สมัชชาสุขภาพแห่งชาติประกาศปฏิรูปสุขภาวะคนไทยทุกมิติ

Untitled9

เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ การประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 5 ภายใต้แนวคิด ‘ทุกนโยบาย ห่วงใยสุขภาพ’ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ ไบเทค บางนา

ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา ประธานกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) กล่าวว่า การประชุมในปีนี้มีภาคีเครือข่ายและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมมากกว่าทุกครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมถึง 2,551 คน ผลักดันมติออกมาได้ 10 เรื่อง หลังจากนี้จะมีการติดตามนโยบายที่นำไปสู่ภาคปฏิบัติ

ดร.ไชยยศ บุญญากิจ ประธานอนุกรรมการดำเนินการประชุมคณะที่ 1 และ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ประธานอนุกรรมการดำเนินการประชุมคณะที่ 2 ร่วมกันแถลงถึงวาระที่ภาคีเครือข่ายให้ความเห็นชอบ ประกอบด้วย

1) การปฏิรูปการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EIA/EHIA) พบว่าหากไม่ปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยทันเหตุการณ์ จะขยายความขัดแย้งระหว่างภาครัฐหรือเจ้าของกิจการกับชุมชน ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ โดยภาคีเครือข่ายเสนอให้มีการแก้ไขกฏหมาย อาทิ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 เพื่อปฏิรูปโครงสร้างและระบบการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ การจัดทำ EIA และ EHIA ผลักดันให้เกิดองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ตามมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 อย่างเร่งด่วน

2) การปองกันและลดผลกระทบด้านสุขภาพจากโรงไฟฟชีวมวล เสนอให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

ให้ความเห็นชอบ โดยหน่วยงานที่

เกี่ยวข้องศึกษาศักยภาพในการรองรับการพัฒนาโรงไฟฟชีวมวลในภาพรวมของจังหวัด เพื่อเป็นกรอบการพัฒนาและอนุญาตโครงการแต่ละพื้นที่ พร้อมปรับปรุงมาตรฐานการใช้ประโยชน์ที่ดินผังเมือง ปรับปรุงบัญชีประเภทอุตสาหกรรมประเภทกิจการไฟฟ ให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เป็นหน่วยงานหลักทบทวนปรับปรุงเงื่อนไขในการออกใบอนุญาต รวมทั้งกำหนดที่ตั้ง ระยะห่างที่เหมาะสมกับชุมชน พร้อมเพิ่มบทลงโทษทางแพ่งและอาญาแก่ผู้ขาดคุณสมบัติ สร้างการมีส่วนร่วมในการประเมินผลกระทบทางสุขภาพในระดับชุมชน (Community Health Impact Assessment : CHIA)

3) การจัดการปญหาหมอกควันที่มีผลต่อสุขภาพสนับสนุนภาคประชาชนและองค์กรชุมชนในการแก้ไขปญหาไฟปและหมอกควัน ทั้งการสร้างจิตสำนึก ความรู้ และศูนย์เรียนรู้เพื่อขยายผล ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นด้านจัดการว่าด้วยไฟปและหมอกควัน

4) ความปลอดภัยด้านอาหาร การแก้ปญหาจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ให้ภาครัฐสนับสนุนให้เกิดการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (GAP) และเกษตรอินทรีย์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการผลิตอาหารให้ผู้บริโภค ทบทวนการอนุญาตให้มีการขึ้นทะเบียนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ใช้ในกระบวนการผลิตภาคเกษตร รวมถึงปรับปรุงวิธีการขึ้นทะเบียนสารเคมีอันตราย

5) การจัดระบบและโครงสร้างเพื่อส่งเสริมการเดินและการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน ที่ประชุมเห็นชอบการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ภายในปี 2557 เพื่อเสนอต่อภาครัฐ โดยให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นแกนหลัก พร้อมเสนอให้กระทรวงการคลังใช้มาตรการเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้คนไทย หันมาใช้จักรยานในชีวิตประจำวันมากขึ้น และให้กระทรวงอุตสาหกรรมปรับปรุงมาตรฐานจักรยานให้มีคุณภาพ

6) การจัดการสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก 24 ชั่วโมง : กรณีเด็กกับไอที ภาคีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เห็นร่วมกันถึงความห่วงใยปญหาเด็กไทยใช้เวลากับไอทีมากเกินไป จนก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและพัฒนาการและปญหาการติดเกมและอินเตอร์เน็ตของเด็กไทยอยู่ในขั้นวิกฤติ จึงสนับสนุนการดำเนินงานของ ‘คณะกรรมการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติ’ ขจัดสื่อร้ายขยายสื่อดี สร้างภูมิคุ้มกัน การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อควบคุมการเล่นเกมของเด็ก และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติควบคุมดูแลร้านเกมออนไลน์และอินเตอร์เน็ต

7) พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ จากข้อมูลการเจ็บปวยของพระสงฆ์พบว่า ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมบริโภคที่เสี่ยงต่อสุขภาพจึงควรดูแลอาหาร และให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้บริการของสถานบริการสาธารณสุข เพื่อเอื้อให้พระสงฆ์เข้าถึงบริการ พร้อมจัดการขึ้นทะเบียนพระสงฆ์ และทำระบบฐานข้อมูลทั่วประเทศ เพื่อประโยชน์ด้านสิทธิและสวัสดิการ

Untitled108) การปฏิรูปการศึกษาวิชาชีพด้านสุขภาพให้สอดคล้องกับความจำเป็นด้านสุขภาพในบริบทสังคมไทย ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาหลักสูตรหรือปรับระบบการเรียนการสอนต้องเชื่อมโยงกับพลวัตของระบบสุขภาพ พร้อมจัดทำยุทธศาสตร์ผลิตกำลังคน และปฏิรูปการศึกษาภายใน 1 ปี โดยมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกสาธารณะให้บริการด้วยหัวใจ และเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

9) การพัฒนากลไกและกระบวนการที่สามารถรับมือผลกระทบด้านสุขภาพจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่เป็นอาหารและอาหาร ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบมาตรฐานของอาหารและสินค้าเกษตรอาหาร ซึ่งจะมีปริมาณการค้าเพิ่มสูงขึ้น จากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยเรียกร้องมีนโยบายและแผนให้ชัดเจนเพื่อเตรียมความพร้อม ขณะที่ภาครัฐควรเพิ่มการลงทุนด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ห้องปฏิบัติการและเครื่องมือเพื่อการตรวจสอบความปลอดภัยอาหารและการควบคุมโรค

นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับมติขับเคลื่อนที่ผ่านการพิจารณาจำนวน 9 วาระ จะมีการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี 3 วาระ ประกอบด้วย เรื่องการปองกันและลดผลกระทบจากโรงไฟฟชีวมวล, การจัดการปญหาหมอกควัน และการส่งเสริมการเดินและการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน ส่วนอีก 6 วาระจะเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันไปสู่ภาคปฏิบัติต่อไป

“การประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมาก การผลักดันเรื่องการพัฒนาสุขภาวะยังต้องเดินหน้าอีกมาก ซึ่งเราพยายามเชื่อมโยงกับสังคมมากขึ้น มีการให้กำลังใจพื้นที่ หรือจังหวัดที่นำเอาเครื่องมือไปใช้ทดลองปฏิบัติจนเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมีการมอบรางวัลสมัชชาสุขภาพแห่งชาติจำนวน 3 รางวัล และยังมีเครือข่ายจากองค์การอนามัยโลกมาเยี่ยมดูกระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติด้วย” นพ.อำพล กล่าว สำหรับรางวัลสมัชชาสุขภาพแห่งชาติปีนี้มีการมอบเป็นปีแรก จำนวน 3 รางวัล คัดเลือกจาก ‘หนึ่งจังหวัด’ที่ใช้กระบวนการสมัชชาสุขภาพ, ‘หนึ่งพื้นที่’ ที่มีการทำธรรมนูญสุขภาพ และ ‘หนึ่งกรณี’ ที่ใช้เอชไอเอชุมชน เป็นเครื่องมือในการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ภายใต้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ไปใช้จนเกิดผลเป็นรูปธรรม

โดยองค์กรที่ได้รับรางวัลดังกล่าวในปีนี้ตามลำดับ ประกอบด้วย สมัชชาสุขภาพจังหวัดตรัง, ธรรมนูญสุขภาพตำบลชะแล้ จังหวัดสงขลา และเอชไอเอชุมชน กรณีโรงไฟฟถ่านหิน-เขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ประชุมสมัชชาฯปี55 และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร