คอลัมน์ ลมหายใจสีเขียว: สร้างการมีส่วนร่วมผ่านธรรมนูญสุขภาพ

Untitled11

เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

กระวานกะกานพลู : เรื่อง / สช. : ภาพ

ระวานเพิ่งเคยได้ยินคำว่า ‘ธรรมนูญสุขภาพ’ ก็คราวที่ไปฟังเสวนาเรื่อง ‘ทุกนโยบาย ท้องที่ ท้องถิ่นห่วงใยสุขภาพ’ ในงานประชุม ‘สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 5’ซึ่งจัดโดย คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) ระหว่างวันที่ 18-20 ธันวาคม ที่ผ่านมา

สุริยา อร่ามเรือง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านคลองอาราง หมู่ที่ 11 ต.บ้างแก้งอ.เมือง จ.สระแก้ว ซึ่งทำธรรมนูญสุขภาพระดับหมู่บ้าน บอกเล่าเรื่องราวโดยยกตัวอย่างตนเองว่า ก่อนหน้านี้เคยสูบบุหรี่จัด และคนในครอบครัวอยากให้เลิกสูบ และว่าในหมู่บ้านจะมีวันหนึ่งที่ให้ชาวบ้านลงนามทำกิจกรรม เช่น จะเลิกเหล้า หยุดบุหรี่กี่วัน และเป็นเวทีเปิด บางคนบอกอยากให้ในหมู่บ้านไม่มีโต๊ะสนุกเกอร์และคาราโอเกะ และชาวบ้านมาทำข้อตกลงร่วมกันเป็นธรรมนูญสุขภาพ

“เวทีพวกนี้เปรียบเสมือนกระจกส่องเงาของทุกๆ คน ให้รู้พฤติกรรมคนคนนั้น และพวกเราช่วยกันแก้ไข อย่างตัวผมเองคิดว่าทำอย่างไรจะเลิกบุหรี่ได้ คิดมาหลายวัน ในวันเปิดเวที หลานบอกอยากให้ปู่เลิกบุหรี่ ผมบอกให้เอาด้ายมาผูกแขนสิ หลานก็รีบหาด้ายมาผูก แม่อายุ 70 ปีเศษ ก็คลานออกจากมุ้งมาผูกข้อมือเป็นคนที่สอง ลูกเล็ก แฟน และหลาน มาผูกเต็มข้อมือ ผมยังไม่รู้จะเลิกได้หรือไม่ หลังจากนั้นเข้านอน เช้าตื่นมาอยากสูบบุหรี่ คลำหาห่อบุหรี่ หาไม่เจอก็เปิดไฟ เห็นด้ายอยู่เต็มแขนตนเอง มาคิดว่าได้คุยกับหลานและแม่ ทุกคนให้กำลังใจ อยากให้เราเลิกบุหรี่ ก็ตัดสินใจเลิกสูบบุหรี่ตั้งแต่บัดนั้น ผมโตขนาดนี้ หลานตัวเล็กๆ ยังอยากให้เลิก และมาทำให้ เป็นเพราะลูกหลาน คนในชุมชน จึงได้มาทำให้ผมเลิกบุหรี่”

เล่ามาถึงตอนนี้ พิธีกรบอกผู้ฟังว่า “ปรบมือให้หน่อยว่าเลิกบุหรี่ได้เพราะชุมชน”

ชาวบ้านคลองอารางเริ่มทำธรรมนูญสุขภาพของหมู่บ้านช่วงต้นปี 2555 มีทั้งหมด 12 หมวด ว่าด้วยเรื่องคุณธรรม จริยธรรม การสร้างสังคมที่ดี การป้องกันควบคุมและจัดการสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมการจัดการระบบสุขภาพที่พึงประสงค์ เป็นต้น เนื้อหาฟังง่ายไม่ซับซ้อน เช่น ข้อ 7 ควรรักษาศีลห้าให้ได้ หรือรักษาให้ได้ 1-2 ข้อเป็นอย่างน้อย. ข้อ 14 เด็ก เยาวชน ควรรักนวลสงวนตัวในขั้นตอนการจัดหมวดหมู่ธรรมนูญ ก็อาศัยลูกหลานในชุมชน ช่วยกันจดๆ ทุกถ้อยคำจากบนกระดานมาว่าต้องการสิ่งใดบ้าง จากนั้นคณะกรรมการหมู่บ้านและเป็นทีมงานที่จัดหมวดหมู่ก็มาคัดกรอง เขาต้องการแก้ไขตรงไหน หลายคนช่วยกันคิด และตั้งกติกาขึ้นมา

ถามว่าหลังมีข้อตกลงร่วมกัน ชุมชนเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ผู้ช่วยฯ สุริยา ตอบว่า

“ขอบคุณองค์กรต่างๆ ที่ให้ความรู้ ให้บทบาทกับชุมชน ถ้ามีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน มีเงินเยอะ ตายก็เอาไม่ได้ รัฐบาลก็รับภาระหนัก ต้องหาหมอมารักษา ผมคิดว่าเดินมาถูกทางแล้ว ความเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรมหลังมีธรรมนูญสุขภาพ คือทุกคนมีส่วนร่วม มีอะไรหนักเบาให้อภัยกันได้ ทุกคนมีจิตวิญญาณจะช่วยเหลือสังคมไปพร้อมๆ กัน ต่อไปจะทำธรรมนูญตำบล และทำธรรมนูญจังหวัด เป็นนิมิตหมายที่ดี ทำให้ชีวิตยั่งยืนชั่วลูกหลาน”

ส่วนที่ว่าแล้วใครเป็นคุมกฎ คำตอบคือ “ชาวบ้านทุกคนครับ เพราะมีส่วนร่วมคิด พอเลิกบุหรี่ เหล้า อบายมุข ก็ทำเศรษฐกิจพอเพียง ทำบัญชีครัวเรือน ให้มีจิตสำนึกว่าทำอย่างไรจะอยู่อย่างพอเพียง ไม่โลภ” ผู้ช่วยฯ สุริยากล่าว ขยับมาอีกนิดเป็นธรรมนูญสุขภาพระดับตำบล ต.เปือย อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ

ตำบลเปือยมี 13 หมู่บ้าน ประชากร 7,200 คน เป็นผู้สูงอายุพันกว่าคน

รุ่งโรจน์ โฉมรักษ์ นายกเทศมนตรี กล่าวว่า พื้นที่เป็นสังคมกึ่งชนบทกึ่งเมือง องค์กรต่างๆ มีความเข้มแข็งแต่ที่มีปัญหาคือสุขภาพ โรคติดต่อ ท้องร่วง ไข้เลือดออก และโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน คิดว่าทำอย่างไรจะแก้ปัญหาให้ชุมชนได้ ตนเองแถลงต่อสภาไว้ว่าจะขับเคลื่อนด้านสุขภาวะด้วย

“เราตั้งเป้าหมายไว้ จะรอเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไม่เพียงพอ เราประสานข้อมูล ให้ชุมชนมีส่วนร่วมกำหนดเครื่องมือช่วยการขับเคลื่อนด้านสุขภาพ คนในชุมชนเท่านั้นจะรู้ว่ามีปัญหาอะไร นายกเทศมนตรี ไม่รู้หรอกครับ การดำเนินงานในพื้นที่ เรามีกลยุทธ์ทำงาน 3 กลยุทธ์ ผมประกาศเจตนารมณ์มุ่งมั่น ถ้านายกเอา พนักงานต้องเอาด้วย เวลาประชุมประจำเดือนให้ข้อมูลพนักงานท้องถิ่น แล้วนำสู่สภา ให้สภาอนุมัติงบประมาณ ผมคิดว่าเราจะทำโครงการให้ชาวบ้านจำได้อย่างไร ก็เลยเป็น ‘เปือยรุ่งโรจน์’ รุ่งโรจน์ แปลว่า กระจ่างแจ้ง สว่างเด่น ประจวบเหมาะตรงกับชื่อผมพอดี”

สอง-สร้างกลไกในการขับเคลื่อน เราทำเองไม่ไหว ตั้งกรรมการสี่ฝ่าย มีฝ่ายประชาสัมพันธ์ ตั้งกรรมการยกร่างธรรมนูญ โดยครูอาจารย์ในพื้นที่, นำไปทำประชาคมในทุกหมู่บ้าน ประสานทีมหนุนเสริม จากหน่วยงานสุขภาพต่างๆ ไปร่วมให้ความเห็นและแนวทางวิชาการ สาม-จัดทำแผนที่ขับเคลื่อน ตั้งใจว่าวันที่ 20 มีนาคม 2555 จะประกาศใช้ให้ได้ โดยมีสโลแกนจากข้อ 5 ที่บอกว่า ‘อยู่ดี มีแฮง ฮักแพง แบ่งปัน สร้างสรรค์เฮียนฮู้ อยู่ดีมีสุขถ้วนหน้าปี 2559″

ถามว่าทำไมต้องกำหนดปี 2559 คำตอบคือ ชุมชนอยากเห็นผลงานเป็นรูปธรรม อย่างน้อยในเวลาห้าปีต้องขับเคลื่อนได้ อาจยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม แต่เป้าหมายแรกคือ ให้ชาวบ้านในตำบลเปือย มีสุขภาวะดีขึ้น

ผู้ดำเนินรายการถามว่า ทำอย่างไรให้ธรรมนูญมีความยั่งยืน ใครมาเป็นนายกฯ ก็ต้องสานต่อ นายเทศมนตรีตำบลเปือย ตอบพร้อมกับชูธรรมนูญสุขภาพเล่มเล็กให้คนฟังดู พร้อมตอบว่า

“นี่แหละครับ ทุกตัวบทอักษรชาวบ้านเป็นคนทำ เทศบาลเป็นแค่ตัวประสาน แม้การสร้างคน จะลงทุนน้อยกว่าโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างถนนใช้งบฯ 3-4 แสนบาท แต่นี่ไม่มีเงินก็ทำได้ ตัวนี้คือมรดกของคนตำบลเปือย”

‘ธรรมนูญสุขภาพเปือยรุ่งโรจน์’ จะโดนใจชาวบ้านตำบลเปือยหรือไม่ 17 มกราคม 2556 คงจะรู้ผล เพราะมีการเลือกตั้งผู้นำรอบใหม่

“ผลเชิงประจักษ์จะปรากฏ ชาวบ้านเป็นผู้ตัดสินครับ” นายกเทศมนตรีรุ่งโรจน์ กล่าว

สำหรับธรรมนูญสุขภาพในระดับเทศบาล เทศบาลนครพิษณุโลกมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์

สุธี ฮั่นตระกูล รองนายกเทศบาลนครพิษณุโลก เป็นตัวแทนการขับเคลื่อนระดับเทศบาลนคร กล่าวว่า เทศบาลได้ทำข้อตกลงกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รับเงินรายหัว และมาจัดแผนงานดูแลสุขภาพประชาชนโดยเอง โดยระดมความเห็นชาวบ้านมาทำเป็นนโยบายสาธารณะ ซึ่งในธรรมนูญสุขภาพมี 3 มติ ดังนี้ 1) ภาวะโภชนาเกินหรือโรคอ้วน ซึ่งมีโรคตามมาคือ เบาหวาน

2) ปัญหาเกี่ยวกับเยาวชนทุกเรื่อง เช่น ท้องก่อนวัยอันควร เด็กติดเกม 3) ไข้เลือดออก และว่าที่คุยมามีเยอะกว่านี้ แต่เราได้บทเรียนว่าเยอะแล้วทำไม่ได้ ทำให้ท้อ ก็เอาแค่สามเรื่องก่อน อาจทำทุกสองปี เพราะต้องใช้คนเยอะ แล้วสามปีกว่าจะขับเคลื่อนให้เห็นผล กำลังคุยกันอยู่

เนื่องจากเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่ละชุมชนอาจมีความต้องการไม่เหมือนกัน ถามว่าเทศบาลมีวิธีการดำเนินการอย่างไร คำตอบของรองนายกเทศบาลนครพิษณุโลก ชวนให้ใจชื้นมาก คือ

“เสน่ห์คือความไม่เหมือนกัน ไม่เป็นไร แต่ละชุมชนมีสิทธิเสนอโครงการ แต่ต้องสอดคล้องกับมติสามเรื่องข้างต้นด้วย”

“หลักการคือ ทำโครงการเล็กให้สำเร็จ ยั่งยืน แล้วนำไปขยายผลต่อ ไม่ทำโครงการใหญ่ๆ เพราะหากไม่ประสบความสำเร็จ ต้องเสียค่าโง่แพง”

นี่คือหลักคิดของรองนายกเทศบาลนครพิษณุโลก ซึ่งสวนทางกับนักการเมืองส่วนใหญ่ที่ชอบทำโครงการใหญ่ แม้เสียค่าโง่แพง แต่ผลตอบแทนเกินคุ้ม!

ตอบแทนอะไร ให้ใคร คงเข้าใจกันดี..

 

โฆษณา

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ประชุมสมัชชาฯปี55 และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร