นมแม่ สานสายใยแม่ลูก ในสถานประกอบการ

Untitled1มติชน (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ชุติมา สิริทิพากุล Tan.error@yahoo.com

สารอาหารใน “นมแม่” ที่มีมากกว่า 200 ชนิด ถือเป็นอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทารก ทว่า…ปัจจุบันอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด จากผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศ ระหว่างเดือนธันวาคม 2548-พฤษภาคม 2549 พบว่ามีครอบครัวไทยที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก เพียงร้อยละ 5.4 หรือประมาณ 43,000 คน จากจำนวนเด็กแรกเกิดทั้งหมด 800,000 คนในแต่ละปีเท่านั้น นับเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในทวีปเอเชีย ไม่เท่านั้นยังเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วย

โครงการ “ตำบลนมแม่” จึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2553 ภายใต้การดำเนินโครงการ “ตำบลแม่เพื่อสายใยรักแห่งครอบครัว” ตามพระดำริของพระเจ้าวรวงศ์ เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ที่ใช้การ มีส่วนร่วมของหน่วย งานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชนและสถานศึกษาในพื้นที่ ให้มีกระบวน การส่งเสริม ปกป้อง สนับสนุน การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในชุมชน มีภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง

ต.ริมปิง เป็น 1 ใน 5 ตำบลนมแม่ต้นแบบ ที่ได้รับเลือกจากกรมอนามัย ซึ่งเทศบาลเริ่มดำเนินการโดยการตั้งเวทีประชาคมนมแม่ นำเรื่องนมแม่เข้าสู่ธรรมนูญสุขภาพ ต.ริมปิง ที่กำหนดให้หญิงหลังคลอดในตำบลทุกคนควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน โดยให้ความรู้ประชาชนถึงประโยชน์ของนมแม่ ประชาสัมพันธ์ เยี่ยมบ้าน และร่วมมือกับโรงพยาบาลและอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ประจำตำบล

สมศักดิ์ ดวงวรรณา ปราชญ์นมแม่และ อสม.ดีเด่น เล่าว่า ปราชญ์นมแม่จะมีหน้าที่เก็บข้อมูล เยี่ยมบ้าน ตั้งแต่มีคุณแม่ตั้งครรภ์ในชุมชนจำนวนเท่าไร ขอเบอร์ติดต่อเพื่อติดตามข้อมูล ถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน ชักชวนแม่หลังคลอดให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เฝ้าระวัง ปกป้อง ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ รวมทั้งเชื่อมโยงกับภาคีเครือข่ายเพื่อให้การช่วยเหลือและสนับสนุน ซึ่ง อสม.ได้จัดชุดเยี่ยมบ้าน ที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งถุงเก็บนมแม่ ของเล่นเด็ก ฯลฯ เพื่อนำไปมอบให้กับคุณแม่หลังคลอด

ด้านคุณแม่ลูกสองที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่าง เอี่ยมทิพย์ บริสุทธิ์ อายุ 32 ปี ครูโรงเรียนเอกชน บอกว่า โรงเรียนก็สนับสนุนให้เราเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยกลางคืนก็ให้นมน้องตามปกติ ส่วนกลางวันก็บีบนมเก็บใส่ถุงแล้วนำกลับมาบ้านเพื่อเก็บไว้ให้คุณยายป้อนนมลูกในกลางวัน จากการเปรียบเทียบกับเพื่อนที่ไม่มีน้ำนมให้ลูกกิน พบว่า ลูกแข็งแรง สุขภาพดี ระบบขับถ่ายดีกว่าเมื่อเทียบกับลูกของเพื่อน นอกจากนี้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ก็ยังประหยัดเงินค่าซื้อนมผงอีกด้วย

จากการที่ชุมชนร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งนี้เองทำให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในตำบลเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 52.38 เป็นร้อยละ 81.25 นอกจากนี้ โรงพยาบาลก็เป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โรงพยาบาลลำพูน เป็นโรงพยาบาลในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว มีการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทุกระยะ รวมทั้งการไม่ให้บริษัทนมผงนำนมตัวอย่างเข้ามาแจกใน โรงพยาบาล เพื่อไม่ให้เกิดการทดลองใช้

พญ.วรรณมณี มาธนะสารวุฒิ สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลลำพูน อธิบายว่า การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เริ่มตั้งแต่ระยะการตั้งครรภ์ คือ การที่สูตินรีแพทย์ของทางโรงพยาบาลให้ความรู้ถึงประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ว่ามีคุณประโยชน์มากกว่านมผงสำเร็จรูป โครงการเตรียมคลอด อบรมหญิงตั้งครรภ์ สามี และสมาชิกครอบครัวให้รับรู้ถึงความสำคัญของนมแม่ ส่วนภายหลังคลอดเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะออกเยี่ยมบ้านเพื่อให้คำปรึกษาและร่วมหาทางแก้ไข โดยดำเนินการร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ปราชญ์นมแม่และอาสาสมัครสาธารณสุข

นอกจากนี้ ในโรงพยาบาลยังมี “คลินิกนมแม่”ที่จะมีพยาบาลที่มีความรู้ประจำอยู่ในห้องตลอดเวลาเพื่อให้คำปรึกษาปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทั้งให้คำปรึกษาแม่ สำหรับปัญหาการ ให้นมลูก เช่น การไหลของน้ำนม ให้น้ำนมลูกไม่ได้ มีการโทรศัพท์ติดตามการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

การให้คำปรึกษากรณีครอบครัวไม่เข้าใจและไม่สนับสนุนในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ บางครอบครัวเกิดความไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องจากหากใช้นมผงเด็กทารกก็ได้คุณประโยชน์เช่นกัน รวมทั้งยังสะดวกสามารถชงได้รวดเร็วและพกพาได้ง่าย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อแม่ที่ต้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทางโรงพยาบาลจึงใช้วิธี เชิญทั้งครอบครัวมานั่งคุย มาอบรมความรู้ความเข้าใจถึงคุณประโยชน์ของนมแม่ เพื่อให้ทั้งครอบครัวมีความเข้าใจและสนับสนุนให้ใช้นมแม่เลี้ยงลูกอย่างเดียวเป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นให้นมแม่พร้อมด้วยอาหารเสริมต่างๆ ต่อไปจนครบ 2 ปี

การดูดนมของเด็กเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกการพัฒนาการ เกิดกระบวนการคิด ก่อให้เกิดความผูกพันระหว่างแม่-ลูก ที่สำคัญคือ คุณค่าทางอาหารของนมแม่ ไม่สามารถหานมผงยี่ห้อไหนมาเทียบเคียงได้

นอกจากชุมชนและโรงพยาบาลแล้ว อีกส่วน ที่มีความสำคัญคือ สถานประกอบการ ที่ให้ ความสำคัญกับ “มุมนมแม่” บริษัท ไทยสปอร์ตการ์เมนต์ จำกัด เป็นบริษัทที่สนับสนุนมุมนมแม่ใน สถานประกอบการจนได้รับรางวัล มุมนมแม่ต้นแบบ ในสถานประกอบการ ประทานจาก พระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายาฯ

บริษัท ไทยสปอร์ตการ์เมนต์ เริ่มดำเนินงานมุมนมแม่ตั้งแต่เดือนเมษายน 2552 เพื่อสนับสนุนให้พนักงานหญิงได้ให้นมลูกได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากกลับมาทำงาน เพื่อให้บุตรของพนักงานมีสุขภาพที่แข็งแรงจากการดื่มนมแม่ ซึ่งที่ผ่านมาจากการสนับสนุนในเรื่องนี้ทำให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของพนักงานคิดเป็น 100%

โดยมุมนมแม่ของ บริษัท ไทยสปอร์ตการ์เมนต์ เริ่มจากการตั้งเป็นมุมเล็กๆ จากนั้นพัฒนาเป็นห้อง มีสัดส่วนที่มิดชิด เรียบร้อย มีตู้เย็นเพื่อให้สามารถเก็บนมแม่หลังจากบีบแล้วได้ รวมทั้งมีอ่างล้างมือเพื่อสุขลักษณะ และมีถุงใส่นมแม่บริการ เพื่อสนับสนุน และพนักงานสามารถมาบีบนมแม่เก็บไว้เมื่อไหร่ก็ได้ การตั้งมุมนมแม่ดังกล่าวยังเป็นข้อดีกับบริษัทที่ทำให้พนักงานที่คลอดลูกสามารถมาทำงานได้โดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการให้นมลูก นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ดีในสถานประกอบการอีกด้วย

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน เด็กเล็ก และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร