แนะผู้ปกครองคุมลูกติดไลน์ ชี้สูญเสียการใช้ชีวิตประจำวัน

สยามรัฐ ฉบับวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2556

“สธ.” ห่วงเด็กติดโปรแกรมแอพพลิเคชั่น “ไลน์” สูญเสียการใช้ชีวิตประจำวัน ชี้สังคมกำลังเผชิญกับพฤติกรรมก้มหน้า ขณะที่ “กรมสุขภาพจิต”เตือน “แชตไลน์” ส่อพฤติกรรมแข็งกระด้าง แนะผู้ปกครองควรวางกติกาให้กับเด็กในการเล่น พร้อมเปิดบริการบำบัดอาการผ่านสายด่วน 1323 ตลอด 24 ชม.

เมื่อวันที่ 25 ส.ค.56 นายสรวงศ์เทียนทอง รมช.สาธารณสุข กล่าวว่าขณะนี้ มีความห่วงใยพฤติกรรมคนไทยในการใช้โทรศัพท์มือถือในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะชนิดสมาร์ทโฟน ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งผู้ใหญ่และเด็ก โดยเฉพาะโปรแกรมแอพพลิเคชั่นไลน์ (LINE)ที่นิยมใช้ในการส่งข้อความ เช่น ส่งการบ้าน ข้อความสั้น ส่งรูปถ่ายส่วนตัว รูปทั่วไป คลิปเสียง สติกเกอร์ต่างๆ และใช้ฟรีตลอดเวลา โดยผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติล่าสุด ในปี 2555 พบว่า ในกลุ่มประชาชนอายุ 6 ปีขึ้นไป ใช้โทรศัพท์มือถือจำนวน 44 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ70 ของประชากรทั้งประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเขตกรุงเทพมหานคร มีการใช้มากที่สุดร้อยละ 84 ภาคกลางร้อยละ75 ภาคเหนือร้อยละ 68 ภาคใต้ร้อยละ67 และต่ำสุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้ร้อยละ 64

นายสรวงศ์ กล่าวว่า การเล่นไลน์มีทั้งผลดีและผลเสีย ในด้านดีอาจสร้างความสะดวกในการสื่อสารโดยเฉพาะในสถานที่งดการใช้เสียง รวดเร็ว ทั้งภาพและเสียง ประหยัดไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์ส่วนเรื่องผลกระทบที่เป็นห่วง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ยังมีวุฒิภาวะน้อยหากผู้ปกครองไม่ชี้แนะ ดูแล ควบคุมการใช้อย่างจริงจัง อาจจะเกิดผลกระทบทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ที่น่าห่วงก็คือการเกิดพฤติกรรมก้มหน้า สังคมก้มหน้า การสื่อสารแบบเผชิญหน้าจะลดน้อยลง และอาจนำไปใช้เป็นประจำจนติดเป็นนิสัย ผู้ใช้อยู่ในโลกส่วนตัวมากเกินไป ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ขาดความระมัดระวัง อาจเกิดปัญหาอุบัติเหตุจราจรได้ง่ายขึ้น และเด็กมีโอกาสรับรู้สิ่งต่างๆในสังคมออนไลน์ได้ตลอดเวลา

ด้าน นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน โดยเฉพาะโปรแกรมยอดนิยม เช่น แอพพลิเคชั่นไลน์ เด็กวัยรุ่นปัจจุบัน นิยมเล่นกันมาก บางคนเล่นทุกวัน จนอาจทำให้เด็กสูญเสียการใช้ชีวิตประจำวันของวัยเด็กที่ควรจะเป็นเช่น การพัฒนาการเรียนรู้เรื่องสัมพันธภาพ การวางตัว การชีวิตในห้องเรียนการทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อน ซึ่งเป็นจุดเริ่มพัฒนาการที่สำคัญของวัยรุ่น การเล่นจนติดเป็นนิสัยจะทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่แข็งกระด้าง เพราะใช้ชีวิตทางการสื่อสารทางตัวหนังสือ หรือใช้ภาพการ์ตูนสะท้อนภาวะอารมณ์แทนที่พฤติกรรมจริงที่มีโอกาสแต่ไม่ได้กระทำ ดังนั้น ผู้ปกครองควรวางกติกาให้กับเด็กในการเล่น ทั้งกำหนดเวลา จำกัดเวลาในการเล่น ไม่ให้มีการใช้ในช่วงเวลาไม่เหมาะสม เช่นในเวลาเรียน เวลากลางคืนที่ควรนอนหากทำไม่ได้ต้องมีบทลงโทษเพื่อการเรียนรู้ เช่น งดค่าโทรศัพท์ ค่าเติมเงินค่าอินเตอร์เน็ต

นอกจากนั้น ยังต้องกำกับดูแลติดตามอย่างใกล้ชิด โดยการสอนและให้ข้อคิดในการใช้งาน กระตุ้นให้เด็กคิด และชื่นชมเด็กเมื่อทำตามเพื่อสร้างแรงจูงใจเชิงบวกให้มีพฤติกรรมการใช้ที่ดี

“ขณะนี้สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ได้เปิดให้บริการปรึกษาแก่เด็กและผู้ปกครอง ที่มีบุตรหลานติดโทรศัพท์มือถือ หรือติดเกม โดยให้คำปรึกษาผ่านทางโทรศัพท์ หมายเลข 0-2248-8990 สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล บริการในเวลาราชการ หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต หมายเลข 1323 สำหรับ 24 ชั่วโมง ให้บริการทั่วประเทศ”อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน เด็กเล็ก และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร