สธ.โต้ไม่ลิดรอนสิทธิ์ขรก.เข้าถึงยา

ASTVผู้จัดการรายวัน ฉบับวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

 ASTVผู้จัดการรายวัน – “หมอประดิษฐ” ยันประกาศกรมบัญชีกลางไม่ลิดรอนสิทธิ์ข้าราชการแพทย์ยังสั่งจ่ายยาต้นแบบได้ ต้องเหมาะสมกับโรค ชี้เทียบการเบิกยาชื่อสามัญได้เพิ่มขึ้น แต่ยาต้นแบบเบิกได้น้อยลง โรงพยาบาลก็ไม่ขาดทุน ลั่นเดินหน้าใช้ประกาศ1 ม.ค.57

วานนี้ (17 ธ.ค.) นพ.ประดิษฐสินธวณรงค์ รักษาการ รมว.สาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ว่าการที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังออกระเบียบการเบิกจ่ายยาในระบบกองทุนสวัสดิการข้าราชการโดยการจ่ายยาชื่อสามัญ (Generic)จะให้โรงพยาบาลบวกกำไรสูงร้อยละ100-200 ของต้นทุนค่ายา ส่วนการจ่ายยาต้นแบบ (Original)บวกกำไรไม่เกินร้อยละ 3 ของราคาที่จัดซื้อและไม่เกินกว่าราคากลางที่คกก.พัฒนาระบบยาแห่งชาติกำหนดซึ่งจะมีผล 1 ม.ค. 2557 นั้น ขอยืนยันว่า กรมบัญชีกลางไม่ได้ห้ามเบิกค่ายาต้นแบบ และไม่ได้เป็นการลิดรอนสิทธิ์การเข้าถึงยาของข้าราชการ เพราะแพทย์มีหน้าที่จ่ายยาให้เหมาะสมกับโรค หากเป็นไปได้ก็อยากให้ใช้ยาชื่อสามัญก่อน แต่หากโรคนั้นๆ ไม่มียาชื่อสามัญจำเป็นต้องใช้ยาต้นแบบ ก็ให้สั่งจ่ายยาต้นแบบ

“แพทย์ที่ทำการรักษามีหน้าที่สั่งจ่ายยาให้เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องมานั่งคิดเรื่องผลกำไร หน้าที่นี้เป็นหน้าที่ของผู้บริหารโรงพยาบาลซึ่งแนวทางนี้ยืนยันว่าโรงพยาบาลจะไม่ขาดทุน เพราะยาชื่อสามัญสามารถเบิกได้เยอะขึ้น เช่น ซื้อมา 1 บาท เบิกคืนได้ 3 บาท ก็เท่ากับว่าได้เงินคืน 2 บาท ส่วนยาต้นแบบสมมติซื้อราคา 10 บาท เบิกคืนได้10.30 บาท จากเดิมเบิกคืนได้ 11.50 บาท เมื่อเทียบแล้วก็ไม่ถือว่าขาดทุน”นพ.ประดิษฐ กล่าว

อย่างไรก็ตาม กรมบัญชีกลางยังยืนยันว่าจะทำการประเมินภายหลังจากดำเนินการใน 3 เรื่อง ได้แก่1.ให้เดินหน้าใช้ประกาศดังกล่าวในวันที่ 1 ม.ค.2557 2.ให้มีการทบทวนแก้ไขปัญหาเป็นระยะทุก 3 เดือนหากพบปัญหาระหว่างดำเนินการก็จะทำการแก้ไข และ 3.จะมีการปรับปรุงสวัสดิการของราชการในส่วนอื่นๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าเบิกห้องพิเศษ ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ยังเบิกไม่ได้ หรือเบิกได้แต่น้อย เพื่อให้เห็นว่าเงินที่เหลือจากการใช้ยาชื่อสามัญแทนยาต้นแบบนั้นไม่ได้หายไปไหน แต่จะนำกลับมาพัฒนาเรื่องสวัสดิการต่อไป

“ระยะแรกอาจมีความยุ่งยากในเรื่องบัญชีบ้าง แต่โดยระบบแล้วหากประหยัดเงินได้ก็น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าผลเสีย ทั้งนี้สธ.ได้มีการมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ทำรายชื่อยาต้นแบบให้ชัดเจน และให้มีการทำประชาพิจารณ์กับผู้เกี่ยวข้อง เช่น โรงเรียนแพทย์ ว่าเห็นด้วยกับการทำชื่อยาหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น ส่วนกรณีที่กังวลว่าจะมีการใช้ยาที่ไม่มีคุณภาพนั้นสธ.จะแก้ปัญหานี้โดยการมอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทำหน้าที่ในการตรวจสอบคุณภาพของยาก่อนนำมาใช้ ส่วนกรณีที่มีความกังวลว่าจะเป็นการกีดกันทางการค้านั้น ก็ยืนยันว่าไม่มีการกีดกันแต่อย่างใด เนื่องจากที่ผ่านมาไทยมีการนำเข้ายาประมาณร้อยละ 75 ของยาทั้งหมดอยู่แล้ว” นพ.ประดิษฐกล่าว

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน การเข้าถึงยา และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร