นักวิชาการสนับสนุนเปิดเวทีหาทางออกประเทศ

YourThailand.Net วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556

นักวิชาการมองเป็นโอกาสดีในการเปิดเวทีรับฟังความเห็นเพื่อแก้ไขความขัดแย้งระยะยาว รวมทั้งมองหาต้นต่อของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

 จากสถานการณ์การเมืองที่ผ่อนคลายมากขึ้นในวันนี้ นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติวิธี และพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่ารัฐบาลชุดนี้มีนโยบายที่มองชีวิตและการบาดเจ็บเป็นเรื่องสำคัญ ไม่อยากให้มีการยึดสถานที่ราชการแต่ทางหากผู้ชุมนุมยอมเสี่ยงชีวิต รัฐบาลต้องยอมสละส่วนที่สำคัญน้อยกว่า คือ การควบคุมพื้นที่ เพราะชีวิตเป็นเรื่องสำคัญกว่า ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลต่อไปในอนาคตก็ต้องทำเช่นนี้

นายโคทม กล่าวว่า หากจะมีเวทีรับฟังความคิดเห็นเกิดขึ้น ควรมีตัวแทนอย่างน้อย 3 คน ในการตั้งเวที ตัวแทนจากฝ่ายค้านและรัฐบาลฝ่ายละ 1 คน ตัวแทนอีก 1 คนคือ คนที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกัน ให้ 3 คน ทำหน้าที่จัดการรับฟังความเห็นและเสนอแผนปฏิรูปประเทศในอนาคต อาจมีฝ่ายอื่นๆ เข้าร่วมเพิ่มเติมได้ เมื่อได้กรอบแล้วก็นำข้อสรุปมาเสนอผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงตามกลไกประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ แนะว่าคนกลางไม่ควรเป็นผู้ที่มีอำนาจและบารมีมาก เพราะอาจกลายเป็นผู้ข้ดแย้งเอง แต่ควรเป็นผู้อำนวยความสะดวก

 ศาสตราจารย์สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายต่อรัฐบาล การที่ฝ่ายรัฐบาลผ่อนท่าทีเป็นเรื่องดี และน่าจะได้บทเรียนว่า เสียงข้างมากในสภาฯไม่สามารถทำได้ทุกอย่าง รัฐบาลควรตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีมีผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง แล้วรายงานความจริงต่อสังคม ในวันนี้ถือเป็นชัยชนะในการเริ่มพูดจากันและต้องแก้ปัญหาที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการชุมนุม

ศาสตราจารย์สุริชัย เสนอว่า การจัดเวทีพูดคุยรัฐบาลต้องเชื่อเชิญให้ฝ่ายตรงข้ามร่วมเป็นเจ้าของเวที และให้ฝ่ายวิชาการช่วยกันหาทางนำข้อสรุปจากเวทีนี้มาปฏิบัติภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ กฎหมายต่างๆ ที่มีอยู่ไม่ควรนำมาตีความให้เป็นอุปสรรคต่อการเจรจา เพราะกฎหมายมีไว้เพื่อแก้ปัญหาในการอยู่ร่วมกัน

 ด้านนายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานปฏิรูป ระบุว่า ควรจะมีกลไกเจรจาพูดคุยทันที โดยมีอย่างน้อย 3 ฝ่าย ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล และผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดมาช่วยในการพูดคุย รัฐบาลไม่ควรเป็นเจ้าภาพในการพูดคุย เพราะฝ่ายอื่นจะไม่ไว้ใจ และไม่ควรให้ต่างประเทศมาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ และมองว่าไม่ควรแก้ไขความขัดแย้งเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ต้องใช้จังหวะนี้มองหาสาเหตุความขัดแย้งทั้งหมด เช่น โครงสร้างอำนาจรัฐที่รวมศูนย์อำนาจ ทำให้ใครที่ได้อำนาจไปจะสามารถจัดการทรัพยากรประเทศได้ทั้งหมด ซึ่งทำให้ประชาชนกลุ่มต่างๆ เช่น ระหว่างชนชั้นกลางและชนชั้นล่าง มีความขัดแย้งกัน

ที่มา : http://yourthailand.net

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ปฏิรูปประเทศไทย และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร