คอลัมน์ กาแฟดำ: เดินหน้าปฏิรูปประเทศ(เชื่อมโยง-แบ่งปัน-เปลี่ยนแปลง) ไม่รอการเมืองอีกแล้ว

Untitled3

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

yoon@nationgroup.com ,Facebook suthichai.yoon,

Twitter@suthichai http://www.oknation.net/blog/black,

http://www.suthichaiyoon.com

มีคนตั้งคำถามว่า ทั้งรัฐบาลและกปปส. เอาจริงกับเรื่อง “ปฏิรูปประเทศ” จริงจังเพียงไหน หรือเป็นแค่ “เครื่องมือ” ที่สองขั้วอำนาจใช้มา สร้างภาพลักษณ์และฟาดฟันกันเองเท่านั้น?

จึงเป็นหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย ที่จะต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำและแผนงาน ที่ชัดเจนต่อประชาชนว่าจะทำให้เกิดการ “ปฏิรูป” อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม พร้อมกรอบเวลา และ “แผนที่เดินทาง” หรือ Road Map อย่างไร

เพราะว่าประเทศไทยจะเดินหน้าในเส้นทาง “ประชาธิปไตย” โดยไม่มีการ “ปฏิรูป” ก็จะเท่ากับเป็นการเร่งวันลงเหว และจะปล่อยให้ประเทศนี้ตกอยู่ในมือของ “นักเลือกตั้ง” กับ “ทุนสามานย์” เท่านั้นเอง ประชาชนจะไม่มีวันลืมตาอ้าปาก มีสิทธิมีเสียงอย่างเต็มที่ของตนเองได้เลย

รัฐบาลตั้ง “สภาปฏิรูป” มาแล้วสองสามรอบ แต่ก็ไปไม่ถึงไหน เพราะคนที่มาร่วมวงสนทนา ล้วนแล้วแต่เป็น “คนหน้าเดิม” แต่ฝ่ายที่ยืนอยู่คนละข้างกับรัฐบาลยังไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจว่ารัฐบาลจะปฏิรูปจริง เพียงชูเรื่องนี้เพื่อจะบรรลุเป้าหมายแคบๆ ทางการเมืองของตนเท่านั้น

ฝ่าย กปปส. ก็ยังไม่ได้เสนอทิศทางและแผนงานการ “ปฏิรูป” ที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ยิ่งบอกว่าจะต้อง “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ก็ยิ่งจะต้องมีข้อเสนอที่จะ “ปฏิรูปบ้านเมือง” ที่คนทั่วประเทศจะเข้าใจได้ และถือเป็นหลักชัยในอันที่จะเดินหน้าเปลี่ยนแปลงประเทศไทยร่วมกันได้

ที่ผมเห็นว่าเดินหน้าเรื่องปฏิรูปจริงจัง กลับเป็นกลุ่มประชาชนที่รวมตัวกันสร้างพลังแห่งสังคมเพื่อการปฏิรูปมากกว่า

อาทิตย์ที่ผ่านมา เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป (RNN-Reform Now Network) อันเป็นการรวมตัวขององค์กรวิชาชีพกว่า 70 องค์กร จัดงาน “เวทีความคิดเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ครั้งที่ 1” หัวข้อ “ถอดบทเรียนกระบวนการปฏิรูปของไทยสู่การเดินหน้าปฏิรูป” เพื่อยืนยันพันธกิจ “เดินหน้าปฏิรูปทันที” หลังจากได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวไปก่อนหน้านี้

การถอดบทเรียน 2 หัวข้อ ได้แก่ “กระบวนการปฏิรูปประเทศไทย : เพื่อการเดินหน้าปฏิรูปอย่างก้าวหน้า” โดย คุณเดชรัต สุขกำเนิด ถอดบทเรียนในกรณีคณะกรรมการปฏิรูป นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ถอดบทเรียนกรณีคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป คุณสุรพงษ์ พรมเท้า ถอดบทเรียนกรณีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ และ คุณวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ถอดบทเรียนกรณีการปฏิรูปการเมืองและรัฐธรรมนูญ ปี 2540

อีกหนึ่งหัวข้อ ถอดบทเรียน “กระบวนการปฏิรูปเฉพาะประเด็น : ปัจจัย เงื่อนไขของการขับเคลื่อนการปฏิรูป” มี คุณมานะ นิมิตรมงคล ถอดบทเรียนการปฏิรูปการต่อต้านคอร์รัปชัน คุณไพโรจน์ พลเพชร ถอดบทเรียนการปฏิรูปการเมือง กรณีการเสนอกฎหมายของภาคประชาชน คุณประยงค์ ดอกลำใย ถอดบทเรียนกรณีปฏิรูปปัญหาความเหลื่อมล้ำ

ผมติดตามข่าวสารแล้ว ได้รับความน่าสนใจ ทั้งสองกลุ่มเห็นตรงกันว่า การปฏิรูปจะเกิดขึ้นได้จริงต้องมีกลไกและกระบวนการของการมีส่วนร่วม ที่สามารถทำให้เกิด “จุดร่วม” เป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน

มีข้อเสนอให้ทำ “ประชามติแบบหารือ”เพื่อเป็นกลไกสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดการยอมรับของทุกฝ่าย และต้องมีกระบวนการสื่อสารสร้างความเข้าใจกับประชาชนอย่างทั่วถึง เพราะว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การปฏิรูปไม่สำเร็จ คือ ไม่มีการสื่อสารที่ชัดเจนเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในเรื่องที่จะปฏิรูป โดยเฉพาะการสื่อสารกับภาคประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นต่างจังหวัด ทำให้พลังงานในการขับเคลื่อนการปฏิรูปขาดหายไป

นอกจากนี้ มีข้อเสนอว่า การปฏิรูปจะประสบความสำเร็จต้อง “เปลี่ยนความคิด”โดยเฉพาะท่ามกลางความขัดแย้งในปัจจุบัน การปฏิรูปไม่ใช่แค่การเปลี่ยนกติกา เปลี่ยนกฎหมาย แต่ต้องเปลี่ยนชุดความคิดใหม่ ว่าทำอย่างไรถึงจะอยู่ร่วมกันได้

คุณกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเคยทำงานด้านปฏิรูปมาก่อนแล้ว บอกว่า การปฏิรูปท่ามกลางความขัดแย้ง แม้จะทำได้ยากลำบาก แต่ยังดีที่ครั้งนี้สังคมไทยมีต้นทุนเรื่องเครือข่ายอยู่มาก และประชาชนตื่นตัวทางการเมืองสูงมาก เชื่อว่าทำให้เกิดพลังขับเคลื่อนไปได้

ท่านพูดไว้น่าสนใจว่า “เราจะทำเรื่องที่เห็นผลสำเร็จเร็ว สังคมจะได้มีกำลังใจเดินหน้าต่อ ไม่ใช่ทำทุกเรื่อง ที่สำคัญต้องมีอำนาจจริงถึงจะเกิดการปฏิรูป”

บทเรียนอดีตเห็นตรงกันว่า อุปสรรคที่สำคัญของการปฏิรูป คือ นักการเมือง ซึ่งไม่เชื่อมั่นการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังนั้น การปฏิรูปการเมืองมีความสำคัญเร่งด่วนต้องดำเนินการ และต้องปฏิรูปกระบวนการนิติบัญญัติควบคู่ไปด้วย

หัวใจของการทำให้เดินหน้าปฏิรูปได้ คือ ต้องไม่รอการเมือง มีการนำเสนอโมเดลการสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป หรือ”RNN Open Platform” กับกลุ่มต่างๆ ที่ขับเคลื่อนงานปฏิรูป ประกอบด้วย “Connect-Share-Change” หรือ “เชื่อมโยง-แบ่งปัน-เปลี่ยนแปลง” โดยจุดยืนของเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปฯ เป็นเวทีกลางเชื่อมโยงทุกเครือข่าย สร้างการเปลี่ยนแปลงให้มีผลปฏิบัติจริง ไม่รอการจัดตั้งของรัฐบาล เบื้องต้น เครือข่ายได้ทำแบบสอบถามออนไลน์แชร์ผ่านเฟซบุ๊ค ถึงประเด็นการปฏิรูปที่ควรเร่งดำเนินการ ที่ facebook.com/rnnthailand

ได้ข่าวว่าเครือข่ายนี้จะเดินหน้าจัดเวทีครั้งที่ 2 หัวข้อ “เรียนรู้ประสบการณ์ บทเรียนกระบวนการปฏิรูปของต่างประเทศ” วันที่ 27 กุมภาพันธ์ เวทีที่ 3 ต้นเดือนมีนาคม เปิดโมเดลกลไกการปฏิรูปประเทศ เวทีที่ 4 และต่อไปในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะจับประเด็นปฏิรูปเรื่องต่างๆ แต่ละประเด็นปฏิรูปอาจมีการจัดเวทีหลายครั้งก็ได้

ผมติดตามความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในการเดินหน้าปฏิรูป ไม่รอการเมือง สร้างพลังในมวลหมู่ประชาชนเองแล้ว ยังเห็นความหวังครับ

ใช่…ประเทศไทย ตกอยู่ในภาวะวิกฤติทุกวันนี้ เพราะว่านักการเมืองแก่งแย่งผลประโยชน์ ไม่ยอมเสียสละ ไม่ยอมคลายเงื่อนปมที่ตนสร้างขึ้นมาเอง

“ประชาชน” เท่านั้น ที่จะกู้สังคมไทยกลับคืนมาได้…ครับ

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ปฏิรูปประเทศไทย และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร