รัฐเดินหน้าร่างแผน”ปฏิรูป” “ธงทอง”ชี้เลือกตั้งทางออกดีที่สุด-กลุ่ม”ต้าน-หนุน”ไร้ข้อยุติ

Untitled2

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

หัวหน้าส่วนราชการถก 19 ธ.ค. เตรียมทำจม.เปิดผนึก เสนอแผนปฏิรูป

 “ธงทอง”เดินหน้าถกกรอบปฏิรูปประเทศ คู่ขนานเลือกตั้ง 2 ก.พ. ชี้เป็น ทางออกดีที่สุด ส่วนกปปส.เมิน ยันจุดยืน”ปฏิรูป”ก่อน ด้าน”7 องค์กรเอกชน” เตรียมจัดเวทีอีกรอบ ระบุนปช.ตอบรับแล้ว ขณะหลายกลุ่มออกแถลงการณ์เคลื่อนไหวทั้ง”หนุน-ค้าน”

นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงวานนี้(16 ธ.ค.) ถึงการเสวนาหาทางออกประเทศหัวข้อ”ประเทศไทยของเราจะไปทางไหน” เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ว่า ผลการเสวนามีข้อสรุป คือ 1.จะต้องมีการแก้ไขปัญหาเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นและอื่นๆ ในระยะสั้นและระยะยาวต่อเนื่องกัน 2. เดินหน้าเข้าสู่กระบวนประชาธิปไตยโดยการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 ตาม พระราชกฤษฎีกายุบสภา เนื่องจากเป็น ทางออกที่ดีที่สุดของประเทศไทย

นายธงทอง กล่าวว่า การจะทำให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุดทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วนเรื่องการปฏิรูปจะทำคู่ขนานกันไปกับกระบวนการประชาธิปไตยอื่นๆ ไม่ว่า จะเป็นการทำก่อนการเลือกตั้งและการทำ พันธสัญญาระหว่างพรรคการเมือง โดย ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าเป็นเรื่องที่เครือข่ายจะพูดคุยกัน

“ผลการประชุมเป็นข้อเสนอขั้นต้นเท่านั้น และได้มีการายงานต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมแล้ว”

นายธงทอง กล่าวว่า หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. มีความเป็นไปได้ที่ตั้งวงคุยกันเพื่อที่จะเป็นเครือข่าย โดยทางสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่อำนวยความสะดวก โดยจะนัดหมายกันให้ได้ตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค.เป็นต้นไป

“ทั้งนี้พยายามจะเชิญทุกฝ่ายที่ให้ ความเห็นที่ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นกปปส. และพรรคประชาธิปัตย์ แต่จะเข้าร่วมหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องรอคำตอบ แต่หวังว่า เมื่อมีการพบกันของเครือข่ายแล้วจะมีข้อเสนอที่ชัดเจนว่าก่อนเลือกตั้งจะมีการทำข้อตกลงร่วมกันอย่างไร และหลังเลือกตั้งจะมีภารกิจร่วมกันอย่างไร” นายธงทอง กล่าว

กปปส.ปฏิเสธร่วมเวทีรัฐบาล

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) กล่าวว่า กปปส.มีจุดยืนปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง โดยต้องรอท่าทีของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ที่จะนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง

“กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้ทำอะไรขัดรัฐธรรมนูญ และไม่ได้ปฏิเสธการเลือกตั้ง แต่ต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนที่การเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดความวุ่นวายขึ้นอีก และวังวนปัญหาเดิมก็จะกลับมา”

นายเอกนัฏ มองว่า เวทีของรัฐบาลที่จะจัดขึ้นนั้น ไม่ต่างจากรอบแรก โดยมีการ ปักธงบทสรุปว่า เป็นอย่างไร ดังนั้นการจัดเวที ดังกล่าวเป็นเพียงการซื้อเวลา เพื่อหาทางออกให้กับรัฐบาลเท่านั้น

หัวหน้าส่วนราชการเตรียมเสนอกรอบปฏิรูป

นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กล่าวว่าถึงแม้ทางรัฐบาลจัด”เวทีประเทศไทยของเราจะไปทางไหน”โดยเชิญทุกภาคส่วนร่วมรวมถึงข้าราชการให้เข้าร่วมสนทนาในเวทีดังกล่าว เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่ในส่วนของกลุ่มหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง หรือเทียบเท่าก็ยังคงเดินหน้าต่อในการระดมความคิดจัดทำกรอบการ ปฎิรูปของราชการ โดยมีการนัดประชุมเพื่อหารือในเรื่องดังกล่าวในวันที่ 19 ธ.ค. เวลา 11.30 น. ซึ่งจะเป็นหารือต่อจากการประชุมเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา

การประชุมเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. หัวหน้าส่วนราชการเห็นตรงกันว่า การเลือกตั้งไม่สามารถเป็นทางออกของประเทศได้ ดังนั้นจึงเห็นว่าควรมีปฏิรูปประเทศ แต่ไม่ได้ระบุว่าควรมีการปฏิรูปก่อนหรือหลังการเลือกตั้ง

“ทั้งนี้ จะมีการประชุมทุกสัปดาห์ ซึ่งคาดว่า ประชุมอีก 1-2 ครั้งการจัดกรอบปฎิรูปของ ข้าราชการก็จะแล้วเสร็จ โดยจัดทำเป็นจดหมาย เปิดผนึกจะเสนอต่อคณะกรรมการปฏิรูป และ พรรคการเมืองทุกพรรค เพื่อให้ประกาศก่อนการ เลือกตั้งว่าจะทำตามสัญญาที่มีในกรอบฯที่เสนอหรือไม่ “เลขาธิการกพ.กล่าว

เลขากพ. กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่อยู่ กรอบปฎิรูปของข้าราชการ จะเป็นเรื่องพวกเราทุกคนมีประสบการณ์โดยตรงและเห็นว่า เป็นปัญหาในการทำงานของข้าราชการ อย่างเช่นเรื่อง การคอร์รับชั่น และเรื่องการแทรกแซงในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ

“ขณะนี้ เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วและไม่มีเหตุผลอื่นที่จะไม่สนับสนุนการเลือกตั้งใน วันที่ 2 ก.พ. เพราะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า พระราชกฤษฏีกากำหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งเป็น ไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งกรอบการ ปฎิรูปของข้าราชการที่นำเสนอ ถือเป็นปัญหา อีกด้านหนึ่งของการปฎิรูปทางการเมืองที่ควรได้รับการแก้ไข”เลขาธิการกพ.กล่าว

เอกชนชี้เวทีรัฐหาทางออกยาก

นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ในฐานะโฆษกคณะทำงาน 7 องค์กรภาคเอกชน กล่าวว่า ขณะนี้ได้การตอบรับจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน เผด็จการ(นปช.)ในการหารือทางออกประเทศ โดยอยู่ระหว่างรอกำหนดวันและสถานที่การหารือ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการทำงานที่ต้องการรวบรวมข้อมูลและความเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลักและหากความเห็นใดเป็นเรื่องส่วนตัว ก็พร้อมจะตัดออกจากประเด็นพิจารณาในขั้นการสรุป และล่าสุดได้รับการประสานจากเอกอัครราชทูตบางประเทศขอเข้าหารือกับคณะทำงานแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยว่าเป็นประเทศใด

“ภาคเอกชนเรายินดีเป็นตัวกลางและประสานความเห็นทุกฝ่ายเพื่อนำไปสู่การ ปฎิรูปประเทศ และพร้อมให้ความร่วมมือกับเวทีอื่นๆ ซึ่งล่าสุดยังไม่ทราบแผนการหารือรอบใหม่ในส่วนเวทีของรัฐบาล ว่าจะมีการประชุมอีกครั้งเมื่อไร แต่เบื้องต้นเห็นว่าเวทีที่จัดขึ้นโดยคู่กรณีที่มีความขัดแย้งกันจะไม่ได้รับความร่วมมือจากอีกฝ่าย”นายวิชัย กล่าว

กกต.ชี้ต้องเลือกตั้งตามกฎหมาย

ด้านนายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวว่ากกต.มีหน้าที่ในการจัดเลือกตั้ง การเลือกตั้งก็คงต้องมีต่อไปตามกฎหมาย ส่วนเรื่องการที่อาจมีการบอยคอต ก็ไม่น่าเป็นปัญหา ทางกกต.ต้องค่อยๆคิดแก้ไขปัญหาต่อไป อีกทั้งการที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศว่าจะมีการชุมนุมในวันที่รับสมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อนั้น กกต.ก็ไปห้ามผู้ชุมนุมไม่ได้ หากเป็นการชุมนุมภายใต้กรอบกฎหมาย ที่มีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

“กกต.ก็ต้องเตรียมความพร้อมให้มีการเลือกตั้งต่อไป ส่วนกรณีที่ทางแกนนำกปปส.ต้องการที่จะเข้าพบกกต.นั้น ทางเราก็ยินดีต้อนรับที่จะพูดคุยกับทุกฝ่าย แต่กกต.มีความเป็นกลาง เรื่องปัญหาทางการเมืองต้องให้ฝ่ายการเมืองเป็นผู้จัดการแก้ไขปัญหา”

หลายเครือข่ายมีทั้งหนุน-ต้านเลือกตั้ง

วานนี้(16 ธ.ค.) เครือข่ายคนรักสุขภาพ เครือข่ายคนรักประเทศไทย เครือข่ายสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย เครือข่ายสุขภาพแห่งชาติ และเครือข่ายคนรุ่นใหม่หัวใจพลเมือง ได้ ร่วมกันอ่านแถลงการณ์เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจถอยเพื่อประเทศชาติ โดย นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เครือข่ายคนรักสุขภาพ เป็นผู้อ่านแถลงการณ์สนับสนุนให้มีการปฏิรูปการเมืองก่อนเลือกตั้ง

นพ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า บ้านเมืองได้เคลื่อนเข้าสู่ความไม่สงบมาเป็นเวลา 1 เดือนเศษแล้ว อันมีผลพวงมาจากการที่พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลลุแก่อำนาจ ทำในเรื่องต่างๆ ที่ไม่สมควร จนเป็นที่มาซึ่งการเลือกตั้งเพื่อหวังกลับเข้ามามีอำนาจอีกเช่นเดิม โดยไม่มีความจริงใจที่จะปฏิรูประบบการเมือง กฎเกณฑ์กติกาต่างๆ ก่อนจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ เพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศไทยตามที่ทุกฝ่ายในสังคมเรียกร้องกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของตนและพวกพ้องตามคำสั่งการของผู้มีอำนาจ

นพ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า เครือข่ายคนรักสุขภาพ และเครือข่ายที่กล่าวมาข้างต้น ที่ประกอบด้วยผู้คนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ประชาชน เอกชน และภาควิชาการทั่วประเทศ พิจารณาเห็นว่าขณะนี้ประเทศชาติได้เข้าสู่วิกฤติถึงที่สุด และเหตุการณ์ต่างๆ กำลังจะบานปลายไปในทางเลวร้าย หาทางออกไม่ได้ หากรัฐบาลยังคงดื้อดึง ไม่นำพาต่อเสียงเรียกร้องอย่างสันติของมวลมหาประชาชน ที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

เช่นเดียวกับ สถาบันอนาคตไทยศึกษา ออกแถลงการณ์จุดยืนเช่นเดียวกัน ว่า มันไม่ใช่นาทีแห่งการเลือกตั้งเพียงเพื่อรักษาเปลือกที่ ผุกร่อนของประชาธิปไตยเท่านั้น แต่เป็นนาที ที่ทุกฝ่ายต้องละทิ้งเป้าหมายส่วนตน และหันมา ร่วมกันผลักดันให้เกิดการปฏิรูปประเทศเพื่อสร้างแก่นแท้แห่งประชาธิปไตยที่แท้จริงให้จงได้

อย่างไรก็ตาม มีความเคลื่อนไหวสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง พร้อมกับการปฏิรูปการเมือง โดยขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.) หรือ พีมูฟ ประกอบด้วยเครือข่ายสลัม 4 ภาค สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน สมัชชาคนจนกรณีเขื่อนปากมูล เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง

เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ เครือข่ายเกษตรพันธสัญญา เครือข่ายสิทธิสถานะบุคคล และกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าชีวมวล แถลงการณ์ฉบับที่ 41 เรื่อง “ผ่าวิกฤติประเทศไทย เดินหน้า เลือกตั้ง ควบคู่การปฏิรูปประเทศไทย”

“ม.เที่ยงคืน”แนะสื่อระดมความเห็นปฏิรูป

นายไพสิฐ พาณิชย์กุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะนักวิชาการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กล่าวถึงการจัดเวทีเพื่อร่วมหาทางออกประเทศไทยของภาคส่วนต่างๆ ที่ผ่านมา ว่าข้อสรุปของทุกเวทีได้มาตรงกัน คือการปฏิรูป แต่ยังมีกรอบความคิดที่ข้ดแย้งกันคือ 1.จะปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ. 2557 หรือ2.จะจัดเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 ก่อนการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ

ดังนั้นมองว่าแนวทางที่จะทำให้ทุกฝ่ายมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือการปฏิรูป องค์กรสื่อมวลชนควรเข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดรับฟังเสียงสะท้อนประชาชนในภาพรวม ทั้งนี้เพื่อให้มีช่องทางของการแสดงความเห็นและนำไปสู่การทบทวนเพื่อเป็นทางออกอีกแนวทางหนึ่ง

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ปฏิรูปประเทศไทย และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร