คอลัมน์ ส่องสถานการณ์: แลระบบประกันสุขภาพของญี่ปุ่น (6)

โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

นพ.วิชัย โชควิวัฒน:

นอกจากโรงพยาบาล “ระดับจังหวัด” แห่งหนึ่งแล้ว “องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น” หรือไจก้า ยังได้จัดให้ไปดูงานโรงพยาบาลขนาดเล็กแห่งหนึ่งที่เมืองโอซาวะซึ่งเป็นสาขาของโรงพยาบาลคิมิตสึซูโอะ

โรงพยาบาลสาขาแห่งนี้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับโรงพยาบาลชุมชนในบ้านเรา เป็นโรงพยาบาลขนาด 36 เตียง เปิดสำหรับผู้ป่วยโรคทั่วไปทั้ง 36 เตียง

แม้เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก แต่แบ่งแผนกให้บริการถึง 9 แผนก ได้แก่ อายุรศาสตร์ หทัยวิทยา ประสาทวิทยา กุมารเวชศาสตร์ศัลยศาสตร์ ออร์โธปิดิกส์ จักษุวิทยา ผิวหนังและโรคระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลมีเจ้าหน้าที่ประจำเพียง 35 คน เป็นแพทย์ประจำ 4 คน พยาบาล 21 คน นอกเหนือจากแพทย์ประจำยังมีเจ้าหน้าที่ “ไม่ประจำ”(Part Time) อีก 89 คน ในจำนวนนั้นเป็นแพทย์ 15 คน พยาบาล 15 คน โดยแพทย์จะมาทำงานสัปดาห์ละ 1-2 วัน กะละ 4 ชั่วโมง

โรงพยาบาลสาขาแห่งนี้เป็น “โรงพยาบาลของรัฐ” เพียงแห่งเดียวในละแวกนี้ นอกจากนั้นยังมีโรงพยาบาลเอกชนให้บริการอีก 5 แห่งโรงพยาบาลทั้ง 6 แห่ง จะหมุนเวียนกันเปิดให้”บริการผู้ป่วยฉุกเฉิน” โดยในญี่ปุ่นมีการแบ่งบริการการแพทย์ฉุกเฉินเป็น 3 ระดับ ได้แก่ระดับที่ 1 เป็นการป่วยฉุกเฉินแต่ไม่รุนแรงระดับที่ 2 ฉุกเฉินและต้องรับไว้ในโรงพยาบาลระดับที่ 3 เป็นการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่ร้ายแรงและต้องการการดูแลรักษาที่ซับซ้อน เช่น การผ่าตัดฉุกเฉิน

ในอาณาบริเวณโดยรอบ มีโรงพยาบาลคิมิตสึชูโอะเพียงแห่งเดียวที่สามารถให้บริการฉุกเฉินระดับ 3 ได้ สำหรับโรงพยาบาลสาขาและโรงพยาบาลขนาดย่อมอีก 5 แห่งโดยรอบสามารถให้บริการฉุกเฉินระดับ 2 เท่านั้นโดยจะมีการจัดตารางหมุนเวียนกันเปิดรับบริการ โดยมีการประกาศให้ประชาชนทราบ

ญี่ปุ่นมีระบบรถการแพทย์ฉุกเฉินที่เข้มแข็งมาก โดยมีรถพยาบาล มีคนขับรถและเจ้าหน้าที่ระดับผู้ช่วยแพทย์ (Paramedic) ที่ได้รับการฝึกฝน อยู่เวรพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน โดยรถจอดพร้อมอยู่ที่เดียวกับสถานีดับเพลิง เป็นระบบที่พัฒนามานานและมีประสิทธิภาพสูงมาก ผู้เขียนเคยไปดูงานเมื่อกว่า 30 ปีมาแล้ว ชาวญี่ปุ่นทุกคนที่พบสรุปว่าการเรียกรถพยาบาลในญี่ปุ่นสะดวกรวดเร็วกว่าเรียกแท็กซี่เสียอีก ฉะนั้นการที่โรงพยาบาลสาขาและโรงพยาบาลอีก 5 แห่ง ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันให้บริการฉุกเฉิน โดยให้บริการเพียงระดับ 2 เท่านั้น จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับประชาชน เพราะเจ้าหน้าที่ประจำรถการแพทย์ฉุกเฉินย่อมประเมินได้ว่า เป็นภาวะฉุกเฉินระดับใด และสมควรไปส่งโรงพยาบาลแห่งใดโดยผู้ป่วยย่อมได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากผู้ช่วยแพทย์ประจำรถการแพทย์ฉุกเฉินแล้ว

ในปี 2555 โรงพยาบาลสาขาแห่งนี้เข้าเวรให้บริการฉุกเฉิน 47 ครั้ง รับผู้ป่วยฉุกเฉินระดับ 2 รวม 1,520 คน ให้บริการผู้ป่วยนอกรวม 49,665 คน เฉลี่ยวันละ 203 คน ผู้ป่วยใน 11,935 คน เฉลี่ยรับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล วันละ 33 ราย จากจำนวนเตียง36 คน จึงไม่มีปัญหาผู้ป่วยล้นเตียง

แม้เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก แต่มีเครื่องมือทันสมัย เช่น เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์และเครื่องแมมโมแกรมสำหรับตรวจก้อนเนื้องอกในเต้านม ที่น่าสนใจ คือ โรงพยาบาลแห่งนี้มีห้องกินข้าวที่ให้บริการทั้งเจ้าหน้าที่และญาติคนไข้ อยู่ในสถานที่เดียวกัน และมี “ห้องดับจิต”ให้คนไข้เข้าไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในวาระสุดท้ายของชีวิต ไม่ปล่อยให้ตายกลางวอร์ดท่ามกลางคนไข้เตียงข้างๆ หรือโดยรอบ

ผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาล และที่มารับบริการส่วนมากเป็นผู้สูงอายุ เพราะญี่ปุ่นเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มตัวมานานแล้ว และผู้สูงอายุย่อมมีสังขารร่วงโรย และมีโอกาสที่จะเจ็บป่วยต้องไปใช้บริการโรงพยาบาลมากกว่าวัยอื่น

นอกจากให้บริการด้านรักษาพยาบาลแล้วโรงพยาบาลสาขาแห่งนี้ยังให้บริการการป้องกันและฟื้นฟู กล่าวคือ มีบริการตรวจร่างกายประจำปี การตรวจเฉพาะตามที่กำหนดไว้ในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ เช่น การตรวจคัดกรองมะเร็งกระเพาะอาหารแก่ผู้มีอายุเกินกว่า 40 ปี การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและการตรวจพิเศษสำหรับผู้มีอายุ 75 ปีขึ้นไปเป็นต้น ในด้านการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคก็มีการให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนป้องกันโรคปอดบวมจากเชื้อสเตร็ปโตคอคคัส

นอกจากนี้ยังมีการให้บริการที่บ้าน ทั้งการให้การพยาบาลที่บ้าน (Home Nursing) โดยมีพยาบาลสาธารณสุข 2 คน ทำหน้าที่ประจำมีการให้บริการฟื้นฟูสุขภาพที่บ้าน โดยมีนักกายภาพบำบัดประจำ 2 คน เช้าให้บริการในโรงพยาบาล บ่ายออกให้บริการที่บ้าน มีแพทย์ 3 คน ผลัดเปลี่ยนกันให้บริการเมื่อได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากบ้านผู้ป่วย (Home Call) ให้ไปบริการที่บ้าน ค่าบริการที่บ้านคิดเหมือนการให้บริการในโรงพยาบาล คือให้ประชาชนร่วมจ่าย 10-30% ที่เหลือเรียกเก็บจากกองทุน

ที่หน้าโรงพยาบาล มีร้านยาของเอกชนให้บริการจัดยาตามใบสั่งแพทย์ เพื่อลดภาระและความแออัดในโรงพยาบาล และเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ป่วย ในบ้านเราสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พยายามผลักดันบริการด้านนี้ โดยพัฒนาระบบ “ร้านยาv คุณภาพ” เพื่อให้ประชาชนไปรับยาจากร้านยาได้ น่าเสียดายที่มีการขัดขวางหน่วงเหนี่ยวจากผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขบางคน ทำให้เรื่องนี้ล่าช้าโดยไม่สมควร

โรงพยาบาลสาขาแห่งนี้คล้ายคลึงกับโรงพยาบาลชุมชนของประเทศไทยมาก แต่เมื่อเทียบภาระงานแล้ว แตกต่างกันมาก เพราะในอาณาบริเวณที่มีประชากรราว 5 หมื่นคนซึ่งใกล้เคียงกับประชากรในเขตอำเภอของเรา ของเขามีโรงพยาบาลให้บริการอีก 5 แห่ง และมีเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยกว่าฉะนั้นภาระงานจึงแตกต่างกันมาก

แต่ปัญหาหนึ่งที่คล้ายคลึงกับบ้านเรา คือโรงพยาบาลแห่งนี้นอกจากมีปัญหาเรื่องอาคารเก่า มีอายุถึง 43 ปีแล้ว ยังมีปัญหาสำคัญคือหาแพทย์มาประจำยาก เพราะเป็นเขตชนบท

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน มาตรา 12 และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร