ชัตดาวน์กรุงเทพฯยาวเทือกกร้าว7เวทีตอบรับล้นหลาม ปูฮึ่มตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นสู้ เพื่อนแม้วแฉให้ระวังปว.

Untitled1

เดลินิวส์ (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557

 “กปปส.” ระดมมวลมหาประชาชนพรึ่บ “ชัตดาวน์ กรุงเทพฯ” ปักหลักตั้งเวที 7 จุด ล้อมหน่วยงานราชการกดดันรัฐบาล “เทือก” ลั่นอยู่ยาวไม่มีกำหนด ปิดประตูคุยรัฐในทุกประเด็น เว้นยอมปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง “ปู” เข้าสำนักปลัด กห.เรียก รมต.-หน่วยงานมั่นคงถกรับมือด่วน “ยุทธศักดิ์” ยัน ผบ.เหล่าทัพไม่ได้บีบนายกฯ ลาออก ด้าน “เพื่อนแม้ว” ปูดทหารรอเวลาปฏิวัติ ซัดเตรียมใช้ข้ออ้างรักษาความสงบ ขู่ลงมือกองทัพจบ ลั่นมีแผนสู้-ไม่มีถอย ยัน “ยิ่งลักษณ์” เล็งตั้งรัฐบาล พลัดถิ่นเหนือ-อีสาน “ประยุทธ์” ลั่นไม่ยอมให้เกิดเหตุรุนแรง กำชับทหารให้พร้อมดูแลสถานที่ราชการ “มทภ.1” ชี้ทหารยังไม่คิดยึดอำนาจ วอนอย่าคาดเดา ระบุทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ยันทหารเชื่อมั่นการตัดสินใจ “ผบ.ทบ.” รับเห็นใจ “บิ๊กตู่” เจอมรสุมการเมือง ด้าน “นปช.”ออกแถลงการณ์ต้านรัฐประหารชวน ปชช.ลงสู่ท้องถนนต่อสู้สันติ พร้อมยกระดับสูงสุดถ้ามีการยึดอำนาจ เปิดเวทีใหญ่ 4 จังหวัด

ภายหลังคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ภายใต้การนำของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศแผนปฏิบัติการ “ชัตดาวน์กรุงเทพฯ” ด้วยการตั้งเวทีชุมนุม 7 จุด ปิดถนนตามสี่แยกสำคัญเพื่อกดดันขับไล่รัฐบาลรักษาการ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทุกรูปแบบ

ม็อบนกหวีดดีเดย์ปิดกรุง

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มวลชนกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ได้เริ่มปฏิบัติการปิดกรุงเทพฯ ตามที่นัดหมายไว้ โดยที่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งมีนายอิสสระ สมชัย เป็นแกนนำกลุ่ม กปปส.ได้ปิดการจราจรพร้อมขึ้นเวทีปราศรัยที่นำมาตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยประชาชนต่างทยอยเดินทางมาสมทบที่เวทีกันคึกคักแต่เช้า แม้ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมามีผู้ไม่หวังดีเข้ามาก่อกวนก็ตาม โดยที่เวทีห้าแยกลาดพร้าวนี้จะรองรับประชาชนที่เดินทางมาจากภาคเหนือและภาคอีสานด้วย ทั้งนี้ผู้ชุมนุม กปปส.บริเวณห้าแยกลาดพร้าวบางส่วน ได้เคลื่อนขบวนไปยังกระทรวงแรงงาน เพื่อปิดสถานที่ราชการ จนกว่าจะถึงเวลา 16.30 น.และจะมีการเคลื่อนขบวนมายังเวทีห้าแยกลาดพร้าวตามปกติ

ปทุมวัน-ราชประสงค์คึกคัก

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุม ที่บริเวณแยกปทุมวัน เวทีหลักที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.จะปักหลักและปราศรัยเชื่อมกับเวทีอื่น ๆ ว่าในช่วงเช้าเริ่มมีกลุ่มผู้ชุมนุมทยอยกันเดินทางมาสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่พักค้างคืนอยู่ในบริเวณดังกล่าวทั้งเดินมาจากถนนเพชรบุรีเลี้ยวขวาที่แยกราชเทวี หรือนั่งรถมา ขณะเดียวกันทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำรั้วเหล็กไปปิดกั้นบริเวณกลางสะพานหัวช้าง ทำให้รถหลงเข้ามาในพื้นที่ต้องกลับรถที่กลางสะพานย้อนกลับไปที่แยกราชเทวี

ส่วนบรรยากาศที่บริเวณแยกราชประสงค์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักแต่เช้า เนื่องจากจำนวนผู้ชุมนุมจะมีจำนวนมากกว่าเวทีปทุมวัน มีการเปิดเพลงให้กลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นไปเต้นบนเวทีอีกด้วย ขณะเดียวกัน นายชุมพล จุลใส และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำ กปปส.ได้นำมวลชนส่วนหนึ่งเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อเยี่ยม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ทั้งนี้แกนนำได้ย้ำกับมวลชนว่าห้ามเข้าไปข้างในสตช.โดยเด็ดขาด ก่อนเดินทางกลับมายังเวทีราชประสงค์ในช่วงเย็น ขณะที่กลุ่มศิลปินดาราเดินทางมาร่วมชุมนุม อาทิ ดวงตา ตุงคะมณี แตงโม-ภัทรธิดา พัชรวีร พงษ์ โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ แทคภรัณยู โรจนวุฒิธรรม เปิ้ล-จารุณี สุขสวัสดิ์ เด๋อ ดอกสะเดา ปีใหม่-สุมนต์รัตน์ ป๋าต๊อบ-ปฏิญญา ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชุมนุม

ปักหลักเต็มอนุสาวรีย์ชัยฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งแต่ช่วงสาย มีประชาชนอีกจำนวนมากที่ส่วนใหญ่มาจากภาคใต้ และสมาชิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) มาร่วมการชุมนุมท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด จนมีมวลชนแน่นขนัดทั่วบริเวณพื้นล่างและบนสะพานลอยที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ยาวไปถึงป้ายรถประจำทางฝั่งที่มุ่งสู่ถนนพหลโยธิน และมีผู้ชุมนุมบางส่วนเข้าไปในรพ.ราชวิถีเพื่อหลบร้อนและใช้บริการ ห้องสุขา ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลยังเปิดให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนตามปกติ และมีการตั้งหน่วยปฐมพยาบาลที่ลานร้านค้าในพื้นที่ป้ายรถโดยสารประจำทาง ซึ่งมีผู้ชุมนุมมาขอรับยาและสำลีชุบแอมโมเนียแก้อาการวิงเวียนศีรษะและอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย ทั้งนี้หน่วยปฐมพยาบาลจะให้บริการจนถึงเวลา 20.00 น. ขณะที่กลุ่ม กปปส. มีตั้งกล่องรับบริจาคเงินจากประชาชน 4 จุดที่ด้านหน้าและด้านข้างของเวทีปราศรัย สำหรับห้างสรรพสินค้าที่อยู่โดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิยังคงเปิดตามปกติ

“ถาวร”นำทัพปิดก.คลัง

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. นายถาวร เสนเนียม แกนนำกลุ่ม กปปส. ได้เริ่มนำมวลชนเคลื่อนขบวนไปยังถนนพหลโยธิน เพื่อปิดล้อมหน้ากรมประชาสัมพันธ์ กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ภายในซอยอารีย์สัมพันธ์ ขณะที่นายสมศักดิ์ โกศัยสุข หนึ่งในแกนนำ และทีมงานของนายถาวร ทำหน้าที่ดูแลเวทีที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยมีกลุ่มคนจากหลายสาขาอาชีพและวิทยากรสลับกันขึ้นปราศรัย ทั้งนี้ นายสำราญ รอดเพชร เป็นผู้ดำเนินการปราศรัย แจ้งบนเวทีว่า น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ณ อยุธยา แนวร่วมกปปส. พร้อมมวลชน ได้ปิดล้อมหน้ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในซอยโยธี กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงการต่างประเทศ โดยทั้ง 3 กระทรวงได้อนุญาตให้ข้าราชการกลับบ้านได้

“ณัฏฐพล”ยันปักหลักอโศก

ที่เวทีการชุมนุมแยกอโศกมนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มกปปส. ได้ทำการปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 04.30 น. ที่ผ่านมาโดยเปิดให้รถสัญจรได้เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น คือถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้า ส่วนบริเวณอื่นจะเป็นส่วนที่ผู้ชุมนุมปักหลักกางเต็นท์และนั่งชุมนุม โดย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำกลุ่มกปปส. กล่าวว่า จะปักหลักชุมนุมอยู่ที่นี่ โดยไม่มีการเคลื่อนขบวนไปที่ใด จนกว่ารัฐบาลรักษาการจะออกจากตำแหน่ง พร้อมกันนี้ได้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณชุมนุม โดยแบ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยออกเป็น 3 กะ ๆ ละ 400 คน เพื่อดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างทั่วถึงทั้งนี้จะมี ดร.เสรี วงษ์มณฑา เดินทางมาร่วมปราศรัย และคาดว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.จะเดินทางมาส่งมวลชนที่เดินทางมาร่วมสมทบกับเวทีที่แยกอโศกอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟใต้ดิน ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ รวมถึงห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 ก็ยังคงเปิดให้ประชาชนได้มาเดินเที่ยวตามปกติ ส่วนการจราจรทางรถยนต์บริเวณรอบแยกอโศกได้ปิดตัวลงโดยปริยายในเวลา 12.00 น.

นักธุรกิจนำทีมสวนลุมพินี

ขณะที่เวทีสวนลุมพินี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจย่านสีลมพร้อมด้วยประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดได้ทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมเพื่อขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ตั้งเวทีปราศรัยบริเวณอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ซึ่งมีตัวแทนจาก กปปส. สลับกันขึ้นปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ส่วนการจราจรมีการปิดแยกศาลาแดง แยกวิทยุ แยกสารสิน ทำให้การจราจรติดขัด ทั้งนี้ในส่วนของรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดินก็หนาแน่นไปด้วยผู้ชุมนุมที่ทยอยมาร่วมชุมนุมในจุดนี้

“เทือก” ปิดประตูคุยรัฐ

ด้าน นายสุเทพ กล่าวในการเดินเยี่ยมเวทีต่าง ๆ ว่าการชุมนุมใหญ่ในวันนี้ ตามแยกต่าง ๆ 7 จุดเพื่อปิดกรุงเทพฯ นั้นจะไม่มีกรอบระยะเวลาแต่อย่างใด และจะพักค้างคืนไม่มีกำหนด ซึ่งหลังจากนี้ หากรัฐบาลส่งตัวแทน มาเจรจา เพื่อขอเลื่อนการเลือกตั้ง หรือข้อเสนออื่น ๆ ทาง กปปส.ไม่ขอรับข้อเสนอใด ๆ จนกว่าจะมีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งเท่านั้น ทั้งนี้ต้องขออภัยกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบในการปิดกรุงเทพฯ ของกลุ่ม กปปส. ส่วนการ กระจายมวลชนจากจุดเดียวไปยังจุดต่าง ๆ ที่หลายฝ่ายเป็นห่วงอาจจะได้รับอันตรายนั้น ทาง กปปส.มั่นใจสามารถดูแลมวลชนได้อย่างแน่นอน เนื่องจากตามเวทีหลักอื่น ๆ มีแกนนำกลุ่มคอยดูแลอยู่แล้ว ทั้งนี้มีรายงานว่า นายสุเทพ จะเดินไปยังเวทีปทุมวันก่อน จากนั้นจะไปเวทีสีลม เวทีราชประสงค์ และเวทีอโศก ก่อนวกกลับมาที่เวทีปทุมวัน “ชวน-มาร์ค”นำทีมปชป.แจม

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุทัศน์ เงินหมื่น พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ได้เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์และให้กำลังผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส.ทุกเวทีเริ่มจากเวทีปทุมวัน โดยผู้ชุมนุมทุกเวทีต่างโบกมือทักทายพร้อมเป่านกหวีดต้อนรับเสียงลั่น

ระทึกกราดยิงหน้า ปชป.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 02.35 น. วันเดียวกัน เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ถนนเศรษฐศิริ โดนกระจกร้านกาแฟ อะบิ๊กซีท ซึ่งตั้งอยู่หน้าที่ทำการพรรค แตกกระจาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทั้งนี้จากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายใช้รถเก๋ง โตโยต้า คัมรี สีบรอนซ์เงิน วิ่งมาจากสถานีรถไฟสามเสน เมื่อมาถึงบริเวณหน้าพรรค คนร้ายได้เปิดกระจกหลังรถ ก่อนใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. กราดยิงมายังหน้าร้านกาแฟ ทำให้กระจกได้รับความเสียหาย โดยพบรอยกระสุนหลายรู เป็น กระสุนหัวทองเหลือง เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุ น่าจะมาจากปัญหาการเมืองที่กลุ่ม กปปส. ประกาศชัตดาวน์กรุงเทพฯ ทำให้บางฝ่ายเกิดความไม่พอใจจึงต้องการสร้างสถานการณ์ข่มขู่ ต่อมา พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และรวบรวมหลักฐานเพื่อหาเบาะแสของคนร้าย พร้อมยืนยันว่าภายใน 3 วันคดีจะต้องมีความชัดเจน

หมออาวุโสนำทีมร่วมกปปส.

ที่กระทรวงสาธารณสุข ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 5 เครือข่ายปฏิรูปประเทศไทย ประกอบด้วย เครือข่ายคนรักประเทศไทย เครือข่ายคนรักสุขภาพ เครือข่ายสมัชชาปฏิรูปประชาธิปไตย เครือข่ายสุขภาพแห่งชาติ และเครือข่ายคนรุ่นใหม่หัวใจพลเมือง ซึ่งมีภาคีสมาชิกจากทุกภาคส่วนหลากหลายอาชีพทั่วประเทศ และประชาคมสาธารณสุข กว่า 1,000 คน ได้รวมตัวกันบริเวณหน้าอาคารสุขภาพแห่งชาติ (สช.) โดยมี นพ.มงคล ณ สงขลา อดีต รมว.สาธารณสุข นพ.มรกต กรเกษม อดีต รมช.สาธารณสุข นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล อดีตรองปลัดกระทวงสาธารณสุข นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล อดีตเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ นำขบวนเดินเท้าไปสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ทั้งนี้ตัวแทน 5 เครือข่ายปฏิรูปประเทศไทย ได้อ่านแถลงการณ์ซึ่งเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหาประเทศชาติ ด้วยการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งจากนั้น นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เป็นตัวแทนวางพวงหรีดบริเวณป้ายที่จอดรถ รมว.สาธารณสุขและ รมช.สาธารณสุข ก่อนเคลื่อนขบวนไปสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. บริเวณ 5 แยกลาดพร้าว

“ปู”ถกหน่วยงานมั่นคงรับมือ

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่า เมื่อเวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรี เดินทางไปยังอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ โดยรถโฟลค์ตู้สีดำกันกระสุน จากนั้นได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานด้านความมั่นคงทันทีเพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมประท้วงของกลุ่ม กปปส.ที่เริ่มมีการชุมนุมในพื้นที่ 7 จุดทั่วกรุงเทพฯ โดยมีรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ

นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคง (สมช.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นต้น

“ภราดร” ยันยังใช้พ.ร.บ.มั่นคง

พล.ท.ภราดร เปิดเผยว่า การประชุมของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) เพื่อติดตามสถานการณ์เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา ว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้มีความกังวลหรือเคร่งเครียดแต่อย่างใด ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับและสอบถามทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบว่ามีความพร้อมในการรองรับสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่ประกาศชุมนุมประท้วงใน 7 จุดทั่วกรุงเทพฯ สถานการณ์ขณะนี้ยังคงใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงควบคุมสถานการณ์ ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาลและบางจุด ที่ได้ขอให้ทหารเข้ามาเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์นั้น เป็นการพิจารณาตามสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวที่ล่อแหลมของกลุ่มผู้ชุมนุมในบางจุดเท่านั้น ไม่ใช่ทุกจุด ทั้งนี้ไม่ได้ปรับเปลี่ยนแผนเพื่อเตรียมประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่หากสถานการณ์บานปลายรุนแรงขึ้นก็จะต้องมีการหารือร่วมกันอีกครั้งว่าจะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อดูแลสถานการณ์หรือไม่ ซึ่งต้องดูความเหมาะสมและประเมินสถานการณ์ตามลำดับอีกครั้ง

ส่วนกรณีภาพที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นำภาพถ่ายชายชุดลายพรางเหมือนพลซุ่มยิงบนตึกออกมาเปิดเผยผ่านทางเฟซบุ๊ก เป็นภาพเก่าที่คาดว่าเป็นการหวังสร้างสถานการณ์ให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น ขอให้ประชาชนที่รับข้อมูลข่าวสารและติดตามการชุมนุมใช้สติ อย่าตื่นตระหนก

สธ.เฝ้าระวัง 3 จังหวัดเข้ม

ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ. เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัย ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชุมนุมทางการเมือง โดย นพ.ณรงค์ กล่าวว่า สถานบริการทุกแห่งของกระทรวงสาธารณสุขจะเปิดให้บริการอย่างเต็มกำลังโดยไม่เลือกข้าง

นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัด สธ. กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขจะติดตามสถาน การณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะใน 3 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก และบุรีรัมย์ ที่มีผู้ชุมนุมทั้ง 2 กลุ่มออกมาชุมนุมและเสี่ยงก่อให้เกิดความรุนแรงได้ ดังนั้นให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)ติดตามสถานการณ์และรายงานทุกชั่วโมง เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อม ทั้งนี้จะมีการดูแลผู้บาดเจ็บทุกฝ่ายด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมอย่างเท่าเทียมกัน หากพื้นที่ใดทีมของกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปไม่ได้จะประสานไปยังทีมของกรมแพทย์ทหารบกและทหารเสนารักษ์ จำนวน 12 ทีม ที่มีการประสานกับกองทัพบกไว้แล้ว อย่างไรก็ตามหากประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บสามารถโทรศัพท์ประสานสายด่วน 1649 สายด่วน 1669 และ 02-3548-2222

ผบ.ทบ.สั่งดูแลสถานที่ราชการ

ที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1รอ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานในการประชุมสรุปสถานการณ์ประจำวัน โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และพล.อ.อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบกเข้าร่วมประชุม โดยมีการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปยังกองกำลังสุรนารี และกองกำลังในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสั่งการและติดตามงานภารกิจตามแนวชายแดนตามปกติ ทั้งนี้ ผบ.ทบ. ได้ยกเลิกภารกิจงานวันสถาปนากองทัพภาคที่ 1 ยังได้เน้นย้ำถึงการทำหน้าที่ของกำลังพลในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในสถานที่ราชการสำคัญ ภายหลังได้รับมอบหมายภารกิจจากศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) โดยมีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารทุกคนตรวจสอบอุปกรณ์การสื่อสารให้มีความพร้อมสมบูรณ์ในการปฏิบัติงาน เมื่อเกิดเหตุจะได้ไม่เกิดปัญหาเรื่องการสื่อสารระหว่างกัน

ย้ำไม่ยอมให้เกิดเหตุรุนแรง

ด้าน พล.ท.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล กล่าวว่า ผบ.ทบ.มีความเป็นห่วงสถานการณ์ และเป็นห่วงประชาชน โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยดูแลความปลอดภัย เน้นหลักสันติวิธี และปฏิบัติตามข้อบังคับ ไม่ยอมให้เกิดความรุนแรงโดยเด็ดขาด ซึ่งทุกครั้ง ผบ.ทบ.ได้เน้นย้ำข้อปฏิบัติเหล่านี้กับผู้บังคับหน่วยอยู่เสมอ ทั้งนี้การมาปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้กดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เป็นการบูรณาการร่วมกัน ทหารเป็นเพียงผู้ช่วยเจ้าพนักงานตามคำสั่งของ ศอ.รส. และต้องทำงานภายใต้กฎ ระเบียบทางราชการ พร้อมชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจจุดยืนของกองทัพ อย่างไรก็ตามทาง นปอ. ได้จัดกำลัง 9 กองร้อยในการดูแลสถานที่ราชการและสถานที่สำคัญต่าง ๆ อาทิ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ และบริเวณจุดบริการประชาชน แยกหลักสี่ แยกปทุมวัน โรงงานผลิตน้ำดื่มสามเสน โดยกำลังพลจะมีเพียงโล่และกระบอง พร้อมเสื้อเกราะเท่านั้น ทั้งนี้หากเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ทหารก็จะเข้าไปแก้ไขสถานการณ์เบื้องต้นก่อน

ทหารยังไม่คิดยึดอำนาจ

ด้าน พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของกองทัพภาคที่ 1 ต่อสถานการณ์ทางการเมืองว่า กองทัพภาคที่ 1 ดำเนินการตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งนี้รู้สึกเห็นอกเห็นใจ ผบ.ทบ.ที่ต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมากต่อมรสุมต่าง ๆ กองทัพภาคที่ 1 และกำลังพลมีความเข้าใจในเจตนาและการตกลงใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ทุกอย่างว่าจะตกลงใจไปในทางที่ถูกต้องและกำลังพลของกองทัพภาคที่ 1 พร้อมจะปฏิบัติตาม โดยอยู่เคียงข้างประชาชน เมื่อถามว่าหาก พล.อ. ประยุทธ์ ตัดสินใจปฏิวัติ กองทัพภาคที่ 1 พร้อมดำเนินการใช่หรือไม่ พล.ท.ธีรชัย กล่าวว่า เรื่องนี้เลิกพูดกันได้แล้ว ขอยืนยันว่ากำลังพลของกองทัพภาคที่ 1 และเชื่อมั่นการตกลงใจของ ผบ.ทบ. ทุกกรณีว่ายืนอยู่บนความถูกต้องและตัดสินใจถูกต้องแล้ว เมื่อถามย้ำว่าหากจำเป็นที่ ผบ.ทบ. ต้องแก้ไขสถานการณ์ด้วยการปฏิวัติ พล.ท.ธีรชัย กล่าวว่า ไม่ใช่หมอดู ส่วนความเป็นไปได้ในการปฏิวัตินั้น อย่าเพิ่งไปคาดเดา เพราะยังไม่มีใครคิด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์

“เพื่อนแม้ว”ปูดทหารรอดูท่าที

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม ปฏิเสธกระแสข่าวว่า ผบ.เหล่าทัพบีบให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้ลาออกจากตำแหน่ง โดยพล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า “ไม่มี ไม่มี” เมื่อถามย้ำว่าเหล่าทัพเสนอแนวทางให้นายกรัฐมนตรีลาออกเมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า “ผมยืนยันว่าไม่มี”

ด้าน พล.ท.มนัส เปาริก อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 สมาชิกพรรคเพื่อไทย และเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการปฏิวัติว่า ทางทหารอยากทำ แต่ตอนนี้ยังอยู่ในอารมณ์กล้า ๆ กลัว ๆ เพราะถ้าทำแล้วจะมีศัตรูมากจึงต้องประเมินว่า หากทำแล้วจะมีการตอบโต้อย่างไรบ้าง ซึ่งขณะนี้ทางกองทัพกำลังดำเนินการโดยใช้สงครามตัวแทน คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่ม กปปส. เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งที่เกิดความวุ่นวายกองทัพจะแทรกเข้ามาโดยอ้างว่ามาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย เพราะรัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และจะยึดประชาชนที่มาชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ว่า เป็นมติส่วนใหญ่ที่จะให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นไปตามที่นายสุเทพต้องการ

ทั้งนี้ฝ่ายทหารเองกำลังประเมินการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ประกาศจุดยืน ต่อต้านการรัฐประหารทุกรูปแบบ พร้อมทั้งมีการเตรียมการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขอบอกว่า ไม่ธรรมดา โดยทหารกำลังคิดถึงเรื่องนี้ และผล กระทบทางลบ ส่วนกระแสข่าวว่า ผบ.เหล่าทัพ พยายามกดดันให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลาออกจากนายกรัฐมนตรีนั้น ทำไม่ได้อยู่แล้ว เพราะรัฐบาลลาออกไม่ได้ ผิดกฎหมาย และแม้นายกฯ จะลาออกก็ยังมีรองนายกฯ เข้ามารักษาการอีก ต้องกลับไปดูกติกาและรัฐธรรมนูญ

สู้ไม่ถอยเล็งตั้งรบ.พลัดถิ่น

“แนวทางของทหารตอนนี้คือรอเวลา ดูสถานการณ์ว่า จะเป็นไปทางไหน ถ้าข้าราชการไม่ยอมทำงานให้รัฐบาล สถานการณ์ภายในประเทศมีความวุ่นวาย ทหารจะดำเนินการ โดยจะใช้คำว่าออกมาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยแทนการปฏิวัติ ซึ่งจะเป็นไปตามที่ ผบ.ทบ. เคยพูดไว้ ตอนนี้ทหารกำลังประเมินอยู่ว่าจะออกมาตอนไหน โดยเขากำลังรอการเคลื่อนไหวของประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัด เพราะไม่อยากใช้คนเฉพาะในกรุงเทพฯ มาตัดสิน บอกตามตรงเลยว่า เขาท้าให้ทำเลย ทุกวันนี้เปิดหน้ากันหมดแล้วว่า ใครต้องการอะไร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็จะไม่หนี แต่จะไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น โดยอยู่ระหว่างเลือกว่าจะใช้พื้นที่ภาคเหนือหรือภาคอีสาน ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่าการปฏิวัติสามารถทำได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำโดยประชาชน หรือด้วยศาลหรือองค์กรอิสระ ไม่ใช่เฉพาะการใช้กำลังทหารออกมายึดอำนาจ แต่ถ้ากองทัพทำเมื่อไร กองทัพตายเมื่อนั้น จบเกมไม่มีถอยเราประกาศเอาไว้แล้วว่าจะไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่มาจาก 2 รูปแบบคือ 1. ใช้กำลังทหาร 2.ให้อำนาจศาลและองค์กรอิสระ ทั้ง 2 อย่างนี้จะไม่ยอมทั้งสิ้น” พล.ท.มนัส กล่าว

ดีเอสไอเคาะหมายเรียกรอบ2

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะ หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 226/2556 ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมขณะนี้ เปิดเผยว่า ดีเอสไอได้ลงนามออกหมายเรียกตัวแกนนำ กปปส.ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาซ้ำอีกครั้งในข้อหาร่วมกันกบฏ ตามมาตรา 113, 114 ยุยงส่งเสริมให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย ตามมาตรา 116 และร่วมกันก่อเหตุวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 215 หลังจากก่อนหน้านี้ได้ออกหมายเรียกแล้วแต่แกนนำมอบทนายขอเลื่อนไปก่อน โดยการออกหมายเรียกครั้งนี้จะแบ่งเป็นแกนนำแถว 1 และ 2 จำนวน 35 คน ซึ่งเป็นการออกหมายเรียกรอบ 2 ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 22 และ 23 ม.ค.นี้ ส่วนแกนนำแถว 3 จำนวน 20 คน ที่ถูกออกหมายเรียกครั้งแรกให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 24 ม.ค.นี้ โดยดีเอสไอจะใช้พื้นที่ห้องประชุมกรมราชทัณฑ์ ท่าน้ำนนท์ เป็นสถานที่รองรับการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา บก.02สรุปปิดการจราจร9จุด

ขณะที่ศูนย์ควบคุมสั่งการจราจร (บก.02) กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) แจ้งว่าภาพรวมการปิดการจราจรจากกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. กระจายการชุมนุมบริเวณต่าง ๆ รอบพื้นที่กรุงเทพฯ ทำให้ต้องมีการปิดการจราจรพื้นที่ต่าง ๆ ดังนี้ 1. ปิดการจราจรสะพานผ่านฟ้าลีลาศ 2. ปิดการจราจรบนสะพานพระราม 8 เนื่องจากมีรถจอดกีดขวางบนสะพาน และปิดทางยกระดับลอยฟ้าทางเบี่ยงไปยังสะพานพระราม 8 ขาเข้า 3. ปิดการจราจรถนนแจ้งวัฒนะมุ่งหน้าปากเกร็ด ปิดที่แยกหลักสี่ โดยสะพานข้ามแยกหลักสี่ไม่สามารถใช้การได้ และปิดต่อเนื่องถึงทางลงด่วนโทลล์เวย์ ส่วนบริเวณถนนแจ้งวัฒนะมุ่งหน้าหลักสี่ ปิดที่ปากซอยแจ้งวัฒนะ 14 จุดที่ 4. แยกลาดพร้าว ปิดการจราจรห้าแยกลาดพร้าว บริเวณถนนพหลโยธินมุ่งหน้ารัชโยธิน กลับรถที่แยกกำแพงเพชรหรือเลี้ยวขวาเข้าซอยพหลโยธิน 18 หรือเลี้ยวซ้ายกำแพงเพชร 3 ส่วนถนนลาดพร้าวเลี้ยวซ้ายเข้าห้าแยกลาดพร้าวไม่ได้และเลี้ยวขวาออกนอกเมืองไม่ได้ ถนนวิภาวดีช่องทางด่วนสามารถใช้การได้ตามปกติทั้งขาเข้าและขาออก สามารถใช้ทะลุเข้าวิภาวดีซอย 3 และซอย 5 เพื่อเข้าถนนพหลโยธินได้

5.แยกศาลาแดง ปิดการจราจรถนนพระราม 4 จากแยกวิทยุถึงถนนอังรีดูนังต์ถนนราชดำริตั้งแต่แยกนราลมถึงแยกราชดำริ และปิดสะพานไทย-ญี่ปุ่นและสะพานไทย-เบลเยี่ยม 6. แยกอโศก ปิดการจราจรตั้งแต่ถนนอโศกเพชรบุรีถึงถนนอโศกมนตรี ถนนสุขุมวิทกลับรถที่แยกอโศกมนตรีทั้งขาเข้าและขาออก 7. แยกราชประสงค์ ปิดการจราจรถนนเพลินจิตตั้งแต่แยกชิดลมถึงแยกเฉลิมเผ่า ถนนราชดำริตั้งแต่แยกราชดำริถึงแยกประตูน้ำ ถนนอังรีดูนังต์ให้กลับรถที่แยกเฉลิมเผ่า 8. แยกปทุมวัน ปิดการจราจรถนนพญาไทตั้งแต่สะพานหัวช้างถึงปากซอยจุฬา 12 และถนนพระราม 1 ตั้งแต่แยกเจริญผลถึงแยกราชประสงค์ 9. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ปิดถนนราชวิถีขาเข้ากลับรถบริเวณโรงพยาบาลพระมงกุฎ และปิดบริเวณจากดินแดงเลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชปรารภ ส่วนถนนพญาไทเลี้ยวซ้ายเข้าซอยโยธีเท่านั้น

พท.สั่งจับตา กปปส.ปิดกรุง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคได้กำชับสมาชิก และผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ให้แจ้งไปยังมวลชนผู้สนับสนุนว่าอย่าเข้าไปในพื้นที่มีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ตามจุดต่าง ๆ เพราะไม่อยากให้เกิดการเผชิญหน้า และสร้างความขัดแย้งเพิ่มขึ้น เกรงว่าสถานการณ์จะบานปลาย และอาจเข้าทางของผู้ชุมนุม ที่ต้องการเปิดทางให้อำนาจนอกระบบเข้ามาล้มระบอบประชาธิปไตยได้

ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า ขณะนี้ทางแกนนำพรรค ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์การชุมนุมปิด กทม. 7 จุดของกลุ่ม กปปส.อย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าการชุมนุมจะมีผลกระทบต่อประชาชนชาว กทม.อย่างไรบ้าง และจะมีการกล่าวหาพรรคเพื่อไทยรวมทั้งรัฐบาลอย่างไรบ้าง หากมีการพาดพิงกระทบมายังรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ทำให้เกิดความเสียหาย ก็จะมีการจัดทีมแก้ข้อกล่าวหาทันที เพื่อป้องกันกลุ่ม กปปส.นำข้อมูลที่บิดเบือนไปปลุกระดม สร้างความเสียหาย และทำให้ประชาชนสับสน โดยแกนนำแต่ละคนอยู่ในที่ตั้งของตัวเอง ไม่ได้เข้าไปยังที่ทำการพรรคแต่อย่างใด ขณะที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรีนั้น ได้มีคำสั่งให้ปิดที่ทำการเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันเหตุความวุ่นวาย

แถลงการณ์ต้านรัฐประหาร

นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า นปช. ได้ออกแถลงการณ์ นปช.แดงทั้งแผ่นดินต้านรัฐประหาร (ฉบับปรับปรุงจากปี 2554) มีเนื้อหาคือ ระยะก่อนรัฐประหาร 1. แสดงข้อมูลเผยแพร่ผลความชั่วร้ายของการทำรัฐประหารที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง เศรษฐกิจและสังคม 2. รวบรวมหมู่คณะแสดงความมุ่งมั่นในการต่อต้านถ้ามีรัฐประหารเกิดขึ้น การจัดตั้งกลุ่ม การเสวนา ออกแถลงการณ์ 3. แสดงออกถึงสัญลักษณ์การต่อต้านรัฐประหารในกลุ่มต่าง ๆ นัดหมายการแสดงออกให้ขยายตัวลุกลาม ดังไฟลามทุ่ง 4. ประณามการรัฐประหารในอดีตและที่จะเกิดขึ้นในอนาคตในรูปแบบการให้สัมภาษณ์ แถลงการณ์ การแสดงศิลปวัฒนธรรม ภาพวาด การ์ตูน ในสื่อทุกรูปแบบ 5. จัดรถกระจายเสียงถ่ายทอดความชั่วร้ายการทำรัฐประหารและสถานีวิทยุชุมชน และสื่อต่าง ๆ ชวนปชช.ลงสู่ ถนนต่อสู้สันติวิธี

นางธิดา กล่าวอีกว่า เมื่อเกิดรัฐประหาร 1. ให้ประชาชนออกมาตามท้องถนนพร้อมด้วยสัญลักษณ์การต่อสู้สันติวิธี เช่น เสื้อขาว ลูกโป่งขาว ริบบิ้นสีขาว จุดเทียนสีขาว 2. หลีกเลี่ยงการสูญเสีย ถ้ามีการใช้กำลังปราบปรามให้รวมกลุ่มเร็ว สลายกลุ่มเร็ว ไม่ต้องมีเวที 3. ใช้ยานพาหนะที่เหมาะสมขวางเส้นทางการเคลื่อนกำลังทหาร 4. ใช้ท่าทีเป็นมิตรกับทหารและชี้แจงทำความเข้าใจว่าการทำรัฐประหารสร้างความเสียหายเพียงใด ไม่ด่าทอหรือทำร้ายทหารที่มาเฝ้าสถานที่ 5. แสดงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหารติดในสถานที่ต่าง ๆ ให้มากที่สุด อาจใช้สีขาวที่ให้ความหมาย สงบ สะอาด เป็นสัญลักษณ์ พร้อมการจุดเทียนออกมาให้มากที่สุดตามท้องถนนทุกวัน แสดงสัญลักษณ์ต่อต้านที่มองเห็นการส่งเสียงให้ได้ยินให้ออกมามากที่สุดตามท้องถนน 6. ถ้ามีการปราบปรามประชาชน ต้องส่งภาพข่าวอย่างรวดเร็วผ่านสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ส่งคลิปวิดีโอเข้าเครือข่ายทุกเครือข่าย และ 7. เตรียมประสานงานมวลชน แกนนำมวลชน แนวร่วมกลุ่มอื่น เพื่อจัดกิจกรรมต้านรัฐประหารระดับสูงสุด

นางธิดา กล่าวอีกว่า นปช. จัดกิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อหยุดรัฐประหาร ต่อต้านกบฏทั่วประเทศ โดยนัดเจอกันหน้าศาลากลางของทุกจังหวัด และตามจุดนัดหมาย และในช่วงเย็นจะมีการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. จ.อุบลราชธานี นำโดยนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช. จ.ขอนแก่น นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์และแกนนำ นปช. และ จ.พระนครศรีอยุธยา มีตนเป็นแกนนำหลัก การจัดเวทีครั้งนี้เราทำของเรา โดยไม่มีการจัดกิจกรรมใน กทม.และปริมณฑล เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ วันนี้ใครทำให้ประชาชนเดือดร้อนมากกว่าก็ต้องรับผิดชอบไป และเพื่อทำให้คน กทม.รู้ว่าการต่อต้านรัฐประหารไม่ใช่หน้าที่ของคนเสื้อแดงเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของคนไทยทั้งประเทศ

สื่อนอกตีข่าวการเมืองไทยระอุ

ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นประจำประเทศ ไทยรายงานจากกรุงเทพฯ ว่า องค์การนิรโทษกรรมสากล (เอไอ) ที่ระบุว่า สถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศไทยอยู่ในขั้นเปราะบาง พร้อมแตกหักทุกเมื่อ เท่ากับว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดการสูญเสียต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคง ช่วยคุ้มครองและรับรองความปลอดภัยให้กับประชาชน ควบคู่ไปกับการรักษาความสงบ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดความรุนแรง ซึ่งในจุดนี้ รัฐบาลไทยให้คำมั่นด้วยการให้กำลังตำรวจใช้เพียงกระบองและโล่ในการควบคุมฝูงชนเท่านั้น

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวบีบีซี ได้รายงานโดยคาดการณ์ว่า มาตรการปิดกรุงเทพฯอาจยืดเยื้อ แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำคนสำคัญของกลุ่มผู้ชุมนุม ยืนยันว่าจะไม่มีการปิดระบบขนส่งมวลชนทุกประเภทและสนามบิน พร้อมกับประกาศกร้าวว่าการปิดเมืองหลวงครั้งนี้ต้องจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งเท่านั้น ไม่มีการประนีประนอมและการเจรจาทุกรูปแบบ

พัทลุงไม่ยอมรับรัฐบาล

ส่วนสถานการณ์ความเคลื่อนไหวต่างจังหวัดต่าง ๆ โดยเริ่มที่ จ.สงขลา เครือข่าย กปปส. ทั้ง 16 อำเภอ มารวมตัวที่ศาลากลาง จ.สงขลา พร้อมเปิดเวทีปราศรัยคู่ขนานกับการรวมตัวปิดกรุงเทพฯ ส่วนที่ รพ.พัทลุง กลุ่มกปปส.พัทลุง มารวมตัวกันที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด ก่อนเคลื่อนย้ายไปที่สี่แยกท่า มิหรำ พร้อมประกาศให้ข้าราชการหยุดงาน

ขณะเดียวกัน นพ.เดชาศักดิ์ สุขนวล ได้อ่านแถลงการณ์สรุปว่า รพ.พัทลุงเป็นเครือข่ายประชาคมสาธารณสุข จะไม่ฟังคำสั่งใด ๆ ของรัฐบาล เนื่องจากเห็นว่าหมดความชอบธรรมการบริหารประเทศ

นปช.แสดงพลังที่อยุธยา

ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของคนเสื้อแดงหรือนปช. ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลา 13.30 น. มีกลุ่มมวลชนของคนเสื้อแดง พากันเดินทางจาก จ.อ่างทอง นนทบุรี และปทุมธานี มารวมตัวชุมนุมที่สนามกีฬากลาง จ.พระนคร ศรีอยุธยา ราว 1 หมื่นคน พร้อมตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ในช่วงค่ำเวลาประมาณ 18.00 น. ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกัน ที่ สภ.พระนคร ศรีอยุธยา มีกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา เดินทางนำดอกกุหลาบมามอบให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมขอคำมั่นสัญญาจากตำรวจว่าจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้กับประชาชน

ปล่อยลูกโป่งหนุนเลือกตั้ง

ที่หน้าศาลากลาง จ.สมุทรสาคร กลุ่มคนเสื้อขาว และเสื้อหลากสี กว่า 1,000 คน เดินทางมารวมตัวกันแสดงจุดยืนต้องการให้มีการจัดการเลือกตั้ง หยุดการสร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่ความรุนแรง และพร้อมใจกันปล่อยลูกโป่งสีขาว เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนที่บริเวณศาลากลาง จ.ราชบุรี กลุ่มมวลชนคนเสื้อขาวจากทุกอำเภอกว่า 500 คน พร้อมใจกันใส่เสื้อขาว เดินรณรงค์ถือป้ายสนับสนุนให้เกิดสันติภาพ และหยุดสร้างเงื่อนไขนำไปสู่ความรุนแรง พร้อมปล่อยลูกโป่งสีแดง ขาว สนับสุนให้เดินหน้ามีการเลือกตั้ง เช่นเดียวกับที่หน้าศาลากลาง จ.ปทุมธานี (หลังเก่า) กลุ่ม นปช.หรือกลุ่มคนเสื้อแดง กว่า 3,500 คน เดินทางมาถือป้าย รณรงค์ และปล่อยลูกโป่งสีขาว เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ตามวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตย

ตร.ใช้ฮ.รับคนไข้ติดม็อบ

ที่โรงพยาบาลตำรวจ พ.ต.อ. (หญิง)ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า ทางโรงพยาบาลตำรวจได้รับตัว นางพิกุล พรหมลำพัก อายุ 78 ปี คนไข้มีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ จุกแน่นลิ้นปี่ อ่อนเพลีย รับประทานอาหารไม่ได้ โดยคนไข้มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน และความดันโลหิตสูงมีประวัติการรักษาตัวที่ รพ.พระมงกุฎฯ ซึ่งวันนี้ญาติได้พยายามนำตัวไปส่งโรงพยาบาล แต่ไม่สามารถเดินทางไปได้ เนื่องจากติดการชุมนุมบริเวณห้าแยกลาดพร้าว จึงได้ประสานไปยังสายด่วน 1197 ของ บก.จร.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำให้นำคนไข้ไปรอขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่ กองปราบปราม ซึ่งเป็น 1 ใน 7 จุดที่ให้บริการรับส่งคนป่วยกรณีฉุกเฉิน ซึ่งล่าสุดแพทย์ได้ให้การช่วยเหลือ และอาการปลอดภัยแล้ว

ขนส่งผวาปิดหนีม็อบ

ด้าน นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวที่ผู้ชุมนุมจะบุกเข้ามายึดกรมการขนส่งสำนักงานใหญ่จตุจักร ในวันที่ 14 ม.ค. ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมจึงประกาศปิดกรมการขนส่งสำนักงานใหญ่จตุจักรโดยขอให้ประชาชนที่จะเดินทาง มาติดต่อราชการเรื่องงานทะเบียน ติดต่อที่สำนักงานขนส่งพื้นที่ใกล้เคียง

จวก”ปู-ครม.”โง่พอกัน

ต่อมาช่วงค่ำวันเดียวกัน ที่เวทีชุมนุมแยกปทุมวัน นายสุเทพ เลขาธิการ กปปส. กล่าวปราศรัยบนเวทีว่า วันนี้ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทย เพราะเป็นวันที่คนไทยรักแผ่นดินลุกขึ้นปิดกรุงเทพฯ เพื่อขับไล่รัฐบาลทรราช ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนว่ามีพลเมืองดีของประเทศได้เข้ามาปฏิบัติการยึดนครหลวงของประเทศเพื่อขับไล่รัฐบาลที่ทรยศประชาชน ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันสำคัญที่ต้องจารึกทั้งเมืองไทยและโลก แต่พวกทรราชยังดื้อและไม่สนใจว่ามีมวลมหาประชาชนออกมาต่อสู้ เพราะส่วนใหญ่คนที่อยู่ในอำนาจวันนี้โง่พอกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และขอให้ติดตามเขาคงจะมีรายงานต่อนายกรัฐมนตรีถึงจำนวนตัวเลขผู้ชุมนุมในทุกเวที คือ 1.8 แสนคนเศษ และนายกรัฐมนตรีก็น่าจะโง่พอที่จะเชื่อแบบนั้น

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า เดิมเวทีนี้คิดว่าจะมีจุฬาลงกรณ์เท่านั้น แต่ปรากฏว่า มี ม.ธรรมศาสตร์ มศวปทุมวัน วิทยาลัยปทุมวัน อุเทนถวาย ร่วมกันเป็นเจ้าภาพหมดเลย รู้สึกภูมิใจและเคารพต่อสถาบันเหล่านี้ ในโอกาสนี้จึงถือโอกาสเชิญชวนสถาบันการศึกษา อาจารย์ นิสิตนักศึกษา ให้หยุดการเรียนการสอน เพื่อออกมาร่วมกับมวลมหาประชาชน ไม่ต้องสนใจ รมว.ศึกษาธิการว่าจะมีคำสั่งอะไร ภารกิจหลักของเราคือจะต้องปิดส่วนราชการ เพื่อไม่ให้ข้าราชการไปทำงาน โดยเราจะพยายามไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ในส่วนของการขับไล่รัฐบาลจะต้องเพิ่มมาตรการเข้มข้นขึ้นไปอีก ซึ่งในแต่ละเวทีจะมีผู้รับผิดชอบว่าไปปิดสถานที่ราชการใดบ้าง

ทั้งนี้ขอให้มวลมหาประชาชนรอเวลา และหากประกาศแล้วขอให้ไปร่วม และจะแวะเวียนไปทุกเวทีเพื่อพูดคุยกับพี่น้องทุกวัน แต่หากวันไหนไม่ได้คุยกับพี่น้อง ก็จะออกไปเชิญชวนประชาชนปิดกรุงเทพฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายสุเทพปราศรัยปรากฏว่าไฟฟ้าเกิดขัดข้องส่งผลให้เครื่องขยายเสียงและไมโครโฟนไม่สามารถใช้การได้ นอกจากนี้ไฟส่องสว่างหลังเวทีก็ดับลงด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาแก้ไขกว่า 5 นาทีทำให้นายสุเทพ ต้องรอบนเวทีระยะหนึ่ง

แย้มจ่อยึดสถานที่ราชการ

ส่วนที่แยกอโศก นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ หนึ่งในแกนนำ กปปส. เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้จะมีการเคลื่อนขบวนไปปิดสถานที่ราชการแห่งหนึ่ง เพราะทราบว่ายังมีคนเข้าไปทำงานอยู่ โดยจะเคลื่อนขบวนในเวลา 06.00 น. แต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นที่ใด ทั้งนี้สถานที่ที่จะไปปิดไม่ใช่กระทรวงแรงงานเพราะมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเข้ายึดพื้นที่แล้ว โดยจะปักหลักอยู่บริเวณนั้นในช่วงเช้า เพื่อทำให้คนที่จะมาทำงาน ไม่สามารถเข้ามาทำงานได้สะดวก จากนั้นจะกลับมาปักหลักที่เวทีอโศกอีกครั้งในช่วงบ่าย สำหรับการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ชุมนุมนั้น ได้เตรียมผ้าห่ม 5,000 ชุด ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่การรักษาความปลอดภัยจะมีการ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมดูแลทุกทางเข้าออกจุดละ 50 คน.

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ทั่วไป และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร