ดองเลิกใช้แร่ใยหิน กรอ.อ้างเหตุยุบสภาทำแผนล่าช้า เตรียมรอครม.ชุดใหม่สานต่อ

โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556

กรอ.ชี้แผนเลิกใช้แร่ใยหินในสินค้าอุตสาหกรรมล่าช้า เหตุยุบสภาต้องรอ ครม.ชุดใหม่มาเคาะ

นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่าแผนการยกเลิกใช้ใยหินไครโซไทล์ในผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมคงจะต้องล่าช้าออกไปอีก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กรอ.ได้จัดทำแผนและผ่านความเห็นของนายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรมแล้วและส่งเรื่องไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แต่คณะรัฐมนตรี(ครม.) ยังไม่พิจารณาอนุมัติ ก็มีการยุบสภาก่อน ทำให้ต้องรอ ครม.ใหม่ ทำให้การอนุมัติแผนนี้ล่าช้าออกไปอีก

“เราอยากประกาศหลักเกณฑ์ออกมาเพื่อให้มีกรอบเวลาในการเลิกใช้ที่ชัดเจน ไม่เช่นนั้นก็จะดึงกันไปมา” นายณัฐพล กล่าว

สำหรับแนวทางการยกเลิกใช้แร่ใยหินที่ กรอ.จัดทำไว้ จะเป็นการยกเลิกในสินค้าอุตสาหกรรม 5 รายการ ที่มีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของแร่ใยหินต่อสุขภาพแต่จะมีการกำหนดกรอบระยะเวลาในการยกเลิก ไม่ได้เป็นการยกเลิกทันที เนื่องจากต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้บริโภค ภาวะเศรษฐกิจ และสังคม

อย่างไรก็ตาม ตามแผนดังกล่าวกำหนดแนวทางการเลิกใช้แร่ใยหิน 2 กลุ่มคือ 1.กระเบื้องแผ่นเรียบและกระเบื้องยางปูพื้น กำหนดให้ยกเลิกใช้แร่ใยหินไครโซไทล์เป็นวัตถุดิบภายใน 2 ปี เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์อื่นทดแทนหรือใช้วัสดุอื่นทดแทนแร่ใยหินไครโซไทล์ ซึ่งหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจะเตรียมออกกฎหมายบังคับยกเลิกใช้ในช่วงเตรียมตัว 2 ปี

2.กระเบื้องมุงหลังคา ผ้าเบรก และคลัตช์ ท่อซีเมนต์ใยหิน กำหนดให้ยกเลิกใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบภายใน 5 ปี เนื่องจากยังขาดผลการศึกษาที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบของแร่ใยหินที่มีผลต่อสุขภาพและมาตรการป้องกัน

นายณัฐพล กล่าวว่า ตามแผนงานเดิมนั้น เมื่อครม.เห็นชอบให้ตามที่เสนอให้ยกเลิกใช้แร่ใยหินในผลิตภัณฑ์ต่างๆ แล้วกรอ.จะต้องออกกฎหมายเพื่อกำหนดแนวทางในการห้ามใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบ โดยกรอ.จะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรงงาน ในการกำหนดชนิด คุณภาพ อัตราส่วนของวัตถุดิบ แหล่งกำเนิดของวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ผลิตในโรงงาน ซึ่งสามารถห้ามใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบในการผลิตในโรงงานได้

แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การยกเลิกใช้แร่ใยหินในสินค้าอุตสาหกรรมหลายรายการที่ไทยกำลังดำเนินการอยู่นี้ถือเป็นนโยบายที่ประเทศรัสเซียคัดค้านอยู่ค่อนข้างมาก เนื่องจากไทยมีการนำเข้าแร่ใยหินจากรัสเซียอยู่มาก โดยทางรัสเซียต้องการให้มีผลศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพทางวิชาการที่ชัดเจนก่อน

“ตามแผนเดิมที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการจะเดินทางไปรัสเซียในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ คาดว่าจะมีการคุยกันเรื่องนี้เพราะทางการรัสเซียไม่ต้องการให้ไทยยกเลิกการนำเข้าทั้งหมดแต่การเดินทางของนายกฯ ได้ยกเลิกไปเพราะเกิดปัญหาการเมืองในประเทศก่อน” แหล่งข่าวเปิดเผย

นอกจากนี้ เห็นว่าหากมีการยกเลิกใช้แร่ใยหินในการผลิตได้จริง กลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ บริษัทกระเบื้องโอฬาร ที่ผลิตกระเบื้องแบรนด์โอฬาร เนื่องจากปัจจุบันยังผลิตสินค้าที่ใช้ส่วนผสมของแร่ใยหินเป็นหลัก ขณะที่กลุ่มเอสซีจีที่ผลิตแบรนด์ตราช้าง สมาร์ทวูดและกลุ่มมหพันธ์ที่ผลิตแบรนด์เฌอร่าและห้าห่วง ได้ยกเลิกการใช้แร่ใยหินไปแล้วทุกผลิตภัณฑ์

ขณะที่กลุ่มกระเบื้องตราเพชร มีทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแร่ใยหินและไม่มีแร่ใยหิน

รายงานข่าวแจ้งว่า แนวทางการยกเลิกใช้แร่ใยหินชนิดไครโซไทล์ในสินค้าอุตสาหกรรมนี้ สืบเนื่องจากมติครม. วันที่12 เม.ย. 2554 ที่ให้การรับรองมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 3 พ.ศ. 2553 กำหนดมาตรการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปดำเนินการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน

กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดทำแผนงาน เพื่อลดและเลิกใช้แร่ใยหินชนิดไครโซไทล์ในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบเสร็จและนำเสนอให้ ครม.อนุมัติต่อไป n

 “เราอยากให้มีกรอบเวลาการเลิกใช้แร่ใยหินให้ชัดเจน ตามแผนเรากำหนดไว้ว่าให้เลิกใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบภายใน 2 ปี ไม่เช่นนั้นก็จะดึงกันไปมา”

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน แร่ใยหิน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร