5เครือข่ายไล่’ปู-พวก’กปปส.เดินสายแจงทูต

UntitledASTVผู้จัดการรายวัน ฉบับวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ASTVผู้จัดการรายวัน – ภาคี 5 เครือข่าย ออกแถลงการณ์จี้ “ปู-ครม.รักษาการ” ลาออกเพื่อประเทศ พร้อมให้สภาที่เหลืออยู่ตั้งนายกฯ-ครม.ชั่วคราวที่ทุกภาคส่วนยอมรับ เดินหน้าปฏิรูปประเทศ ไทย จึงค่อยจัดการเลือกตั้ง “สุเทพ” วาง 5 กรอบหลักเกณฑ์เลือกตั้งและสลายการชุมนุม ขณะที่ กปปส.เดินสายพบสื่อต่างประเทศ ทูตานุทูต และหอการค้าต่างประเทศ ทำความเข้าใจ

เมื่อเวลา 11.30 น.วานนี้ (16 ธ.ค.) ที่อาคารสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย 5 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายคนรักสุขภาพ เครือข่ายคนรักประเทศไทย เครือข่ายสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย เครือข่ายสุขภาพ แห่งชาติ และเครือข่ายคนรุ่นใหม่หัวใจพลเมือง อันประกอบด้วย ผู้แทนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ประชาชน เอกชน และภาควิชาการทั่วประเทศ ได้ร่วมกันแสดงจุดยืนและเสนอทางออกวิกฤตการณ์ทางการเมือง โดยออกแถลงการณ์เรื่อง “ขอให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจถอยเพื่อชาติ” มีใจความดังนี้

ตามที่บ้านเมืองได้เคลื่อนเข้าสู่ความไม่สงบมาเป็นเวลา 1 เดือนเศษแล้ว อันมีผลพวง มาจากการที่พรรคเพื่อไทย และรัฐบาลลุแก่อำนาจ ทำในเรื่องต่างๆ ที่ไม่สมควร จนเป็นที่มาซึ่งการเดินขบวนต่อต้านของมวลมหาประชาชนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.56 รัฐบาลได้ประกาศยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพื่อหวังกลับเข้ามามีอำนาจอีกเช่นเดิม โดยไม่มีความจริงใจที่จะปฏิรูปการเมือง กฎเกณฑ์กติกาต่างๆ ก่อนจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ เพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศไทยตามที่ทุกฝ่ายในสังคมเรียกร้อง ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของตนและพวกพ้องตามคำสั่งการของผู้มีอำนาจนอกประเทศ

ภาคี 5 เครือข่าย ที่ประกอบด้วย ผู้คนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ประชาชน เอกชน และภาควิชาการทั่วประเทศ รวมตัวกันทำงานขับเคลื่อนการสร้างสังคมสุขภาวะอย่างต่อเนื่องมานานหลายปีแล้ว พิจารณาเห็นว่า ขณะนี้ประเทศชาติได้เข้าสู่วิกฤตถึงที่สุด และเหตุการณ์ต่างๆ กำลังจะบานปลายไปในทางเลวร้ายหาทางออกไม่ได้ หากรัฐบาลยังคงดื้อดึง ไม่นำพาต่อเสียงเรียกร้องอย่างสันติของมวลมหาประชาชนที่ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญเครือข่ายฯ จึงขอแสดงเจตนารมณ์และเรียกร้อง ดังนี้

1. ให้นายกรัฐมนตรี (น.ส.ยิ่งลักษณ์) ตัดสินใจเป็นผู้เสียสละเพื่อชาติ โดยนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ลาออกหยุด การรักษาการทันที เพื่อเปิดช่องทางให้มีการ ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ให้มีคนนอกเข้ามาเป็นคนกลางในการปฏิรูปกฎเกณฑ์กติกาต่างๆ ที่สำคัญ ในเวลาไม่เกิน 1-2 ปี เพื่อนำไปสู่การปฏิรูประเทศไทยอย่างแท้จริง

2. ขอให้มีการดำเนินการตาม มาตรา 7แห่งรัฐธรรมนูญฯ เพื่อให้มีนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนทุกภาคส่วน โดยไม่มีพรรคการเมืองและแกนนำเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง มาทำหน้าที่บริหารประเทศชั่วคราว และดำเนินการให้ประชาชนทุกฝ่าย ได้เข้ามาร่วมกันทำการปฏิรูป แก้ไขกฎเกณฑ์กติกาสำคัญต่างๆ แล้วจัดให้มีการทำประชามติ จากนั้นจึงจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามกติกานั้นต่อไป

นายวิสุทธิ บุญญะโสภิต ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า แถลงการณ์ฉบับนี้ มีสมาชิกเครือข่ายทั่วประเทศร่วมลงชื่อสนับสนุนแนวทางดังกล่าวมากกว่า 1,000 รายชื่อ ซึ่งหลังจากนี้จะเดินรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนในสังคมได้ใช้โอกาสนี้ร่วมกันแสดงพลังขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อให้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ส่วนการสรรหานายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่ทุกภาคส่วนยอมรับได้นั้นเป็นบทบาทของสภาที่ยังคงเหลืออยู่ในการกำหนด ซึ่งชัดว่าจะต้องไม่มีนักการเมืองและพรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง

นางรัตนา สมบูรณ์วิทย์ เครือข่ายสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ที่จิตสำนึกของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะต้องลาออกจากการรักษาการเพื่อประเทศ เนื่องจากรัฐบาลจะต้องบริหารประเทศตามหลักนิติธรรม แต่สิ่งที่รัฐบาลกระทำลงไปนั้นชัดเจนว่าขัดทั้งต่อนิติรัฐและนิติธรรม หมดความน่าเชื่อถือ สามารถลาออกได้ ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งนักวิชาการนิติศาสตร์ก็ระบุชัดเจนว่า ต้องลาออกเรื่องจึงจะยุติได้ เพราะการเลือกตั้งยังไม่ใช่ทางออกต้องมีการปฏิรูปก่อน ซึ่งยังเป็นเรื่องที่อยู่ในพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ จากนี้คงต้องย้อนถามไปยังนายกรัฐมนตรีแล้วว่า จะสร้างชื่อไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทย หรือจะเป็นผู้ทำลายประวัติศาสตร์

นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เครือข่ายคนรักสุขภาพ กล่าวว่า หลังจากนี้ นายกฯ จะต้องตัดสินใจลาออกทันที หากไม่ลาออกก็จะใช้วิธีการสันติอย่างที่ทำอยู่ คือใช้พลังกดดันทุก รูปแบบ แต่ไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งขณะนี้เรา ต้องสู้กับสื่อต่างประเทศด้วย เนื่องจากมีการรายงานข่าวจำนวนผู้ออกมาชุมนุมบิดเบือน น้อยกว่าความเป็นจริง

เนาวรัตน์ ร่ายบทกวี “นักกินเมือง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากอ่านแถลงการณ์แล้ว นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ได้อ่านบทกวีชื่อ “นักกินเมือง” มีใจความว่า

ยกพวกมากลากตั้งขึ้นบังอาจ

เป็นกังฉินกินชาติสุดบัดสี

เอาเลือกตั้งขึ้นตั้งเป็นตราตี

ให้ปู้ยี่ปู้ยำได้ตามใจ

ประโยชน์ชาติชั่วชาติเข้าฉ้อฉล

ยกเอาประโยชน์ตนขึ้นเป็นใหญ่

สร้างโครงกินโครงการบานตะไท

ใช้พวกมากลากไปไม่ฟังกัน

สารพัดสารพิษผิดกฎหมาย

เอาอำนาจเป็นนายขึ้นเหนือนั่น

ทำฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างขึ้นกลางวัน

พอจับได้ไล่ทันตะบันตะแบง

กลับมาใช้วิชามารการเลือกตั้ง

จะกี่ครั้งก็ยังโกงกันโจ่งแจ้ง

อัฐยายซื้อขนมยายไม่เปลี่ยนแปลง

ใช้ให้ผีโม่แป้งไม่ต้องเปลือง

อำนาจซื้ออำนาจอุบาทว์ชั่ว

ยกคอกวัวเข้าสภาวางท่าเขื่อง

ถือเอาการเลือกตั้งขึ้นนั่งเมือง

มาเป็นเครื่องฟอกตัวชั่วระยำ

เป็นการเมืองน้ำเน่าเขาวงกต

นักกินเมืองกำหนดกันอิ่มหนำ

จงผองเราเหล่าประชาร่วมกล้านำ

ร่วมดาหน้าเข้ากระหน่ำร่วมคว่ำมัน

หลังจากนั้นจึงเดินรณรงค์รอบอาคารสุขภาพแห่งชาติจำนวน 3 รอบ เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ แสดงจุดยืนในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทยให้เปลี่ยนแปลงไปในทาง ที่ดีขึ้น

“ธงทอง” สรุปปาหี่ปฏิรูป ต้องเลือกตั้ง 2 ก.พ.

นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการเสวนา หาทางออกประเทศหัวข้อ “ประเทศไทยของเราจะไปทางไหน” เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่ามีข้อสรุป ดังนี้

1. จะต้องมีการแก้ไขปัญหาเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และอื่นๆ ในระยะสั้นและระยะยาวต่อเนื่องกัน

2. เดินหน้าเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยโดยการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.57 ตาม พ.ร.ฎ. ยุบสภา เนื่องจากเป็นทางออกที่ดีที่สุดของประเทศไทย และการจะทำให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุดทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ส่วนการปฏิรูปจะทำคู่ขนานกันไปกับกระบวนการประชาธิปไตยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำก่อนการเลือกตั้ง การทำพันธสัญญาระหว่างพรรคการเมือง ผลการประชุมดังกล่าวเป็นข้อเสนอขั้นต้นเท่านั้น รายงานต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมแล้ว

นายธงทองกล่าวด้วยว่า หลังจากเสร็จสิ้น การประชุม ได้โทรศัพท์พูดคุยกับผู้ที่เข้าร่วมหลายคน มีความเป็นไปได้ที่จะตั้งวงคุยกัน เพื่อที่จะเป็นเครือข่าย ทางสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงทำหน้าที่อำนวยความสะดวก โดยจะนัดหมายกันให้ได้ ตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. เป็นต้นไป และมีการจองสถานที่ไว้เบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้

ปชป.จวกเวทีปาหี่ โฆษณาชวนเชื่อ

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเวทีหาทางออกประเทศที่รัฐบาล จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า เป็นเวทีที่รองรับความต้องการของรัฐบาลไม่ใช่หาทางออกให้ประเทศไทย แต่หาทางออกให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย เพราะผู้เข้าร่วมเป็นบุคลากรจากพรรคการเมือง นักวิชาการ ภาคเอกชน ที่เป็นคนคุ้นหน้ากับรัฐบาลทั้งสิ้น ดังนั้น เวทีนี้จึงเป็นเพียงแค่การโฆษณาชวนเชื่อเพื่อหลอกลวงประชาชนให้เลือกตั้งแล้วปฏิรูปทีหลัง

นายชวนนท์ กล่าวด้วยว่า มีคำถามว่า หากมีการเลือกตั้ง มีการลงสัตยาบันปฏิรูปประเทศแล้วประชาชนที่ไม่เห็นด้วย จะมีหลักประกันอะไรว่า พรรคเพื่อไทยจะปฏิบัติตามสัญญา

“ผมคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อย่ามานั่งคิดแก้เกมอะไรในทางการเมือง เพราะในขณะนี้น้องสาวคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ตระเวนแก้กรรมอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถล้างบาปได้ จึงควรแก้ที่พฤติกรรมคิดถึงการแก้ปัญหาประเทศแทนการแก้เกม เพื่อหาทางออกให้กับตัวเองและครอบครัวจะ ดีกว่า” นายชวนนท์ กล่าว

กปปส.จัดเวทีร่วมกับสถาบันการศึกษา

ดังนั้นในวันที่ 18 ธ.ค. ทาง กปปส. จะทำหนังสือเชิญสถานทูตต่างๆ เข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุม เพื่อชี้แจงการชุมนุมและเปิดโอกาสให้มีการซักถาม เพื่อทำความเข้าใจถึงการชุมนุมของ กปปส.

นอกจากนี้ กปปส.จะเดินหน้าชี้แจงกับองค์กรต่างๆ รวมถึงจัดเวทีเสวนามวลมหาประชาชน โดยในวันนี้ (17 ) นี้จะจัดที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 18 ธ.ค. จัดที่ม.รามคำแหง และวันที่ 19 ธ.ค. จัดที่ นิด้า รวมทั้งวันเดียวกัน จะชี้แจงกับสมาชิกสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจแห่งชาติ และองค์กรการต่างประเทศ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานองค์กรต่างๆ ผ่านไปยังหอการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงสถานทูตแต่ละประเทศด้วย

นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำ กปปส. กล่าวว่าก้าวต่อไปของกลุ่ม กปปส. คือ การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ ติดอาวุธทางความคิดให้กับประชาชน ในวันนี้อย่างน้อย 5 แสนฉบับ และจะทำสื่อสิ่งพิมพ์ออนไลน์ จากนั้นจะพบกับสื่อต่างประเทศทั้งระบบ รวมถึงทูตานุทูต ทุกประเทศ และหอการค้าต่างประเทศ เพื่อทำความเข้าใจ แต่การชุมนุมที่เวทีราชดำเนิน ยังคงดำเนินต่อไป

“นิคม” ชี้อยากตั้งสภาปชช.ต้องแก้ ม.291

นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า เท่าที่รับฟังความเห็นจากกลุ่มองค์กรต่างๆ สะท้อนไปในทางเดียวกันหมดคือ ตอบรับว่าประเทศไทยต้องมีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ดังนั้น ตราบใดที่เรายังใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ หรือรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังไม่ถูกฉีก ก็ต้องใช้รัฐสภาเป็นตัวขับเคลื่อน โดยการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อจัดตั้งสภาประชาชนขึ้นมาปฏิรูปประเทศ ลักษณะเดียวกับการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ส่วนกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เริ่มดำเนินการไต่สวนคำร้องถอดถอน ส.ส. ส.ว.ที่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.นั้น ต้องรอการแจ้งข้อกล่าวหาจากป.ป.ช.ก่อน จึงจะเริ่มกระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริง จาก ฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้อง เพื่อพิจารณาต่อไปว่าผิดจริงหรือไม่

หวั่น ปชป.บอยคอตเลือกตั้งเรียกม็อบเพิ่ม

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่าที่ประชุมมีการประเมินท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ต่อการเลือกตั้งที่พรรคจะมีความชัดเจนภายใน 1-2 วันนี้ โดยเห็นว่าหากประชาธิปัตย์บอยคอตการ เลือกตั้ง จะเป็นการส่งสัญญาณที่สำคัญจากพรรคการเมือง อันจะส่งผลให้ผู้ชุมนุมมีจำนวนมากขึ้น เพราะการเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. กับพรรคประชาธิปัตย์มีความสัมพันธ์กัน แต่ หากประชาธิปัตย์ตัดสินใจลงรับสมัครเลือกตั้ง ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า จะทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมลดน้อยถอยลง รวมทั้งมีการประเมินสถานการณ์ในวันรับสมัครรับเลือกตั้ง ในวันที่ 27 ธ.ค. ซึ่งเชื่อว่าในบางพื้นที่จะเกิดปัญหา จึงเป็นเรื่องที่ กกต. และฝ่ายความมั่นคงจะต้องดูแลให้เกิดความเรียบร้อย

ศอ.รส.เตือนขวางเลือกตั้งผิดอาญา

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลง ถึงกรณีแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมปราศรัยบนเวที ประกาศให้มวลชนเดินทางไปขัดขวางการรับสมัครรับเลือกตั้งวันที่ 22-23 ธ.ค. 56 ได้แจ้งเตือนไปยังหน่วยปฏิบัติ เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์ และเตือนไปยังประชาชนว่า การ กระทำดังกล่าวมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา จึงขอให้ประชาชนพึงระมัดระวังในการ เข้ากระทำการดังกล่าว

คปท.บุก กกต.วันนี้ จี้เลื่อนลต.

วานนี้ (16 ธ.ค.) เมื่อเวลา 20.27 นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กล่าวปราศรัย ว่า วันนี้ (17 ธ.ค.) คปท.จะเคลื่อนไป กกต. เพื่อขอให้ทำหน้าที่พิจารณาคุณสมบัติ ส.ส.ที่ออกมาปฏิเสธคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่าสิ้นสมาชิกภาพไปหรือยัง และจะให้คำแนะนำ กกต. ว่าสามารถเลื่อนเลือกตั้งได้ตามกฎหมาย

“ส่วนสถานทูตอเมริกา คปท. ยังไม่ไป เพราะมีงานแทรกต้องไป กกต.”

“สุเทพ” วาง 5 กรอบปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 22.20 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวถึงแนวทางปฏิรูปประเทศว่า เรื่องแรกที่ต้องปฏิรูป คือ กระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด ที่ต้องบริสุทธิ์และยุติธรรม เพื่อให้ได้ส.ส.ที่ดีและมีคุณธรรม เพื่อมิให้มีการซื้อคะแนนเสียง หรือ สภาซื้อเสียง สุดท้าย เราก็เดือดร้อน

เรื่องที่ 2 ป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นเรื่องที่จะต้องหยุดให้ได้ โดยหยุดนักการเมืองให้ได้

เรื่องที่ 3 ประชาธิไตยต่อไปนี้ ประชาชนมีอำนาจในการตรวจสอบควบคุมนักการเมือง และข้าราชการมากขึ้น

เรื่องที่ 4 การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม การดูแลคนจนนั้น จะต้องทำเป็นวาระแห่งชาติ และเรื่องที่ 5 ตำรวจต้องเป็นของประชาชน โดยคณะกรรมการตำรวจจะต้องมาจากประชาชน

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ปฏิรูปประเทศไทย และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร