โชว์กรอบเจรจา FTA ไทย-อียู ชงรัฐสภาพิจารณา/กลุ่มเสียประโยชน์ร้องทัก

ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

พาณิชย์โชว์ร่างกรอบเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู ได้ฤกษ์ชงรัฐสภาพิจารณา ชี้หากไทยไม่ทำข้อตกลงอาจทำให้สูญเสียความเป็นศูนย์กลางภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ สินค้าและบริการ ขณะเอสเอ็มอี ภาคบริการ เอ็นจีโอร้องกระทบอื้อ

นางพิรมล เจริญเผ่า อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (จร.)กระ ทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้นำเสนอร่างกรอบเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-สหภาพยุโรป(อียู) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)และรัฐสภาตามกรอบรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 190 ที่กำหนดให้การทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน หลังจากนั้นจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อนำเข้าสู่การเจรจาต่อไป

สำหรับร่างกรอบเจรจาเอฟทีเอไทย-อียูในเบื้องต้นจะมี 17 ประเด็นในการเจรจา ที่สำคัญได้แก่ ด้านการค้าสินค้า เช่น การลดหรือยกเลิกอากรศุลกากร ค่าธรรมเนียมอื่นที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้า โดยให้ครอบคลุมการค้าระหว่างกันให้มากที่สุด เน้นให้ลดภาษีหรือเลิกมาตรการและอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีให้มากที่สุด เป็นต้น ด้านพิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น ให้มีความร่วมมือในด้านพิธีการศุลกากร เพื่อลดอุปสรรค และอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกัน ด้านกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า เช่น การกำหนดถิ่นกำเนิดสินค้าให้สอดคล้องกับโครงสร้างการผลิตให้มากขึ้น การมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน มีการบังคับใช้อย่างโปร่งใส และเท่าเทียมกัน เป็นต้น

ด้านมาตรการเยียวยาทางการค้า ไม่ว่าจะเป็นมาตรการปกป้อง ให้มีมาตรการปกป้อง 2 ฝ่าย เพื่อปกป้องภาคเกษตรและอุตสาหกรรมภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรงจากการทะลักเข้าสู่ตลาดของสินค้านำเข้า ภายหลังที่ความตกลงมีผลบังคับใช้ และมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน เช่น ให้มีแนวทางการใช้มาตรการการตอบโต้การทุ่มตลาดและมาตรการตอบโต้การอุดหนุนที่สอดคล้องกับหลักการขององค์การการค้าโลก(WTO) นอกจากนี้ยังมีมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช โดยให้เน้นย้ำการใช้มาตรการสุขอนามัยใช้ได้เฉพาะมาตรการที่สอดคล้องตามความตกลงของ WTO และการเจรจาอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า ต้องสอดคล้องกับความตกลงของ WTO เช่นกัน ขณะเดียวกันจะมีการเจรจาด้านการค้าบริการ การลงทุน การระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐ การเจรจาด้านทรัพย์สินทางปัญหา การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ด้านความโปร่งใส การแข่งขัน ด้านการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน

“หากไทยไม่มีการทำความตกลงการค้าเสรีกับอียู และไทยถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) จากอียูในปี 2558 และในปีเดียวกันอาเซียนจะรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ไทยจะเสียเปรียบชาติอื่นในอาเซียนในการแข่งขันขยายการค้า และดึงดูดการลงทุนจากยุโรปที่อาจจะย้ายไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ทำให้ไทยสูญเสียโอกาสในการเป็นศูนย์กลาง (HUB หรือ Gateway) ในภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ สินค้าและบริการในอุตสาหกรรมการสื่อสารโทร คมนาคม เป็นต้น”

นางพรพิมล กล่าวอีกว่าเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาทางกรมได้เปิดรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลก่อนที่จะเปิดการเจรจาอย่างเป็นทางการ สำหรับข้อกังวลของผู้ประกอบการนั้น กลุ่มเอสเอ็มอีของไทยเกรงว่า หากมีการเปิดตลาดสินค้าโดยการลดภาษี จะทำให้กระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศ ประกอบด้วยสินค้าผลิตภัณฑ์นม, เนื้อสัตว์, เครื่องในสัตว์, ชิ้นส่วนยานยนต์, เครื่องสำอาง เนื่องจากเห็นว่าอียูมีศักยภาพ ในการผลิตมากกว่า และผู้ประกอบการไทยจะแข่งขันไม่ได้

ส่วนภาคบริการมีความกังวลในเรื่องการเงิน การธนาคาร, ด้านธุรกิจโลจิสติกส์ เช่น ด้านการขนส่ง, การสื่อสารโทรคมนาคม และไปรษณีย์, การศึกษา โดยผู้ประกอบการรายย่อยด้านธุรกิจโลจิสติกส์ จะไม่สามารถแข่งขันได้ เนื่องจากอียูมีความแข่งแกร่งกว่า ทั้งด้านเทคโนโลยี และด้านเงินทุน

ขณะที่ภาคประชาสังคม หรือเอ็นจีโอมีความกังวล ในการเจรจาด้านทรัพย์ สินทางปัญญาที่อียูอาจขอมากเกินกว่าที่ได้ตกลงไว้ WTO เรื่อง สิทธิบัตรยาที่ WTO ให้เวลาคุ้มครองไว้ 20 ปี เกรงว่าจะมีการขยายเวลาไปเกิน 20 ปี และเกรงจะมีปัญหายาแพง และทำให้เกิดปัญหาการเข้าถึงยาจำเป็นของประชาชน ซึ่งยาที่มีความกังวลเช่น ยารักษาโรคเอดส์, โรคหัวใจ และ โรคมะเร็ง เป็นต้น

“ข้อกังวลทั้งหมด ทางกรม ได้รับฟัง และจะนำมาเป็นข้อมูลในการเจรจา อย่างระมัดระวังและจะหาทางออกให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด หากเลี่ยงผลกระทบไม่ได้ ก็จะต้องมีมาตรการมาชดเชย”..

โฆษณา

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน FTA และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร