รายงานพิเศษ: เร่งแก้ปัญหาแม่วัยรุ่นปฏิรูปเรื่องเพศ-ทักษะชีวิต

ข่าวสด ฉบับวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556

 ปัญหาแม่วัยรุ่นในสังคมไทย ยังไม่ลดจำนวนลง ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาสถาบันรามจิตติ และ ดร.จุฬากรณ์ มาเสถียรวงศ์ ผอ.สถาบันรามจิตติ และหัวหน้าโครงการประสานสนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายและกลไกการศึกษาสภาวการณ์และขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน (Child Watch) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แถลงผลการวิเคราะห์ปัญหาแม่วัยรุ่นว่า พบสาเหตุอย่างน้อย 2 ประการ ได้แก่ 1.สภาพครอบครัวที่เปลี่ยนแปลง เด็กมาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ขาดความอบอุ่น ครอบครัวแรงงาน-ย้ายถิ่น ถูกละเลยและไม่มีเวลาเอาใจใส่ลูกหลาน

2.เด็กที่มีปัญหาด้านการเรียน ขาดครูที่ปรึกษาที่ให้ความสนิทไว้วางใจ มีผลต่อทั้งค่านิยมและพฤติกรรมเสี่ยงเรื่องเพศ ทั้งการยอมรับการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน การอยู่ด้วยกันก่อนแต่ง ตลอดจนการทำแท้งเมื่อท้องไม่พร้อม

“อังกฤษ และเนเธอร์แลนด์ เป็นประเทศที่เคยมีอัตราแม่วัยรุ่นในอันดับต้นๆ ของทวีปยุโรป ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวลดลงมาในอัตราเกือบครึ่งต่อครึ่ง พบว่าประเทศเหล่านี้มีการดำเนินยุทธศาสตร์การปฏิรูปการสอนเพศศึกษาที่รอบด้าน ทั้งให้ชะลอการมีเพศสัมพันธ์ สอนเรื่องการมีเพศสัมพันธ์อย่าง รับผิดชอบควบคู่ไปด้วย ให้ความรู้เรื่องกามโรค การตั้งครรภ์ และการใช้อุปกรณ์คุมกำเนิดแบบต่างๆ อย่างถูกวิธี”

ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่วนหนึ่งมาจากการที่วัยรุ่นหญิงไม่สามารถควบคุมการใช้ถุงยางคุมกำเนิดของฝ่ายชายได้เสมอไป ซึ่งสอดคล้องกับผลการสำรวจของโครงการ Child Watch ในช่วงปี 2553-2555 พบว่าเด็กที่ระบุว่าเคยมีเพศสัมพันธ์แล้วและ ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์มีเพียงร้อยละ 33.4 และ มีวัยรุ่นหญิงที่ระบุว่าตนเองมีความรู้ความเข้าใจในการใช้อุปกรณ์คุมกำเนิดเป็นอย่างดี เพียงร้อยละ 26.7

การป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ที่ได้ผลชะงัด จึงควรเน้นที่ตัววัยรุ่นหญิงให้เข้าใจและเข้าถึงอุปกรณ์คุมกำเนิดของเพศหญิงเป็นสำคัญ ส่วนการ ผลักดันการทำแท้งถูกกฎหมายในหลายประเทศกลับพบว่าไม่สามารถแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นได้มีประสิทธิภาพมากเท่ากับสองวิธีข้างต้น

โครงการ Child Watch ร่วมกับ สสส. และภาคี จึงเสนอให้รัฐสกัดปัญหาแม่วัยรุ่นอย่างจริงจัง โดยการปฏิรูปผู้สอนในวิชา ที่เกี่ยวข้องกับทักษะชีวิต-เพศศึกษา การสอนให้เด็ก “รู้จักเท่าทันความเสี่ยง” จากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ให้เด็กรู้จักป้องกันตนเองและมี “ทักษะประเมิน ความเสี่ยง” และ “ทักษะการปฏิเสธ” การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ เหมาะสม และการทำให้อุปกรณ์คุมกำเนิดของเพศหญิงเข้าถึงง่าย ควบคู่กับการสอนเพศศึกษาเชิงจริยธรรม ให้เด็กเคารพเพศตรงข้าม และรู้จักชะลอการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน

ดร.จุฬากรณ์เสนอว่า ยุทธศาสตร์สำคัญซึ่งรัฐต้องผลักดัน เพื่อให้วิธีแก้ปัญหาเป็นจริง คือ “การใช้การจัดการเชิงพื้นที่ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนแทนส่วนกลาง รวมทั้งการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน-ท้องถิ่น-โรงเรียน ประกบตัวเด็กกลุ่มเสี่ยงเรื่องเพศ”

โดยเฉพาะเด็กที่มาจากครอบครัวไม่สมบูรณ์ ขณะนี้ โครงการ Child Watch กำลังพัฒนากลไกการจัดการเชิงพื้นที่ให้เกิดศูนย์ศึกษาและขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กและเยาวชนใน 20 มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศเพื่อขับเคลื่อนการแก้ถุงยางอนามัยสตรีปัญหานี้

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ท้องไม่พร้อม และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร