เอชไอเอ’ท่าศาลา’โมเดลสู้ทุนข้ามชาติ

ข่าวสด ฉบับวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2557
วิภาวี จุฬามณี
คนแถบลุ่มน้ำทางภาคใต้มีวิถีชีวิตเกื้อกูลกัน เกิดเป็นความสัมพันธ์อย่างที่เรียกว่า “เกลอเขา-เกลอนา-เกลอเล” หมายถึงมิตรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างกัน มีฐานทรัพยากรสำหรับการดำรงชีพต่างกัน แต่พึ่งพาอาศัยกันอยู่เสมอ
ความสัมพันธ์เช่นนี้มิได้มี แต่มนุษย์ด้วยกันเท่านั้น ธรรมชาติในแถบนี้ ทั้งเขาป่า-นา-เล ก็เอื้อต่อกันจนเกิดเป็นระบบนิเวศเฉพาะ โดยเฉพาะ “อ่าวท่าศาลา” อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช นั้น ลำคลองสายสั้นๆ กว่า 10 สาย ที่เชื่อมระหว่างเทือกเขาหลวง หรือเทือกเขานครศรีธรรมราชกับอ่าวไทย ได้นำแร่ธาตุจากภูเขาไปสู่ทะเล ส่งผลให้ปากแม่น้ำเป็นครัวชั้นดีของสัตว์ทะเล
และเอื้อประโยชน์ต่อไปถึงชาวประมงที่จะมีรายได้ตลอดปี จนเป็นที่เรียกขานกันว่า “อ่าวทองคำ”
“เทือกเขาหลวงถือว่ามีแร่ธาตุมากที่สุด ในภาคใต้ เมื่อตะกอนจากภูเขาไหลลงสู่ทะเล จะเกิดแพลงตอน เกิดระบบนิเวศป่าชายเลน มีลม 8 ทิศ มีดอนใต้ทะเล ทั้งยังเป็นเมืองที่มีการตั้งถิ่นฐานมาแต่โบราณ ก่อนจะย้ายไปตั้งที่เมืองนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน” ทรงวุฒิ พัฒแก้ว ผู้ประสานงานสมาคมเครือข่ายประมงพื้นบ้านอ่าวท่าศาลา ต.ท่าศาลา
เกริ่นแนะนำ เมื่อครั้งที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ยกคณะไปเยี่ยมชมความสำเร็จจากการที่ชุมชนใช้เครื่องมือการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพเพื่อการพัฒนานโยบายสาธารณะ หรือ”เอชไอเอ” จนสามารถสู้กับภัยรุกรานจากภายนอกได้สำเร็จก่อนขยายความว่า ปัญหาที่คุกคาม ต.ท่าศาลา แบ่งได้เป็น 3 ยุค คือ ยุคเรือคราดหอยลาย ยุคโรงไฟฟ้าถ่านหิน และ ยุคของผู้สำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ ซึ่งแต่ละยุคชาวบ้านมีวิธีจัดการแตกต่างกันไป
ปี 2549-2552 ที่นี่ได้รับผลกระทบจากเรือคราดหอยลายที่จะคราดดินเลนลึกลงไปประมาณ 1 เมตร ลักษณะเหมือนทะเลถูกรถ
แทรกเตอร์ไถไป คืนหนึ่งมีเรือราว 60 ลำ จนอ่าวทองคำแทบจะกลายเป็นทะเลร้างโดยสิ้นเชิง
“เราหวังพึ่งคนอื่น ไม่ได้เลย ปิดถนนก็แล้ว ชุมนุมประท้วงก็แล้ว ปัญหาก็ไม่จบ กระทั่งได้รู้จักกับสมัชชาสุขภาพ
แห่งชาติ มีการตั้งศูนย์ที่ อบต.ท่าศาลา เชิญทุกหน่วยงานมาหารือ มีเรือตรวจการณ์ประจำท่าศาลา และบังคับใช้กฎหมายทั้งหมด รวมทั้งออกข้อบัญญัติท้องถิ่นระดับตำบล เราจึงชนะได้” ผู้ประสานงานสมาคมเล่ายุทธวิธีการต่อสู้
แต่การรุกรานก็ยังไม่จบอยู่แค่นั้น ปี 2554 ชาวท่าศาลาต้องสู้กับโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่จะสร้างห่างจากที่ทำการสมาคมไปราว 10 ก.ม. ถมทะเลประมาณ 2,000 ไร่ ใช้พื้นที่บนฝั่งประมาณ 800 ไร่
หน่วยงานต่างๆ และชาวบ้านร่วมกันต่อต้าน โดยชักชวนชาวท่าศาลานับหมื่นคนมายืนจับมือกันรอบอำเภอ แสดงจุดยืนปกป้องถิ่นอาศัย ในที่สุดก็ได้ทำหนังสือลงนามกันว่า จะปฏิเสธโรงไฟฟ้าถ่านหิน การต่อสู้ก็จบลง ณ วันนั้น”
กรณีล่าสุดที่ทำให้ชุมชนท่าศาลาได้รับรางวัลสมัชชาสุขภาพปี 2556 ประเภท “รางวัล 1 กรณี” ซึ่งมอบให้กับชุมชนที่ประสบ ความสำเร็จจากการใช้ “เอชไอเอ” ที่ผ่านการมี
ส่วนร่วมจากทุกภาคอย่างเป็นรูปธรรม
คือกรณีที่ชาวบ้านรวมตัวกันต่อสู้กับ “การสร้างท่าเรือน้ำลึก และการพัฒนาอุตสาห กรรม” จนบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ข้ามชาติต้องประกาศยุติโครงการในพื้นที่ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2555
ประสิทธิ์ชัย หนูนวล กรรมการสมาคมเล่าว่าการสู้ด้วยข้อมูลจะมีน้ำหนักมากกว่าต่อสู้ด้วยความรู้สึก และยั่งยืนกว่าการออกไปเดินขบวนคัดค้านบนท้องถนน จึงเริ่มสำรวจและศึกษาโดยชาวบ้านเอง แล้วตีค่าออกมาเป็นตัวเลขว่าทรัพยากรทางทะเลของท่าศาลาก่อให้เกิดการจ้างงาน และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อชุมชนอย่างไร
ผลการศึกษาพบว่า ในกิจการที่เกี่ยวกับ สัตว์น้ำทะเลชายฝั่งตลอดอ่าวทองคำ มีผู้ได้รับประโยชน์จากเส้นทางอาหารนี้กว่า 5,000 คน คิดเป็นมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท การออกเรือเพียง 4 ช.ม. สร้างรายได้ให้ชาวบ้าน 300-500 บาทต่อวัน
นอกจากนี้ ชาวประมงท่าศาลายังประกาศตนเป็นผู้ผลิตอาหารทะเลปลอดภัยภายใต้
“Blue Brand” และรวมตัวกันจัดงาน “รวมพลคนกินปลา” ประกาศศักยภาพความสมบูรณ์ของพื้นที่มา 2 ปีติดต่อกันแล้ว
สุพร โต๊ะเส็น หรือ “บังโฉด” นายกสมาคมเครือข่ายประมง พื้นบ้านอ่าวท่าศาลา เปิดใจว่านครศรีธรรมราชน่าจะเป็นพื้นที่ให้ลูกหลานสืบทอดอาชีพการ
ทำประมง เพราะถึงแม้วันนี้ทะเลจะไม่สงบ ไม่ได้ออกทะเล แต่เมื่อทะเลสงบ พี่น้องก็จะมีอาหารมาหล่อเลี้ยงคนในชุมชน ทุกคนมีความสุขกับอาชีพนี้ และสุขที่เห็นผู้บริโภคได้รับประทานสัตว์น้ำที่ปลอดภัย
“เราพยายามเดินทีละก้าว และเดินให้มั่นคง สร้างกระบวนการให้มีแกนนำรุ่น 2 เข้ามาเดินต่อจากคนรุ่นแรก และหาภาคีที่มีอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมกันทำกิจกรรม นี่คือการก่อเกิดของความเข้มแข็ง ในชุมชน” นายกสมาคมเผยเคล็ดลับวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการรางวัลสมัชชาสุขภาพ แห่งชาติ จัดพิธีมอบโล่และใบประกาศเกียรติคุณให้กับชุมชนท่าศาลา พร้อมนำเสนอเรื่องราวเหล่านี้ เพื่อเป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่นๆ นำไปขับเคลื่อน แก้ปัญหาในพื้นที่ของตนเองต่อไป

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน HIA และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร