ปัญหา “ไฟป่า” ภัยอันตรายต่อมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม

Untitled2

ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เมษายน เป็นช่วงที่มีสถิติการเกิดไฟป่าสูงกว่าช่วงอื่นๆ เนื่องจากสภาพอากาศแห้ง ลมพัดแรง ประกอบกับต้นไม้ใหญ่จำนวนมากผลัดใบ หญ้าแห้งตาย โดยสาเหตุหลักของการเกิดไฟป่าส่วนใหญ่เกิดจากมนุษย์จุดไฟ เพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ รวมถึงการทำไร่เลื่อนลอย เมื่อเกิดเพลิงไหม้จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว และยากต่อการควบคุม โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้และภูเขาสูง ประกอบกับปัญหาหมอกควันที่เป็นผลกระทบมาจากไฟป่า ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะการใช้รถใช้ถนนจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้นดังนี้

ผลเสียของไฟป่าต่อสังคมพืช, ดิน, น้ำ, สัตว์ป่าและสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในป่า, ชีวิตและทรัพย์สินของมนุษย์รวมถึงสภาวะอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงส่งผลทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นฝนตกไม่สม่ำเสมอไม่เป็นไปตามฤดูกาลสร้างความเสียหายต่อการประกอบอาชีพ

นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่ากรมป่าไม้ได้เล็งเห็นผลกระทบของการเกิดไฟป่าจึงจัดให้มีการดำเนินโครงการรณรงค์ “ไม่เผาป่า รักษาธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ ” ใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยกรมป่าไม้ดำเนินการเอง 6 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.แพร่ จ.พะเยา และ จ.เชียงราย และร่วมกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดน่าน แม่ฮ่องสอน และตาก ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ของทุกปี ภาคเหนือตอนบนต้องประสบกับปัญหาไฟป่าหมอกควันอย่างรุนแรง นอกจากนี้ปัญหาไฟป่ายังก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ และปัญหาภัยแล้งตามมาอีกด้วย

” จากการเปิดตัวโครงการรณรงค์ “ไม่เผาป่า รักษาธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์” ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นที่แรก เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2556 บริเวณสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี โดยมี นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในการเปิดตัวโครงการและปล่อยขบวนรถรณรงค์ โดยที่ผ่านมากรมป่าไม้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงประชาชน จำนวนกว่า 2,000 คน ในการร่วมรณรงค์ดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงอันตรายและผลกระทบจากปัญหาไฟป่าและหมอกควัน “

นายบุญชอบ กล่าวต่อว่าหลังจากเปิดตัวที่จังหวัดเชียงใหม่แล้ว ในวันที่ 20 มกราคม 2556 ขบวนรณรงค์ได้เดินทางต่อไปยังจังหวัดลำพูน โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน (นายนาวิน สินธุสะอาด) เป็นประธาน และหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน จำนวน 500 คน ร่วมเดินรณรงค์ โดยเริ่มต้นจากสนามกีฬากลางจังหวัดลำพูน ไปตามถนนในอำเภอเมืองของจังหวัดลำพูน จากนั้นในวันที่ 21 มกราคม 2556 ขบวนรณรงค์เดินทางต่อไปยัง จ.ลำปาง จ.แพร่ จ.พะเยา และไปสิ้นสุดที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2556 หลังจากนั้นกรมป่าไม้ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมรณรงค์ต่อไปอีก 3 จังหวัด คือ จ.น่าน จ.แม่ฮ่องสอน และจังหวัดสุดท้าย คือ จ.ตาก ในวันที่ 29 มกราคม 2556 รวมทั้งหมด 9 จังหวัด

นอกจากนี้ กรมป่าไม้ยังได้ดำเนินโครงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการควบคุมไฟป่า ซึ่งกรมป่าไม้ได้รับจัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนในการสร้างเครือข่าย จำนวน 100 หมู่บ้านทั่วประเทศ หมู่บ้านละ 100,000 บาท โดยเครือข่ายความร่วมมือในการควบคุมไฟป่า จะมีภารกิจหลักในการจัดทำข้อมูลพื้นฐาน การจัดซื้ออุปกรณ์ดับ ไฟป่า และการฝึกอบรมอาสาสมัครควบคุมไฟป่า

ทั้งนี้ กรมป่าไม้ ขอความร่วมมือหากพบเห็นบุคคลกระทำการเผาป่า สามารถแจ้งเหตุได้ที่ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าท้องที่ หน่วยส่งเสริมการควบคุมไฟป่าท้องที่ หน่วยป้องกันรักษาป่าท้องที่ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ท้องที่ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ (สาขา) ท้องที่ หรือนายอำเภอท้องที่ หรือผู้นำ อปท.ท้องที่ หรือสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุม ไฟป่า กรมป่าไม้ หรือสายด่วน Green Call 1310 กด 3 และสายด่วนนิรภัยของกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย 1784 เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปดำเนินการดับไฟได้ทันการณ์

ปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหากแต่คนในชุมชนร่วมมือกันในการปกป้องและสอดส่องดูแลผืนป่าในชุมชนของท่าน ปัญหาเรื่อง “ไฟป่า” ก็จะลดลงและหมดไป

โฆษณา

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน HA และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร