฯ และจังหวัดภาคกลาง มีระดับ IQ สูงสุด มีโอกาสทางการศึกษาสูงสุด และเด็กในชนบท (นอกเขตเทศบาล) มีโอกาสเรียนน้อยกว่าเด็กในเมือง (ในเขตเทศบาล)

ขณะเดียวกัน ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นของกลุ่มอายุการเรียน จะเห็นได้ว่า กลุ่มเด็กเล็กได้รับการสนับสนุนงบประมาณน้อยกว่าเด็กโต เฉลี่ยเด็กในโรงเรียนได้รับงบประมาณ 24,066 บาท ต่อคน ต่อปี กลุ่มนักศึกษา 34,416 บาท ต่อคน ต่อปี และมีเด็กเพียงร้อยละ 54.8 เท่านั้น ที่มีโอกาสศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย

เหนืออื่นใด การออกจากการศึกษา (Drop out) พบว่า จะเกิดขึ้นมากภายหลังมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) และเมื่อถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6) จะเหลือผู้เรียนต่อประชากรวัยเรียนเพียงราวกึ่งหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น การทุ่มเทงบประมาณไปให้แก่ผู้เรียนในระดับสูงมากกว่าผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น ‘ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากยิ่งขึ้น’ เพราะเป็นการจ่ายงบประมาณสูงให้แก่ประชากรส่วนน้อย

ไม่เพียงเท่านั้น กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้รับงบประมาณร้อยละ 20 ของงบประมาณรวม ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมากหากเปรียบเทียบกับประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ โดยงบประมาณที่ภาครัฐจัดสรร ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญด้านบุคลากร การลงทุนและงบดำเนินงานของโรงเรียน ซึ่งไม่ได้สัมพันธ์กับจำนวนผู้เรียนโดยตรง คิดเป็นร้อยละ 75 ของมูลค่างบประมาณรวมที่กระทรวงศึกษาธิการใช้จ่ายเพื่อการศึกษา ในขณะที่งบประมาณที่ให้ความสำคัญกับจำนวนผู้เรียนโดยตรงนั้น คิดเป็นร้อยละ 25

ดังนั้น จึงมีแนวคิดเสนอให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณอย่างทั่วถึง โดยให้ความสำคัญลงไปที่ ‘กลุ่มเด็กเล็ก’ ให้มากขึ้น เพราะเข้าถึงโอกาสทางอาชีพได้น้อยกว่า รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับมาตรการสำหรับเด็กระดับปฐมวัยมากขึ้น เช่น ศูนย์เลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพ และเสนอให้มีการปรับแก้เครื่องมือชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) ของอาจารย์ให้มีความสัมพันธ์กับคุณภาพของนักเรียนมากขึ้น ไม่เพียงแค่พิจารณาเอกสารเท่านั้น

นอกจากนี้ ประเทศไทยควรจะเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 ควรให้ความสำคัญกับการปฏิรูปทางการศึกษา รัฐบาลควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำยุทธศาสตร์ร่วมกันในการจัดการการศึกษา รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการศึกษาของการศึกษาของลูกคนชายขอบ อย่างมุสลิม ชนเผ่า แรงงานข้ามชาติ โดยคาดว่าในอนาคตเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องเร่งลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเด็กด้อยโอกาสและเด็กที่มีโอกาสทางการศึกษาโดยเร็ว

ปัญหาช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในกลุ่มประชากรไทย ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งความเหลื่อมล้ำนี้ ยังนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำของโอกาสที่จะเข้าถึงการรักษาพยาบาล หรือการดูแลสุขภาพที่ดีอีกด้วย

ดังนั้น ‘การศึกษา’ ถือเป็น ‘หัวใจ’ สำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิต และเป็นปัจจัยสำคัญในการเลื่อนสถานะทางสังคม และจะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต โดยเฉพาะการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

‘การศึกษา’ ลดช่องว่าคนรวย-จน ได้จริง แต่ พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมจะเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาปฐมวัย จริงจังเพื่อเด็กเล็กกันหรือยัง เท่านั้นเน้อ!!!

– (มีภาพ) คลิกดูคลิป >>

โฆษณา

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน sirnet และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร