คอลัมน์ Trade Watch: เดินหน้าปฏิรูป โอกาสสำคัญของประเทศไทย

Untitled1ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ช่วงเวลานี้ “กระแสการปฏิรูป” ที่ถูกจุดประกายเรียกร้องในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ได้ถูกขานรับจากทุกฝ่าย ทั้งจากรัฐบาล ภาคประชาสังคม พรรคการเมืองต่างๆ ได้นำไปเป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง เริ่มมีการจัดกิจกรรมหลายรูปแบบเกี่ยวกับการปฏิรูป และมีหลายองค์กร หลายเครือข่ายได้เปิดตัวต่อสาธารณะเพื่อร่วมผลักดันกระบวนการปฏิรูป

เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวอีก 1 เครือข่ายภายใต้ชื่อ “เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป” (Reform Now Network) เป็นการรวมพลังทำงานร่วมกันของบุคคลและองค์กรด้านต่างๆ ทั้งด้านวิชาการ ด้านธุรกิจ ด้านชุมชน ด้านการปฏิรูป ด้านการพัฒนาสังคม ฯลฯ จำนวนกว่า 60 องค์กร โดยมีเป้าหมายร่วมกันเพื่อผลักดัน ขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูปประเทศบนวิถีทางประชาธิปไตยให้เกิดผลก้าว หน้าและมีผลสำเร็จอย่างจริงจัง โดยมีแนวคิดว่าการปฏิรูปต้องเริ่มทันที มีกรอบแนวทางและประเด็นที่ชัดเจน ยึดถือหลักการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทุกคนต้องเป็นเจ้าของการปฏิรูป ทางเครือข่ายได้เปิดช่องทางการมีส่วนร่วมไว้หลายรูปแบบ เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.facebook.com/rnnthailand

เป็นที่รับรู้กันดีว่าในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมามีความพยายามขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทยในด้านต่างๆ มาเป็นระยะ ตัวอย่างเช่น การปฏิรูปการเมืองในช่วงปี 2540 และ 2550 การปฏิรูประบบสุขภาพในช่วงทศวรรษ 2540 การจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปและคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปในช่วงปี 2554-2556 การมีกลไกสมัชชาสุขภาพแห่งชาติหลังปี 2550 และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เป็นต้น

ดังนั้นก่อนที่จะเดินหน้าผลักดันการปฏิรูปภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองและทางสังคมอย่างเข้มข้นนี้ ทางเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปจึงได้จัดเวทีความคิดเพื่อการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ 1 “ถอดบทเรียนกระบวนการปฏิรูปของไทยสู่การเดินหน้าปฏิรูป” ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อเรียนรู้บทเรียนประสบ การณ์ ร่วมกันทบทวนวิเคราะห์ว่า การปฏิรูปที่ผ่านมามีจุดแข็ง จุดอ่อน หรือมีข้อจำกัดอย่างไร ทำไมเนื้อหาข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปที่จัดทำขึ้นจึงไม่ถูกนำไปดำเนินการ จะมีแนวทางสร้างพันธะทางการเมืองได้อย่างไร จะออกแบบกระบวนการปฏิรูปในสถานการณ์ปัจจุบันอย่างไร รูปแบบและกระบวนการปฏิรูปอย่างไรที่ทุกฝ่ายยอมรับ และจะสร้างการมีส่วนร่วมจากประชาชนภาคส่วนต่างๆ ที่กำลังมีความตื่นตัวเรื่องการปฏิรูปได้อย่างไร ทั้งนี้เพื่อให้การปฏิรูปที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้มีความก้าวหน้าและส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงอย่างที่คาดหวัง

กรอบเนื้อหาการปฏิรูปที่ถูกนำเสนอโดยองค์กร เครือข่ายต่างๆ มีหลากหลายมิติ โดยอาจจัดเป็น 8 กลุ่มเรื่องใหญ่ๆ ได้แก่ (1) ปฏิรูประบบการเมืองและระบบราชการ (2) ปฏิรูปการปกครอง (3) ปฏิรูปการขจัดคอร์รัปชัน (4) ปฏิรูปสังคมเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรม (5) ปฏิรูปการจัดสรรทรัพยากร (6) ปฏิรูประบบความยุติธรรม (7) ปฏิรูประบบเศรษฐกิจ (8) ปฏิรูประบบปัญญาของชาติ (การศึกษา-การวิจัย-การสื่อสาร)

โจทย์การปฏิรูปที่ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายกปปส.เห็นตรงกัน และสอดคล้องกับข้อเสนอปฏิรูปของคณะกรรมการปฏิรูปและคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป มี 3 เรื่อง ได้แก่ การต่อต้านคอร์รัปชัน การปฏิรูปการเมือง และการกระจายอำนาจ ดังนั้น ทั้ง 3 เรื่องนี้ควรจะเป็นโจทย์การปฏิรูปที่อยู่ในลำดับความสำคัญแรกๆ และหากทำการปฏิรูป 3 เรื่องนี้ได้ผลก้าวหน้า ก็จะเป็นต้นทางการปฏิรูปที่ส่งผลสำคัญต่อความสำเร็จในการปฏิรูปประเทศในมิติอื่นๆ

สำหรับการปฏิรูปด้านเศรษฐ กิจ มีโจทย์สำคัญหลายด้าน ทั้งในแง่ความท้าทายที่จะก้าวพ้นกับดักการเป็นประเทศกำลังพัฒนารายได้ปานกลาง ความท้าทายที่จะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพไม่ตกอยู่ในสภาพเป็นคู่ขัดแย้งดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การพัฒนาตามแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตัวอย่างโจทย์การปฏิรูปด้านเศรษฐกิจข้างต้น เป็นโอกาสและความท้าทายอย่างยิ่งในกระแสการปฏิรูปครั้งนี้

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ปฏิรูปประเทศไทย และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร