ระดมหน่วยงานรัฐวางกลไกลดผลกระทบโรงไฟฟ้าชีวมวล

Untitled1กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกที่สำคัญ เนื่องจากไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเศษวัสดุทางการเกษตรเหลือใช้จำนวนมาก และตามแผนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกในช่วง 10 ปี (2555-2564) กำหนดเป้าหมายการใช้ชีวมวลผลิตไฟฟ้าให้ได้ 3,630 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นพลังงานทางเลือก 25 % ของปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้

แต่ปัจจุบันพบว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลถูกร้องเรียน และสร้างความวิตกกังวลให้ประชาชนในชนบท เนื่องจากไม่มีการบริหารจัดการ หรือควบคุมที่ดีพอ จากการกลไกกำกับให้จัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสุขภาพขณะที่โรงไฟฟ้าประเภทนี้ใช้เชื้อเพลิงที่เผาไหม้ยาก เพราะอยู่ในสถานะของแข็ง ก่อปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ซึ่งมีผลต่อปอดและถุงลม และผลต่อโรคระบบทางเดินหายใจ

ตามพรบส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมพศกำหนดให้โรงไฟฟ้าตั้งแต่เมกะวัตต์ขึ้นไปต้องทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอและรายงานผลกระทบทางสุขภาพหรือเอชไอเอส่วนโรงงานขนาดเล็กตั้งแต่เมกะวัตต์ขึ้นไปทำเฉพาะอีไอเอจึงมีผู้ประกอบการสร้างโครงการขนาดเมกะวัตต์หลายโครงการในบริเวณเดียวกันเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย

ในปี 2554 มีโรงไฟฟ้าชีวมวลประเภทโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (วีเอสพีพี)ที่ผลิตไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว 60 ราย กำลังผลิตติดตั้ง 783 เมกะวัตต์ เสนอขาย 329 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กเหล่านี้ จำนวนมากยังขาดเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเน้นการเผาตรง(directed burning) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพต่ำและสร้างมลพิษสูง

ขณะเดียวกันกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวลส่วนมากตั้งอยู่ในแหล่งวัตถุดิบที่มีผลผลิตการเกษตรซึ่งอยู่ในบริเวณที่ผังเมืองที่กำหนดเป็นพื้นที่สีเขียวคือพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรมและพื้นที่ซึ่งกำหนดเป็นสีขาวทแยงเขียวหรือพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมโดยพื้นที่สีเขียวทั้งสองประเภทจะมีชุมชนพักอาศัยรวมอยู่ด้วยหากไม่กำหนดเงื่อนไขและมาตรฐานที่ชัดเจนสำหรับกิจการโรงไฟฟ้าและไม่กำหนดระยะห่างที่เหมาะสมจากชุมชนจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของชาวบ้าน

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จัดทำร่างแผนปฏิบัติการ และนำกรอบระยะเวลา (โรดแมป) เข้าสู่การประชุมคสช.แล้ว ทั้งนี้เพื่อวางแนวทางป้องกันและลดผลกระทบด้านสุขภาพจากโรงไฟฟ้าชีวมวลไปสู่ภาคปฏิบัติ ก่อนนำเสนอต่อครม. เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

“โรงไฟฟ้าชีวมวล เป็นนโยบายหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนด้านพลังงานของประเทศ และช่วยลดต้นทุนให้แก่ภาคธุรกิจ แต่หากกระบวนการเผาทำลายของโรงไฟฟ้าชีวมวลไม่ดีพอ ย่อมเกิดมลพิษต่อชุมชน จึงควรพัฒนารูปแบบและเทคโนโลยีเตาเผาชีวมวลในประเทศไทย โดยเรียนรู้จากประสบการณ์ในต่างประเทศ”

โดยมติที่ประชุมคสชล่าสุดเห็นชอบจัดทำฐานข้อมูลการผลิตและการใช้ไฟฟ้าในจังหวัดได้แก่จังหวัดเพชรบูรณ์ลำปางอุตรดิตถ์นครราชสีมาชัยภูมิอุดรธานีกาญจนบุรีราชบุรีสุพรรณบุรีนครศรีธรรมราชสงขลาและชุมพรให้แล้วเสร็จภายในเดือนเพื่อนำไปสู่การทำแผนพลังงานและแผนแม่บทพลังงานชีวมวลจังหวัดโดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

นอกจากนั้น ที่ยังให้ปรับปรุงบัญชีประเภทกิจการ ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และกรมโยธาและผังเมือง ร่วมกันหาข้อสรุปในการแยกประเภทกิจการโรงไฟฟ้า ชีวมวลออกมาให้ชัดเจนเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงมาตรฐานการอนุญาต การประเมินผลกระทบ และการกำหนดโซนนิ่งพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลในผังเมืองไม่ให้กระทบต่อวิถีชุมชนและเกษตรกรรม

ส่วนคณะกรรมการสาธารณสุข อยู่ระหว่างกำหนดให้โรงไฟฟ้าชีวมวลเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ส่วนกรมควบคุมมลพิษ ให้มีมาตรการเฝ้าระวังในระดับพื้นที่ และจัดเตรียมอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมหากมีปัญหาเกิดขึ้นด้วย

ขณะที่สช.เองอยู่ระหว่างสนับสนุนการมีส่วนร่วมในกระบวนการประเมินผลกระทบทางสุขภาพในระดับชุมชน (CHIA) เพื่อให้การอนุมัติโครงการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็นไปอย่างรอบคอบ

นายกวิน ทังสุพานิชเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.)กล่าวว่า สกพ.เป็นอีกหน่วยงานที่เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา โดยขณะนี้กกพ.มีการจัดทำแนวทางในการป้องกันและแก้ไขผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เป็นหลักเกณฑ์การปฏิบัติ เรียกว่า Code of Practice: COP เป็นหลักปฏิบัติของโรงไฟฟ้าชีวมวลในการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกในการควบคุมและกำกับโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์อีกทางหนึ่ง

โฆษณา

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน โรงไฟฟ้า ชีวมวล และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร