คอลัมน์ ปุจฉา วิสัชนา: การช่วยเหลือคนอื่นและการทำสมาธิภาวน่า ทำไมถึงได้บุญ

คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2557

พระไพศาล วิสาโล

 วีรยุทธ ธนาพงศ์ธรรม ปุจฉา :

กราบนมัสการหลวงพ่อไพศาล ผมมีเรื่องสงสัยเกี่ยวกับเรื่องบุญ คือว่า เวลาผมทำความดีด้วยการ ช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อน ผมไม่รู้สึกว่าผมได้อะไร แต่ช่วยไปเพราะเห็นตามความสมควร ในฐานะที่เราพอมีกำลังจะช่วยได้ ส่วนใหญ่แล้วเวลาทำก็รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้มีความอิ่มเอมใจอะไร หรือเวลาผมปฏิบัติวิปัสสนา ผมทำไปเพื่อจุดประสงค์ส่วนตัว คือ ลดกิเลส และพึ่งพาตนเองจากภายใน ลดละความอยาก แต่ทำไมการกระทำ ทั้งสองนี้ ชาวพุทธถึงเรียกเป็นการได้บุญ และยังสามารถอุทิศต่อไปให้ผู้อื่นได้อีกด้วย

นอกจากนี้ผมยังเป็นผู้ที่ศรัทธาในพระรัตนตรัยน้อยมาก ต้องทำอย่างไรจึงจะมีความศรัทธามากขึ้นหรือไม่ต้องทำอะไรเลยครับ ปล่อยไปตามยถากรรม

หมายเหตุ : เมื่อก่อนผมไม่ได้เป็นพุทธศาสนิกชน ต่อมาได้มีโอกาสอ่านหนังสือของท่านพุทธทาส (เงื่อม อินทปัญโญ) จึงฝักใฝ่ในพุทธศาสนา เป็นเวลามากกว่า ๑๐ ปีมาแล้ว แต่เป็นการซึมซับจากการอ่านและคิด ไม่เคย ได้ปฏิบัติเลย จนเมื่อไม่นานมานี้ได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมหลักสูตรวิปัสสนากับมูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐานในพระสังฆราชูปถัมภ์ จึงได้สมาทานแนวทางนี้ และปฏิบัติต่อเนื่องจนใกล้จะครบปีแล้ว บางคราวก็ตึง บางคราวก็ย่อหย่อนไปบ้าง เพราะพ่ายแพ้ต่อกิเลสต่างๆ

ปัจจุบันกำลังวางแผนจะลาออกจากพนักงานประจำ ไปประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งพิจารณาแล้วคิดว่าจะมีเวลาและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปฏิบัติมากขึ้น แม้รายได้ จะลดลงมาก แต่คงพอกับการดำรงชีพ ประกอบกับผมไม่มีความเข้มแข็งพอที่จะทำให้อาชีพที่ทำอยู่ปัจจุบันเป็นไปตามมรรคแปด จึงต้องตัดสินใจดังกล่าว แต่ยังมีเรื่องที่ ไม่เข้าใจและติดขัดในใจมานานจึงต้องรบกวนสอบถามหลวงพ่อครับ ขอขอบพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างสูง

วิสัชนา :

การกระทำดังกล่าวพุทธศาสนาถือว่าเป็นบุญ ก็เพราะทำให้ชีวิตจิตใจเจริญงอกงาม สะอาด สงบ และสว่าง เช่น การช่วยเหลือผู้อื่นย่อมทำให้จิตใจเป็นสุข เปี่ยมด้วยเมตตา การที่คุณรู้สึกเฉยๆ อาจเป็นเพราะว่าภาวะดีงามได้เกิดแก่คุณเป็นประจำ จนไม่สังเกต แต่หากได้ช่วยเหลือคนที่ลำบากเดือดร้อนจริงๆ ยิ่งกว่าที่เคยทำมา จนเขาพ้นทุกข์ได้ ความสุขหรือความอิ่มเอมใจจะเกิดขึ้นกับคุณมากกว่าเดิมจนรู้สึกได้

การบำเพ็ญสมาธิ ไม่ว่าสมถะหรือวิปัสสนาก็เช่นกัน ทำให้ใจสงบ เยือกเย็น รู้เท่าทันกิเลส และเกิดปัญญา จนสามารถพาใจออกจากความทุกข์ได้เป็นลำดับ ภาวะเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นบุญ ซึ่งไม่เพียงเกิดประโยชน์แก่ตนเองเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วย

การอุทิศบุญกุศลที่ได้จากการทำความดีหรือทำบุญนั้น ส่วนใหญ่เป็นการแผ่ความปรารถนาดีมากกว่า คือเมื่อจิตใจเป็นบุญเป็นกุศลแล้ว เมตตาก็จะเพิ่มพูน เมื่อตั้งความปรารถนาดีต่อผู้อื่น พลังแห่งเมตตาก็จะแผ่ออกไปยังคนเหล่านั้น ยิ่งใจเป็นบุญมากเท่าไร เมตตาก็จะมีพลังมากเท่านั้น จนผู้อื่นสามารถรับรู้และได้อานิสงส์ไปด้วย แต่ถ้าเป็นการทำบุญบางอย่าง เช่น ถวายสังฆทาน ชาวพุทธมีความเชื่อว่า สามารถอุทิศบุญกุศลที่เกิดขึ้นให้แก่ผู้ล่วงลับได้

ศรัทธาในพระรัตนตรัยนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการฟังหรือการได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ แต่ที่สำคัญคือเกิดจากการปฏิบัติธรรม จนเห็นผลตามคำสอนของพระพุทธองค์หรือพระอริยสงฆ์ ถึงตรงนั้นศรัทธาก็จะมาเองและตั้งมั่น ยิ่งเห็นผลจนเป็นพระอริยบุคคล ดับกิเลส(หรือสังโยชน์) ขั้นต่ำได้ ก็จะไม่มีความลังเลสงสัยในพระรัตนตรัยอีกเลย เป็นศรัทธาที่แน่นแฟ้นไม่คลอนแคลน

สายด่วนให้คำปรึกษาทางจิตใจผู้ป่วยระยะสุดท้าย ‘เตรียมตัวก่อนสู่วาระสุดท้ายของชีวิต จะทำอย่างไรดี’ ปรึกษาได้ที่ โทร.๐-๘๖๐๐๒-๒๓๐๒

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน มาตรา 12 และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร