คอลัมน์ ต่อจุดความรู้: ความยุติธรรมทางนิเวศ ที่อ่าวท่าศาลา

Untitled3กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การเข้าสู่โลกาภิวัตน์นำมาสู่ความขัดแย้งรุนแรง โดยเฉพาะทางทรัพยากรธรรมชาติ เราสามารถเห็นความขัดแย้งระหว่าง “ชาวบ้าน” และ “นายทุน” เกิดขึ้นในหลายพื้นที่อย่างบ่อยครั้ง กรณีการก่อสร้างท่าเรือน้าลึกของ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสารวจและผลิต จากัด ที่บริเวณอ่าวท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นกรณีหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นการต่อสู้ของชาวประมงในพื้นที่กับบรรษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ เพื่อปกป้องระบบนิเวศในบริเวณที่พวกเขาขนานนามตามความอุดมสมบูรณ์ว่า “อ่าวทองคา”

นพนันท์ วรรณเทพสกุล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษานิเวศชุมชนอ่าวท่าศาลาด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) เน้นการใช้ข้อมูลที่วิเคราะห์เอกสารซึ่งเกิดจากการศึกษาวิจัยโดยชุมชน สัมภาษณ์เชิงลึกแกนนำชุมชนและบุคคลที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อ่าวสิชล-ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช การจัดสนทนากลุ่ม ร่วมกับการเข้าไปสังเกตชุมชนแบบไม่มีส่วนร่วม และเพิ่มเติมด้วยการวิเคราะห์เอกสารจากข้อมูลเผยแพร่ สื่อสิ่งพิมพ์ บทความ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ข้อมูลจะใช้การวิเคราะห์เชิงเหตุผลเพื่อค้นหากลไกเชิงสถาบันที่กำหนดกติกาการอยู่ร่วมกันของคนในชุมชน แบบแผนความคิดของแกนนำชุมชน พัฒนาการทางเศรษฐกิจสังคมของชุมชนอ่าวท่าศาลา รวมถึงวิธีการเคลื่อนไหวทางสังคมแนวทางต่างๆ ที่ผ่านมา

หลักการและความหมายของความยุติธรรมทางนิเวศ

ความยุติธรรมทางนิเวศเป็นจริยศาสตร์ที่มีพื้นฐานมาจากทฤษฎีทางนิเวศวิทยาและทฤษฎีความยุติธรรม ซึ่งมีผู้ให้คำนิยามความยุติธรรมทางนิเวศอยู่หลายแนว จำแนกโดยกว้างๆได้สองแนวที่แตกต่างกันคือ แนวแรก การกระจายความเสี่ยงและผลประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเสมอหน้า นำมาใช้อธิบายการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ให้ความสาคัญกับการกระจายผลประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมและภาระความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นธรรม

แนวที่สองเป็นสหวิทยาการทางสังคมศาสตร์ที่ร่วมเข้าด้วยกันระหว่างศาสตร์หลายแขนง เช่น ทฤษฎีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ทฤษฎีความยุติธรรม กฎหมายสิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาลที่ดี การกำกับดูแลนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม การวางแผนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และนิเวศวิทยาการเมือง เป็นต้น

Untitled5นอกจากนิยามทั้งสองแนวที่กล่าวมามีความหมายในลักษณะอื่นอีก ส่วนที่นิยามโดยหน่วยงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (Environmental Protection Agency – EPA) ซึ่งอาศัยนิยามทั้งสองแบบให้คำจำกัดความคำว่า “ความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม” หมายถึง “การปฏิบัติที่เป็นธรรม และการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายของทุกคนที่มีต่อนโยบายของรัฐ การพัฒนา ตลอดจนการดำเนินงานและการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม โดยไม่แบ่งแยกในเรื่องเชื้อชาติ สีผิว เพศสภาพ ชาติกำเนิด หรือรายได้” ความยุติธรรมทางนิเวศในความเป็นชุมชนอ่าวท่าศาลา

การสังเคราะห์ชุมชนบริเวณอ่าวท่าศาลาได้พิจารณาด้วยคุณค่าที่เป็นบรรทัดฐานสี่ประการของยุติธรรมทางนิเวศคือ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (solidarity), ความยั่งยืนทางนิเวศ (ecological sustainability), ความพอเพียง (sufficiency), และการมีส่วนร่วม (participation) การเคลื่อนไหวเรื่องยุติธรรมทางนิเวศบนความเป็นชุมชนสมัยใหม่ ชุมชนในโลกยุคโลกาภิวัตน์มีลักษณะที่ต่างไปจากชุมชนแบบดั้งเดิม นิเวศชุมชนสมัยใหม่ของชุมชนชายฝั่งทะเลภาคใต้ให้ภาพว่า ชุมชนมีทิศทางการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างพลังต่อรองกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งส่งผลคุกคามเข้ามาทำอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิถีชีวิตที่มีสุขภาวะที่ดี ในขณะเดียวกันพยายามรักษากติกาของชุมชนที่จะทำให้ชุมชนยั่งยืน กลไกเดิมที่ยังคงอยู่คือ แบบแผนการทำประมงที่มีการอนุรักษ์สูง กลไกใหม่ที่ชุมชนเลือกใช้คือ การเรียนรู้ระเบียบทางสังคมแบบใหม่ ได้แก่ การใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ศึกษาหลักและวิธีการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสุขภาพแล้วเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง และพร้อมแสดงให้ทั้งโลกเห็นว่าที่นี่คือแหล่งผลิตอาหาร

นอกจากนี้มีการใช้กลไกของสถาบันในระบอบประชาธิปไตยคือการใช้อำนาจทางการเมืองระดับท้องถิ่นเสนอให้ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อกำหนดกติกาการใช้ทะเลซึ่งเป็นทรัพยากรสาธารณะร่วมกัน เป็นต้น

กรณีศึกษานิเวศชุมชนชายฝั่งทะเลภาคใต้ที่ท่าศาลาแสดงให้เห็นว่ามีความใส่ใจในสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และระบบของธรรมชาติที่ให้คุณค่าเรื่องความเสมอภาคและการเคารพซึ่งกันและกัน นิเวศชุมชนที่จัดตั้งมานานเป็นทุนทางสังคมที่ชุมชนอ่าวท่าศาลามีอยู่ก่อน และคุณค่าเหล่านี้จะได้แฝงฝังอยู่ในกลไกเชิงสถาบันที่เป็นการเคลื่อนไหวทางสังคมใหม่ ซึ่งความห่วงใยต่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและความยั่งยืนทางนิเวศนั้นจะส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อมนุษย์นั่นเอง

ทั้งนี้แม้ว่าสังเกตเห็นว่าชุมชนท่าศาลากำลังมีการปรับตัวของชุมชนเข้าสู่ความเป็นชุมชนสมัยใหม่ เพื่อให้สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้และอยู่ร่วมกับธรรมชาติ แต่ก็พบว่ามีอุปสรรคอยู่มาก อุปสรรคที่สาคัญคือ “การเลือกปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม” (environmental discrimination)

จากประสบการณ์ในหลายประเทศทั่วโลกฟ้องให้เห็นว่า ในทางปฏิบัติเมื่อสังคมอยู่ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ที่มีลักษณะของการรุกเข้าสู่ภูมินิเวศแบบดั้งเดิม ประเด็นที่พูดกันในทางวิชาการก็คือ การเลือกปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม การเลือกปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม หมายถึง การกระจายผลประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมและภาระความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไม่เป็นธรรม อาจจะมาจากอคติด้านชนชั้นบวกกับนโยบายที่ให้อภิสิทธิ์แก่กลุ่มชนชั้นนำ ทำให้คนบางกลุ่มโดยเฉพาะประชาชนผู้ยากไร้ได้ประโยชน์จากการพัฒนาน้อยกว่า แต่รับภาระความเสี่ยงและต้นทุนมากกว่าคนกลุ่มอื่นในสังคม การเลือกปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมพบอยู่เสมอในพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น บ่อบำบัดน้ำเสีย ที่ทิ้งขยะติดเชื้อ โรงงานอุตสาหกรรมเสี่ยงอันตรายเช่นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โครงการลงทุนด้านพลังงานเช่นโรงไฟฟ้าถ่านหิน การขุดเจาะน้ำมันและก๊าซ การก่อสร้างเขื่อน ตลอดจนจุดเวนคืนก่อสร้างถนน ท่าอากาศยาน หรือสถานที่ก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก นำมาซึ่งความ อยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม

ถ้ามองยุติธรรมทางนิเวศอย่างลึกซึ้ง เราจะเห็นการให้คุณค่าเกี่ยวกับความเป็นธรรมและการยั่งยืนของชุมชนท่ามกลางโลกที่กำลังขัดแย้งทางสังคมสูงและมีความตึงเครียดเรื่องสิ่งแวดล้อม ยุติธรรมทางนิเวศจะไม่สนใจแค่ทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่สนใจสุขภาวะที่ดีของมนุษย์ด้วย ขณะนี้คำว่าสุขภาวะที่ดีได้มีการขยายความให้เข้าใจดีขึ้นมาก ในเรื่องยุติธรรมทางนิเวศมีคำว่า สุขภาพของมนุษย์ สุขภาพของสิ่งแวดล้อม และสุขภาพสังคม สุขภาพทั้งหมดเป็นองค์รวม วิธีที่จะเข้าถึงยุติธรรมในองค์รวมนั้นก็คือ ผ่านการจัดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ที่มีความเสมอภาค

นั่นก็คือ “ชุมชน” จะเป็นหน่วยปฏิบัติการที่มีกลไกภายในเพื่อรองรับการกระจายทรัพยากรและการสร้างสรรค์ความเป็นธรรม ส่วนที่ควรจะต้องดำเนินการต่อไปคือผสานคุณค่าเดิมที่ดีของสังคมลงในกระบวนการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับนิเวศชุมชนที่กำลังเปลี่ยนแปลง

โฆษณา

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน HIA และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร