กสทช.เข้มตั้งทีมมอนิเตอร์โฆษณาเกินจริง

เดลินิวส์ (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com :

เมื่อเทคโนโลยีก้าวไกล ปัจจุบันการให้บริการเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม และการเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดของวิทยุชุมชนทั่วประเทศทำให้คนไทยกว่า 60 ล้านคนทั่วประเทศต้องกรองข้อมูลและใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารมากขึ้น

ในขณะเดียวกันผู้มีหน้าที่กำกับดูแลควบคุมเนื้อหา สื่อ โฆษณาอย่าง กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะต้องควบคุมเนื้อหารายการ การโฆษณาที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า การเผยแพร่สื่อปัจจุบันที่มีผลกระทบรุนแรงคือการโฆษณายา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้รับข่าวสารต้องเสียเงินแล้วยังต้องสูญเสียชีวิตด้วย แต่ กสทช.จะต้องร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาให้รอบด้าน

โดยที่ผ่านมา กสทช.ได้ร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา (กพย.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อขจัดปัญหาการโฆษณาเกินจริงอย่างรอบด้าน

สำหรับความร่วมมือนั้นเมื่อมีผู้ร้องเรียน กสทช.จะประสานงานไปยัง อย.ตรวจสอบว่าการโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับอนุญาตจาก อย.หรือไม่ เมื่อพบว่าไม่ได้รับอนุญาตจะประสานกับ บก.ปคบ.เข้าจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการโฆษณา โดย กสทช.สามารถใช้อำนาจทางปกครอง สั่งลงโทษผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตโดยใช้มาตรการขึ้นบัญชีดำ สั่งปรับ ระงับใบอนุญาต หรือไม่ต่อใบอนุญาตให้ในปีถัดไปได้ทันที

น.ส.สุภิญญา เล่าว่า ที่ผ่านมาการดำเนินงานจับกุมและสั่งปิดการโฆษณาล่าช้าเพราะต้องตรวจสอบในหลายขั้นตอน เพราะ กสทช.ไม่ใช่ตำรวจที่สามารถเข้าจับกุมได้ทันที ซึ่งจะต้องร่วมมือกับตำรวจเพื่อออกหมายค้นถึงจะเข้าจับกุมได้ โดยขณะนี้ การร่วมมืออยู่ระหว่างบูรณาการขั้นตอนการทำงานให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสามารถส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดำเนินการควบคู่ได้ทันที

‘จากการแพร่หลายของสื่อโฆษณาเกินจริงและรายการไม่เหมาะสมในปัจจุบันที่ไม่หยุดนิ่ง ทำให้ กสทช.มีมติให้ตั้งทีมมอนิเตอร์ทั้งเนื้อหารายการ การโฆษณาที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม และโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ซึ่งจะทำให้แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้ดีที่สุด”

ก่อนหน้านี้ กสทช.ไม่มีทีมมอนิเตอร์รอเพียงเรื่องร้องเรียนจากประชาชน โดยที่ผ่านมาจะมีเรื่องกรณีจอดำมากกว่า ซึ่งเข้าใจว่าผู้บริโภคคิดว่าเป็นการเสียเวลาและปล่อยผ่านไป แต่หาก กสทช.ตั้งทีมมอนิเตอร์เองจะทำให้ปัญหาการโฆษณาสินค้าที่ไม่ได้รับอนุญาตและโฆษณาเกินจริงที่มีผลกระทบต่อชีวิตผู้บริโภคจะต้องค่อย ๆ หมดไปอย่างแน่นอน

จากรายงานมูลค่าการโฆษณายาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของ สช. มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเท่าตัว โดยการโฆษณายาสู่ผู้บริโภคในช่วงปี 2549-2552 มีมูลค่าสูงกว่า 2.5 พันล้านบาทต่อปี ส่วนการโฆษณาอาหารมีมูลค่าสูงถึง 1.7 หมื่นล้านบาทต่อปี และพบว่ามีมูลค่าการโฆษณาสูงกว่าปี พ.ศ.2539 ถึง 12 เท่า

เมื่อธุรกิจสามารถสร้างรายได้และกำไรมหาศาลโดยวัดจากเม็ดเงินที่ทุ่มไปกับการโฆษณาแล้ว งานนี้ผู้เกี่ยวข้องคงต้องเร่งดำเนินการจัดระเบียบเนื้อหาการโฆษณาที่เกินจริงให้หมดไปจากสื่อต่าง ๆ แต่งานนี้จะยกภาระให้ กสทช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการฝ่ายเดียวคงจะเป็นไปได้ยาก

ผู้ให้บริการควรเข้มงวดกับผู้เช่าช่วงออกอากาศมากกว่าจะหวังเม็ดเงินจากสารพัดคอนเทนต์จนกลายเป็นหลอกลวงผู้บริโภค.

โฆษณา

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน HA และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร