ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาคดี แผนบริหารจัดการน้ำ3.5แสนล.

  Untitled19พิมพ์ไทย ฉบับวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

วันที่ 9 ม.ค.57 เวลา 09.30 น. ศาลปกครองสูงสุดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกในคดีหมายเลขดำที่ อ.1103/2556 ระหว่างสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ที่ 1 กับพวกรวม 45 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับนายกรัฐมนตรี ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่าผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมิได้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน) ณ ห้องพิจารณาคดี 4 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ

ซึ่งคดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 45 คน ฟ้องว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการดำเนินการต่อมาตามแผนแม่บทดังกล่าวกระทำการที่เป็นการฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 และพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 และละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติด้วยการไม่จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงก่อนดำเนินการ ซึ่งผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือทักท้วงไปยังผู้ถูกฟ้องคดีฯ แล้วหลายครั้ง แต่ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้ทบทวนการดำเนินการหรือการใช้อำนาจทางปกครองดังกล่าว จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้เพิกถอนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ร่วมกันจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง และปฏิบัติหรือดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ศาลปกครองกลางพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 57 วรรคสองและมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ด้วยการนำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำไปดำเนินการจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงก่อนที่จะดำเนินการออกแบบและก่อสร้างในแต่ละแผนงาน (Module)เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติในการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ขณะที่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 45 คน อุทธรณ์คำพิพากษาสรุปความได้ว่า การจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่กระบวนการออกกฎหมาย การรวบรวมอำนาจจัดการของ กบล.การกู้เงินเพื่อนำมาใช้ในโครงการบริหารจัดการน้ำฯ ไม่ผ่านงบประมาณของแผ่นดิน การจัดซื้อจัดจ้างไม่นำระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 มาใช้ เป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล ดังนั้น แผนแม่บทบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษาของศาลปกครองกลางเป็นให้เพิกถอนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่อุทธรณ์คำพิพากษาสรุปความได้ว่า แผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำเป็นเพียงกรอบแนวความคิดโดยมีรายละเอียดที่แตกต่างเพิ่มมากขึ้น ยังไม่มีข้อยุติว่าจะดำเนินการตามแผนอย่างไร จึงยังไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อประชาชน รวมทั้งผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ได้มีแผนการที่จะดำเนินการศึกษา ประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามกฎหมาย ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่จึงมิได้ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อมีข้อยุติเกี่ยวกับโครงการที่จะดำเนินการแล้ว ก็จะจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและปฏิบัติตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน การจัดการน้ำ และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร