ความพิเศษ: ทุนนิยมสามานย์กับสุขภาวะแห่งชาติ

Untitled6

ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557

 นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล:

“ข้าพเจ้าไม่ต้องการให้เธอเป็นเพียงแพทย์ แต่ต้องการให้เธอเป็นมนุษย์” พระราชดำรัสของสมเด็จพระราชบิดา มนุษย์แปลว่า ผู้มีจิตใจสูง มีปัญญา นั่นคือสามารถจำแนกแยกแยะระหว่างความดีความชั่ว ความถูกความผิดได้ แล้วใช้วิจารณญาณชี้นำแนวทางการปฏิบัติของตน ประชาคมสาธารณสุขโดยการนำของ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ผู้น่ายกย่อง พร้อมด้วยแพทย์และบุคลากรการแพทย์อีกมากได้ยืนขึ้นประกาศกล้าต่อต้านอำนาจรัฐทุนนิยมสามานย์ที่ครอบครองประเทศไทยอยู่ในเวลานี้

ในพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ โดยให้คำจำกัดความไว้ว่า “สุขภาพที่ดี ประกอบด้วยสุขภาวะทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ สุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางใจ สุขภาวะทางสังคม และสุขภาวะทางปัญญา” ถ้าใช้มุมมองดังกล่าว ระบบทุนนิยมสามานย์ในขณะนี้ก็ได้กัดกร่อนสุขภาวะทั้ง 4 ด้านของสังคมไทยเสียจนกลายเป็นทุกขภาวะไปทุกๆ ด้าน ดังนี้คือ :

ทุกขภาวะทางกาย : ความสุขทางกายที่ชัดเจนที่สุดก็คือการกินดีอยู่ดีของประชาชน ผลงานของทุนนิยมสามานย์ทำให้ดัชนีค่าครองชีพพุ่งกระฉูด แต่เงินฝืดรูดตามเศรษฐกิจ ดูได้จากดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปวัดจากดัชนีอาหารสูงขึ้น 2.27% ใน 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.56) ราคาก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน ทางด่วน ค่าไฟฟ้า พาเหรดขึ้นราคามาตลอดต่อเนื่อง ตั้งแต่ ก.ย.2556 ก๊าซหุงต้มปรับขึ้นอีก 6 บาท จากเดิมราคา 18.13 บาท/กก. เป็น 24.82 บาท

ด้วยนโยบายประชานิยมเรื่องค่าจ้างแรงงาน 300 บาท ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2556 กิจการขนาดเล็กปิดไปแล้ว 5-7 หมื่นราย แม้ 80% จะยังสู้ไหว แต่ก็ร่อแร่ อัตราการว่างงานของคนไทยในปี 2556 สูงเป็นประวัติการณ์ และคาดว่าอัตราว่างงานจะมากถึง 6% ไปจนถึงปี 2560

สำหรับนโยบายรถคันแรก ปรากฏว่าผู้ใช้สิทธิ์ทิ้งใบจองไปแล้ว 144,610 ราย (ต.ค.2556) คนทิ้งใบจองเหล่านี้จะถูกขึ้นบัญชีดำในการทำโครงการกู้ยืมอย่างอื่น

สำหรับโครงการจำนำข้าว 2 ปีที่ผ่านมารัฐจ่ายเงินไปแล้ว 3 แสน 3 หมื่นล้านบาท ขาดทุนไปแล้ว 112,521 ล้านบาท เทียบเท่ากับ 31.7-38.2% ของงบลงทุนของประเทศ แต่เงินที่ตกถึงชาวนาในขณะนี้มีเพียง 72,712 ล้านบาท โดย 80% ของเงินจำนวนนี้ตกไปให้แก่ชาวนาระดับกลางและร่ำรวย ไม่ถึงมือชาวนายากจน หลังสุดกระทรวงการคลังยอมรับว่า ณ 31 ธ.ค.2556 รัฐใช้เงินกู้ไป 4.6 แสนล้าน สำหรับปีการผลิต 2556/57 ชาวนาขายข้าวให้รัฐไปแล้ว 1.6 แสนล้านบาท ได้รับเงินเพียง 0.35 แสนล้านบาท ขาดอีก 1.246 แสนล้านบาทที่ยังไม่ได้รับ นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ชาวนาทั่วประเทศขายข้าวแล้วไม่ได้เงิน จนเกิดการรวมตัวกันลุกขึ้นทวงเงินจากรัฐ มีบ้างที่ถึงกับช็อกตาย เพราะไม่ได้เงินค่าข้าว

ข้าวที่ค้างคาในโกดังยังเสื่อมคุณภาพอีกด้วย TDRI สรุปไว้ว่า ข้าวที่เก็บในโกดังเป็นเวลามากกว่า 1 ปี เพราะขายไม่ได้ ข้าวจะเสื่อมคุณภาพทำให้ข้าวเหลืองและมีมอด ใน 3 เดือนแรก ดัชดีความขาวจะลดลงจากร้อยละ 51.5 เหลือ 49.5 แมลงจะเพิ่มขึ้น 23.2 ตัว/กก. ถ้าเก็บไว้ 6 เดือน ความขาวจะลดลงเหลือร้อยละ 49 และแมลงจะเพิ่มขึ้นเป็น 90 ตัว/กก. เป็นผลให้มูลค่าข้าวลดลงร้อยละ 5 ต่อปี ก็แปลว่ามูลค่าข้าวในโกดังจะหายไปปีละ 5,266 ล้านบาท

ข้าวไม่เพียงเสื่อมคุณภาพในแง่ของสี แต่ยังเพิ่มความสุ่มเสี่ยงที่จะนำสารพิษสู่ผู้บริโภคอีกด้วย เพราะข้าวมีคุณสมบัติพร้อมแก่การทำปฏิกิริยาทั้งทางฟิสิกส์และเคมี การเหลืองของข้าวก็คือกระบวนการที่ข้าวถูกออกซิเดชั่นเกิดเป็นอนุมูลอิสระ ข้าวยังดูดความชื้นและสารเคมีรอบตัว ข้าวนอกจากพร้อมแก่การเกิดมอดแล้ว ก็ง่ายแก่การเกิดเชื้อรา และยังดูดซึมสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการเก็บข้าวอีกด้วย ในทางปฏิบัติเมื่อข้าวในโกดังเสื่อมคุณภาพ รัฐบาลจะจ้างบางบริษัททำการปรับปรุงคุณภาพด้วยการนำไปขัด ซึ่งก็เหมือนการเกลี่ยส่วนที่เสียและส่วนที่ดีให้เฉลี่ยกันไป ถ้าข้าวมีเชื้อรา สารพิษ และเคมีต่างๆ ก็จะถูกเกลี่ยไปทั่วๆ ส่วนหนึ่งหลุดร่วงไปเป็นฝุ่นข้าวนำไปเป็นอาหารสัตว์ กลับสู่ห่วงโซ่อาหารของคนไทยต่อไป ส่วนเมล็ดข้าวจะบรรจุลงถุงแล้วส่งขายผู้บริโภคภายในประเทศ นั่นเท่ากับผลักภาระให้คนไทยทั้งประเทศกินข้าวที่อาจมีโอกาสปนเปื้อนสารพิษโดยทั่วกัน

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเผยผลการสุ่มตัวอย่างข้าวเพื่อหาสารตกค้างพบว่า ข้าวถุงร้อยละ 26.1 ไม่พบสารเคมีตกค้าง ส่วนอีกร้อยละ 73.9 ตรวจพบสารรมควันข้าวเมธิลโบรไมด์หลายระดับ ทั้งระดับน้อยจนสูงเกินมาตรฐานระหว่างประเทศ (0.9-67 มิลลิกรัม/กิโลกรัม)มูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า จากการสำรวจปริมาณนำเข้าสารรมควันพิษ จากสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร พบว่า สถิติการนำเข้าลดลงตั้งแต่ปี 2551 แต่กลับเพิ่มสูงขึ้นในปี 2555 ถึงร้อยละ 62 ทั้งที่ควรลดลง

อย่างไรก็ดี สารพิษที่ควรให้ความสนใจที่สุดคือ อะฟลาท็อกซินจากเชื้อรา ซึ่งมีฤทธิ์สะสมก่อให้เกิดมะเร็งตับ มักพบในธัญพืชที่ถูกความชื้นหรือเก็บค้างปี อันเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในการแพร่โรคร้ายแรงสู่ผู้บริโภค จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่มีผลการตรวจสอบที่ชัดเจนออกมาให้ประชาชนได้ทราบ

เพราะฉะนั้น ณ วินาทีนี้เรายังต้องถือกันว่าความมั่นคงปลอดภัยทางอาหารโดยเฉพาะข้าวสาร ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนทุกคนได้ถูกโครงการจำนำข้าวก่อให้เกิดการสั่นคลอนอย่างรุนแรง มีความสุ่มเสี่ยงการรับสารพิษจากข้าวเข้าสู่ปากท้องของประชาชน

ทุกขภาวะทางใจ : ความสุขของคนในสังคมหนึ่งๆ ก็คือ ความรู้สึกว่าตนเองมั่นคงปลอดภัยที่จะอาศัยอยู่ในสังคมนั้น แต่ทุนนิยมสามานย์ได้สร้างระบอบอำนาจรัฐตำรวจร่วมกับกลุ่มแก๊งอันธพาลในเสื้อสีขึ้น จนทำให้เป็นที่สงสัยว่า การข่มขู่ คุกคาม รุมทำร้าย ลอบสังหาร อุ้มฆ่า กระทั่งปราบปรามผู้คนที่ไม่เห็นด้วยกับฝ่ายตนเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วนนั้นเป็นฝีมือของกลไกเหล่านี้หรือไม่? เหนือขึ้นไปกว่านั้นในยามที่ต้องการช่วงชิงให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ การเผาบ้านเผาเมืองอย่างมีการวางแผน ซึ่งศาลได้วินิจฉัยแล้วว่าเป็นการก่อการร้ายนั้น มีทุนนิยมสามานย์อยู่เบื้องหลังหรือไม่?

สภาพการณ์เช่นนี้ของบ้านเมืองรังแต่สร้างทุกขภาวะทางใจแก่ผู้คนชาวไทยโดยทั่วหน้า

ทุกขภาวะทางสังคม : คนเราจะมีความสุขทางสังคมได้ ต้องมีความภาคภูมิใจในชาติของตน มีความรื่นรมย์ในสิทธิเสรีภาพของตนเอง แต่รัฐบาลทุนนิยมสามานย์เริ่มต้นก็ทำลายความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทยเสียแล้ว ด้วยการเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศที่ขาดคุณสมบัติ บกพร่องในสติปัญญา เที่ยวได้แสดงการขาดคุณสมบัติของตนไปทั่วทุกการประชุมระดับโลก ใช้เวทีโลกด่าประเทศของตัวเองเพื่อประโยชน์ของพี่ชาย ทั้งไม่รู้จักทำหน้าที่อันสมควรของตน ใช้เวลาประชุมไปเพื่อการเสพสุขส่วนตัวและท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างฟุ้งเฟ้อ นั่นย่อมนำมาซึ่งความละอายขายหน้าให้แก่คนไทยทั้งประเทศ

ร้ายกว่านั้นทุนนิยมสามานย์ได้เข้าควบคุมทั้งอำนาจบริหารและอำนาจนิติบัญญัติ เพื่อออกกฎหมายต่างๆ ตามอำเภอใจเพื่อประโยชน์ของคนคนเดียวและพรรคพวกของตน ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ นั่นย่อมเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้คนทั้งประเทศที่มีความเห็นต่างจากพวกของตน

ครั้นเมื่อมวลมหาประชาชนลุกขึ้นเรียกร้องสิทธิของตน ผู้ที่เป็นข้าราชการต้องถูกข่มขู่คุกคามจากคำสั่งห้ามหยุด ห้ามลา ห้ามไปชุมนุมจากผู้บังคับต้นสังกัด ซึ่งเป็นคำสั่งอันมิชอบ แถมมีการสร้างอุปสรรคขัดขวางการเดินทางของพี่น้องประชาชนจากภาคต่างๆ ด้วยสารพัดวิชามาร ประชาชนที่ชุมนุมต้องเผชิญกับการปราบปรามด้วยแก๊สน้ำตา น้ำฉีดสลายฝูงชนที่ผสมสารพิษเคมี กระสุนยาง รวมทั้งกระสุนจริง ทำให้ประชาชนต้องรับบาดเจ็บกระทั่งล้มตายไปรายแล้วรายเล่า ทั้งยังปล่อยให้มีการลอบทำร้ายและทำร้ายซึ่งหน้าแก่ประชาชนผู้ไม่เห็นด้วยกับพวกเขาจากอันธพาลการเมืองนับครั้งไม่ถ้วนอีกด้วย

เหล่านี้คือทุกขภาวะทางใจที่ทุนนิยมสามานย์ได้ก่อขึ้นกับประชาชนไทย

ทุกขภาวะทางปัญญา : ทุนนิยมสามานย์ใช้เวลาหลายปีบ่อนเซาะศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เทิดทูนของปวงชนชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ปล่อยให้และส่งเสริมการจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันครั้งแล้วครั้งเล่า แถมยังปล่อยให้ผู้ทำผิดลอยนวลอย่างไม่มีท่าทีที่จะจับกุม

ในอีกด้านหนึ่งเผยแพร่ค่านิยมที่เป็นพิษ ในเรื่องนิยมวัตถุ เห็นแก่ความหรูหราฟุ่มเฟือย ก่อหนี้สินเกินตัว ซื้อสิทธิ์ขายเสียง การเล่นพรรคเล่นพวก ประจบสอพลอ โกงชาติไม่ว่าขอให้มาแบ่งกัน การโกงกินคอร์รัปชันแพร่ระบาดหนักที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติเช่นเดียวกัน อาจกล่าวได้ว่าพิษร้ายทางศีลธรรมจรรยาที่ทุนนิยมสามานย์ได้ก่อไว้กับสังคมไทยระยะ 10 ปีที่ผ่านมา ต้องใช้เวลาเยียวยาไม่ต่ำกว่าชั่วอายุคน

เหล่านี้คือทุกขภาวะทางปัญญาที่ทุนนิยมสามานย์แพร่พิษร้ายไปทั่วสังคมไทย

เมื่อพิจารณาโดยรอบด้านแล้วจะเห็นว่าทุนนิยมสามานย์คือต้นตอของทุกขภาวะรอบด้านที่คุกคามความสุขของคนไทย ณ วันนี้จึงถึงเวลาแล้วที่พี่น้องแพทย์และบุคลากรการแพทย์ทุกระดับชั้นต้องตระหนักถึงความจริงข้อนี้ พร้อมประกาศจุดยืนร่วมกับประชาคมสาธารณสุข เดินหน้าขจัดระบอบทุนนิยมสามานย์ เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ของมหาชนต่อไป.

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ธรรมนูญสุขภาพ และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร