คอลัมน์ คิดเพื่อประเทศไทย: หมอประเวศชี้ปฏิรูป”ไม่ง่าย”เสนอสร้างการมีส่วนร่วม8ด้าน

 

Untitled4

 ศ.นพ.ประเวศ วะสี เสนอ “ปฏิรูปประเทศไทย 8 ด้าน” ท่ามกลางความขัดแย้งและการหาแนวทางปฏิรูป โดยมีเนื้อหาสรุปได้ดังนี้Untitled5

ขณะนี้มีความตื่นตัวเรื่องปฏิรูปประเทศไทยกันอยู่ทั่วไป คงจะมองการปฏิรูปด้วยทัศนะต่างๆ กัน ก็เป็นสิทธิของแต่ละคน สำหรับผมเอง การปฏิรูปประเทศไทยเป็น “เนื้อหา” ของการเปลี่ยนแปลงประเทศไม่ใช่การต่อสู้เพื่อให้ได้อำนาจทาง การเมืองเพราะอำนาจที่ปราศจาก “เนื้อหา” ก็ยังไม่สามารถสร้างศานติสุขได้ ดังที่เรามี การต่อสู้ทางการเมืองกันตลอดมาตั้งแต่ปี 2475 และมีรัฐธรรมนูญถึง 18 ฉบับแล้ว

ข้อเสนอการปฏิรูป 8 เรื่อง ถือเป็น การเสนอให้คิดเท่านั้น อย่ายึดถือตายตัว แต่ละกลุ่มแต่ละเครือข่ายสามารถคิดอย่างหลากหลายตามที่กลุ่มคิดว่ามีความสำคัญ ในที่สุดเมื่อสังเคราะห์จากความหลากหลายแล้วน่าจะดีกว่าที่นำเสนอ

1. ปฏิรูประบบการปกครอง ถือเป็นสำคัญที่สุด เพราะระบบการปกครองโดยรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางมากเกิน และนานเกิน เป็นต้นตอของปัญหาเกือบ ทุกชนิดในประเทศไทย ทั้งปัญหาความขัดแย้ง ความรุนแรงทุจริตคอร์รัปชันรัฐล้มเหลว การเมืองรุนแรงและไม่มีคุณภาพ ตลอดจนทำให้ทำรัฐประหารได้ง่าย จึงจำเป็นต้องปฏิรูประบบการปกครอง โดยคืนอำนาจให้ประชาชนปกครองตนเอง ในรูปของชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง ที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้

2. ปฏิรูประบบการเมืองและระบบราชการ ระบบรัฐไทย อันประกอบด้วยระบบการเมืองและระบบราชการมีปัญหามาก และถ่วงความเจริญของประเทศเพราะเป็นระบบอำนาจ ที่มีสติปัญญาน้อย แต่มีความฉ้อฉลคอร์รัปชั่น มาก มีการทุ่มเทขนาดใหญ่เข้ามาใช้ทาง การเมือง ทำให้เงินมีอำนาจมาก ความถูกต้อง เป็นธรรมน้อยลง และการมีระบบการเมือง ครอบงำระบบราชการหมดทั้งเนื้อทั้งตัว ทำให้เกิดการเล่นพรรคเล่นพวก และความเสื่อมทรามในระบบราชการ ไม่เป็นหลักของ ประเทศได้ และยิ่งทำให้คอร์รัปชันระบาด และรุนแรงมากขึ้น จึงควรมีการปฏิรูปการเมือง ลดอำนาจเงิน

3.ปฏิรูปการขจัดคอร์รัปชัน คอร์รัปชันที่มากมายมหาศาลบ่อนทำลายเศรษฐกิจ สังคม ชื่อเสียงของประเทศ รวมทั้งบ่อนทำลายรัฐบาลด้วย ขณะนี้สังคมไทยมีอารมณ์ร่วม ในการต่อต้านคอร์รัปชันมาก ควรใช้เป็น เรื่องที่จะสร้างพลังพลเมืองและประเด็นนำเข้าไปสู่การทำความเข้าใจโครงสร้างอำนาจ ที่ไม่ถูกต้อง ความริเริ่มของภาคธุรกิจในการก่อตั้งองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันที่มี คุณประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นประธานได้รับ การตอบรับเป็นอย่างดี ควรมีเครือข่าย คนไทยต่อต้านคอร์รัปชั่น อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ

4.ปฏิรูปการจัดสรรทรัพยากรให้ เป็นธรรม คนเราที่เกิดมาทุกคนมีสิทธิที่จะ มีชีวิต การมีชีวิตต้องอาศัยธรรมชาติแวดล้อม เช่น มีอากาศหายใจ ในครั้งโบราณคนทุกคน มีสิทธิในที่ดิน แหล่งน้ำ ป่าไม้ เพื่อยังชีวิต ต่อมารัฐได้ยึดเอาทรัพยากรเหล่านี้ไปเป็นของรัฐและสุดแต่รัฐจะจัดใครใช้ไม่ให้ใครใช้ ปรากฏว่ารัฐไม่สามารถจัดการการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน การขาดความเป็นธรรมเรื่องการจัดสรร ทรัพยากรเป็นเรื่องใหญ่ จำเป็นต้องมีการ ปฏิรูป ประเทศไทยมีที่ดินมากพอที่จะจัดสรร ให้ทุกครอบครัวมีที่ดิน 2-3 ไร่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยมีโครงการ “1 ไร่ 1 แสนบาท” ที่ดิน 1 ไร่ ก็สามารถทำได้พอกินทั้งครอบครัวการจัดสรรที่ทำกินจะทำให้หายจนอย่างถาวรทั้งประเทศ ต่างจากโครงการประชานิยม ที่แก้จนไม่ได้จริง

5. การปฏิรูประบบความยุติธรรม ความยุติธรรมเป็นธรรมให้สังคมอยู่ร่วมกันด้วยความผาสุก ในระบบความยุติธรรมของรัฐ ซึ่งประกอบด้วย ตำรวจจับ อัยการส่งฟ้อง ศาลตัดสิน คนจนไม่มีทางเข้าถึงความยุติธรรม มีกรณีชาวไร่ชาวนาถูกฟ้องดำเนินคดีและ ถูกจำคุกก็มีด้วยข้อหาบุกรุกที่ดินของตัวเอง การไม่ได้รับความยุติธรรมสะสมความแค้นไว้ในสังคม อัยการก็ดี ตำรวจก็ดี ถูกครอบงำด้วยอำนาจทางการเมืองได้ง่าย บางครั้งก็มีปรากฏการณ์เหมือนรัฐตำรวจ ถ้าอำนาจ ทางการเมืองเข้ามาครอบงำระบบความยุติธรรม ก็จะบิดเบือนไป เพิ่มความขัดแย้งและ ความรุนแรงให้สังคม ควรมีการปฏิรูประบบความยุติธรรม ซึ่งรวมถึงระบบอัยการและระบบตำรวจด้วย

6. ปฏิรูประบบเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจโลกมีปัญหาก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน สภาวะโลกร้อนหายนะภัยเพิ่มขึ้นๆ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมแบบสุดๆ กำลังก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงที่ทางการเมืองก็แก้ไขไม่ได้ ทั้งนี้ เพราะการคิดแบบแยกส่วนและทำแบบแยกส่วน อะไรที่แยกส่วนจะนำไปสู่วิกฤติเสมอ จึงควรปฏิรูประบบเศรษฐกิจให้เป็นเศรษฐกิจแบบบูรณาการ ที่เชื่อมโยงอยู่กับการพัฒนาสังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ การศึกษา และประชาธิปไตย รูปธรรมคือ เชื่อมโยง เศรษฐกิจชุมชนกับเศรษฐกิจมหภาคให้ เชื่อมโยงอย่างเกื้อกูลกัน

7. ปฏิรูประบบปัญญาของชาติ (การศึกษา-การวิจัย-การสื่อสาร) ประเทศไทยอ่อนแอทางปัญญา เพราะอยู่ในภูมิประเทศ ที่อุดมสมบูรณ์และมีภัยพิบัติทางธรรมชาติ น้อย จึงขาดความกระตือรือร้นและการ ตื่นตัวในการเรียนรู้ ถ้าเทียบกับคนจีน หรือญี่ปุ่น ประกอบกับเป็นสังคมอำนาจ ที่ชอบใช้อำนาจมากกว่าความรู้ และนำระบบราชการเข้ามาใช้กับระบบการศึกษา ซึ่ง ไม่ไปด้วยกัน เพราะการศึกษาเป็นเรื่องของ ความงอกงาม แต่ระบบราชการเป็นระบบการควบคุม

ความอ่อนแอทางปัญญากำลังมีผลกระทบต่อทุกเรื่อง จึงควรมีการปฏิรูประบบปัญญาของชาติ ทั้งเรื่องการเรียนรู้-การวิจัย-การสื่อสาร โดยการทำงานเชิงยุทธศาสตร์ ทำไม่ได้โดยผ่านระบบราชการตามปกติ

8. ปฏิรูปสังคม-สร้างพลังพลเมือง สังคมไทยมีโครงสร้างแนวดิ่ง (Vertical Society) มาแต่โบราณ คือ เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้มีอำนาจข้างบนกับผู้ไม่มีอำนาจข้างล่าง สังคมทางดิ่งจะมีพลังทางสังคมหรือพลังพลเมืองน้อย และมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนฉ้อฉล ทำให้เศรษฐกิจไม่ดี การเมืองไม่ดี และศีลธรรมไม่ดี และจะไม่มีวันดีตราบใดที่พลังพลเมือง ยังอ่อนแออยู่ ไม่ว่าจะเขียนกฏกติกาหรือ พร่ำสอนเท่าใด ๆ ดังที่เรามีรัฐธรรมนูญ 18 ฉบับ และพระก็สอนศีลธรรมทุกวัน ศีลธรรมก็ไม่เกิด พลังทางสังคมเป็นเครื่องหยุดยั้งความไม่ดี

ประเด็นที่จะปฏิรูปล้วนเป็นเรื่องยาก ใช่ว่าเรียกร้องแล้ว ผู้ถูกเรียกร้องจะทำได้ แต่ต้องมีกระบวนการร่วมกันวิเคราะห์ สังเคราะห์นโยบายให้ถึงขั้นปฏิบัติได้ ดังที่กระบวนการสมัชชาสุขภาพและกระบวนการสมัชชาปฏิรูปได้ฝึกให้ทุกภาคส่วนมาร่วมกันทำนโยบาย

ถ้าทุกภาคส่วนเรียนรู้ร่วมกันในการ ปฏิบัติ (Interactive Learning Through Action) ปฏิรูปประเทศไทย จะเกิดสิ่งที่มี ค่าอย่างยิ่ง คือความเชื่อถือไว้วางใจกัน (Trust) อันยังให้เกิดความสุขและความ สำเร็จ คนไทยจะเกิดคุณภาพใหม่ มี สมรรถนะในการจัดการพัฒนาอย่างบูรณาการ และจัดการพัฒนานโยบาย สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจในสังคม ขจัดความยากจนและความอยุติธรรม สร้างประเทศไทยที่น่าอยู่ที่สุด

“ถ้าทุกภาคส่วนเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิรูปประเทศไทย จะเกิดสิ่งที่มีค่า คือความเชื่อถือ ไว้วางใจกัน”

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ปฏิรูปประเทศไทย และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร