อันตรายจากยาฆ่าแมลงในผัก-ผลไม้ ล้างไม่สะอาดเสี่ยงมะเร็งเต้านม

บ้านเมือง ฉบับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ผัก ผลไม้ เป็นพืชที่มีประโยชน์เต็มเปี่ยมไปด้วยวิตามินและเส้นใยที่สำคัญ ผู้คนนิยมนำไปประกอบอาหารรับประทานทั้งแบบสดและปรุงสุก ซึ่งการจะรับประทานให้ได้ประโยชน์สูงสุดต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ต่อยอดจากเทศกาลตรุษจีน ย้ำผู้บริโภคควรตระหนักในความสะอาดและความปลอดภัยของอาหาร โดยเฉพาะการบริโภคผักและผลไม้ควรล้างให้สะอาดก่อนกินหรือปรุงเป็นอาหาร เพื่อจะได้ปลอดภัยจากยาฆ่าแมลงตกค้างต้นเหตุโรคมะเร็งเต้านม พร้อมแนะคนไทยให้กินผักอย่างน้อยวันละ 400 กรัม เพื่อลดเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ดร.นพ.พรเทพ ศิริ วนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่เพิ่งผ่านไป กรมอนามัยได้จัดกิจกรรมขึ้นในหลายพื้นที่เพื่อรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจ ให้ประชาชนสามารถเลือกซื้ออาหารสำหรับเซ่นไหว้บรรพบุรุษ และเพื่อประกอบปรุงเลี้ยงฉลองเทศกาลตรุษจีนร่วมกับญาติพี่น้องได้อย่างปลอดภัย และถึงแม้เทศกาลตรุษจีนจะผ่านไปแล้ว แต่การเฝ้าระวังในเรื่องของความปลอดภัยด้านอาหารก็ยังต้องดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในการบริโภคผักและผลไม้ ที่คนไทยมีการบริโภคกันตลอดทั้งปี

โดยขอแนะนำว่า การกินผักแต่ละครั้งผู้บริโภคควรคำนึงถึงความปลอดภัยและอันตรายจากสารเคมีตกค้างหรือการสะสมจากยาฆ่าแมลง ยาฆ่าวัชพืชที่เป็นสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะยาฆ่าแมลงจำพวกคลอริเนตเตทไฮโดรคาร์บอน (Chlorinated hydrocarbon) หรือเรียกว่าออร์กาโนคลอรีน (organochlorine) ได้แก่ อัลดริน เคลเธน ดีดีที คลอเดน ดรีลดริน เป็นต้น เนื่องจากสารเหล่านี้ใช้กำจัดแมลงได้หลายชนิด อยู่ในธรรมชาติได้นานไม่สลายตัวง่าย ก่อให้เกิดปัญหาสารพิษตกค้างและเป็นอันตรายมาก เมื่อได้รับสารนี้ในปริมาณมากจะทำให้เวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง อาจเกิดหัวใจวายและตาย แต่ถ้าได้รับในปริมาณน้อยๆ ค่อยๆ สะสมในร่างกายจะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งได้

ส่วน การเลือกกินผัก นั้นขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงกินผักนอกฤดูกาล เนื่องจากพบว่ามีการใช้สารเคมีมากกว่าผักตามฤดูกาล โดยก่อนกินผักหรือนำมาปรุงอาหารทุกครั้ง ควรนำมาล้างน้ำให้สะอาด เพื่อป้องกันสารเคมีและยาฆ่าแมลงตกค้าง ด้วยการลอกเปลือกด้านนอกออกล้างผ่านน้ำก๊อกที่ไหลนาน 2 นาที หรือแช่ในน้ำผสมเกลือ หรือน้ำผสมน้ำส้มสายชู ทิ้งไว้นาน 10-15 นาที หรือแช่ในน้ำผสมโซเดียมไบคาร์บอเนต 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 กะละมัง หรือน้ำประมาณ 4 ลิตร จากนั้นนำผักมาล้างน้ำสะอาดอีก 2-3 ครั้ง เพื่อให้สารพิษที่ตกค้างออกให้หมดเพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งโดยเฉพาะโรคมะเร็งเต้านม

“ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าควรกินผักและผลไม้ให้ได้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น หัวใจขาดเลือด เส้นเลือดในสมองตีบและมะเร็งบางชนิด ในผู้ใหญ่ควรกินผัก 18 ช้อนต่อวันหรือ 6 ทัพพี ส่วนเด็กไทยควรกินผักให้ได้ 12 ช้อนต่อวัน โดยแนะนำให้กินผักหลากหลายชนิดเพราะผักมีใยอาหารหรือเส้นใย ช่วยทำความสะอาดลำไส้และช่วยลดการดูดซึมไขมัน คอเลสเตอรอลในเลือด มีวิตามินและแร่ธาตุ ช่วยปรับสมดุลเอนไซม์และฮอร์โมนในร่างกายให้ทำงานมีประสิทธิภาพให้สารพฤษเคมีที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านม และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านการอักเสบของเซลล์และเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย” อธิบดีกรมอนามัย ปิดท้าย

 

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ยาฆ่าแมลง และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร