เตือนโพสต์ข้อมูล-ภาพคนป่วยมีความผิด

Untitled1TNN วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557
สช.เตือนโพสต์ข้อมูลสุขภาพ-ภาพคนป่วย เสี่ยงมีความผิด nชี้คนไข้-ญาติมีสิทธิ์ฟ้องเอาผิด

วันนี้ (31มี.ค.57) นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันมีการนำข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลทั้งข้อมูลอาการเจ็บป่วยและข้อมูลการรักษามาเผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆจำนวนมาก เป็นประจำทุกวัน อาทิ การโพสต์รูปผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวโนโรงพยาบาลผ่านเฟซบุ๊ค การประกาศขอรับบริจาคเลือดหรือข้อความช่วยเหลือเกี่ยวกับการรักษา โดยระบุชื่อ และข้อมูลส่วนตัวผู้ป่วย เป็นต้น ซึ่งตามมาตรา 7 พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550

กำหนดว่า ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคล เป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนำไปเปิดเผยในประการที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นรเสียหายไม่ได้ เว้นแต่การเปิดเผยเป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลนั้นโดยตรง หรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย ผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้ป่วยและญาติสามารถฟ้องร้องผู้ที่โพสต์หรือนำข้อมูลมาเปิดเผยได้ด้วยการอ้างมาตรา 7นี้

เลขาฯสช. กล่าวด้วยว่า การกระทำดังกล่าวยังจะมีความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย เช่น การเผยแพร่แล้วทำให้ผู้ป่วยเสียหาย ถูกดูถูกเกลียดชังจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ,การโพสต์ที่เป็นการนำข้อมูลปลอม เท็จ หรือไม่เหมาะสม มีการตัดต่อ ดัดแปลงทำให้ผู้ป่วย ครอบครัวเสื่อมเสีย เป็นกระทำผิดตามพรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดจากคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และถ้าผู้ประกอบวิชาชีพนำข้อมูลของผู้ป่วยมาเปิดเผยแล้วเกิดความเสียหายแก่ผู้ป่วยและญาติจะมีความผิดฐานเปิดเผยความลับที่ตนได้มาจากการประกอบวิชาชีพ ส่วนกรณีที่มีบุคคลสำคัญเข้าเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาลแล้วมีสื่อมวลชนติดตามไปทำข่าวเพื่อเผยแพร่ด้วย ควรห้ามไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย เนื่องจากการทำหน้าที่สื่อในกรณีนี้เป็นการสื่อประเด็นภารกิจของบุคคลสำคัญ ไม่ใช่ข้อมูลสุขภาพผู้ป่วยที่เข้าเยี่ยม และไม่อาจทราบได้ว่าผู้ป่วยมีความรู้สึกอย่างไรต่อการที้สื่อมวลชนไปถ่ายภาพ

นพ.อำพล กล่าวอีกว่า การหลุดรอดของข้อมูลด้านสุขภาพของคนป่วยอาจเกิดขึ้นได้จาก 2 กรณี ได้แก่ 1.บุคคลทั่วไป ที่อาจจะได้รับข้อมูลจากการไปเยี่ยมผู้ป่วย โดยเฉพาะในปัจจุบันประชาชนเกือบทุกคนมีอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัยติดตาม สามารถถ่ายภาพ บันทึกเสียง หรือวิดีโอได้ และ2.บุคลากรและระบบบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะระบบการเก็บข้อมูล ต้องมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วยที่ดี เพราะระบบไม่ดีมีโอกาสสูงที่ข้อมูลของผู้ป่วยจะถูกเผยแพร่ออกมามากกว่าการถูกเผยแพร่จากบุคลากรเนื่องจากบุคลากรมีจรรยาบรรณ และมีหลักจริยธรรมด้านสุขภาพที่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขยึดถือในการดำเนินการต่อผู้ป่วย 4 เรื่อง คือ 1.หลักอิสระของผู้ป่วย ผู้ป่วยมีอิสระในการพิทักษ์ข้อมูลสุขภาพของตนเอง 2.หลักประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย การกระทำต่างๆต้องพิจารณษถึงการเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยและไม่กระทำสิ่งที่เป็นข้อร้ายต่อผู้ป่วย 3.หลักไม่ทำอันตรายต่อผู้ป่วย และ4.หลักความยุติธรรมต่อผู้ป่วย โดยการใช้ทรัพยการต่างๆ การให้การรักษาต้องมีความเสมอภาค

“ไม่อยากให้นำหลักกฎหมายมาเป็นข้อกำหนดว่าควรจะโพสต์หรือไม่โพสต์ข้อมูลสุขภาพของบุคคลอื่นในโซเชียลมีเดียต่างๆ เพราะเชื่อว่าคนโพสต์จำนวนมากไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ควรอยู่บนพื้นฐานของความพอดี อยากให้ยึดหลักจริยธรรมเป็นสำคัญว่าควรทำหรือไม่ควรทำ ก่อนที่จะโพสต์ข้อมูลให้นึกถึงใจเขาใจเรา คิดว่าหากเป็นตัวเราถูกเผยแพร่ข้อมูลเหล่านั้นแล้วจะรู้สึกอย่างไร หรือหากเห็นว่าข้อมูลที่จะเผยแพร่จะเกิดความเสียหาย สร้างความอับอายต่อผู้ป่วย กระทบต่อหน้าที่การงานของผู้ป่วยก็ไม่ควรนำมาเปิดเผย เช่น ข้อมูลการตั้งครรภ์ในบางอาชีพ บางวงการก็ส่งผลกระทบที่ค่อนข้างร้ายแรง เป็นต้น รวมถึง พิจารณาตามหลักจริยธรรมด้านสุขภาพ 4 ข้อข้างต้นด้วย” นพ.อำพลกล่าว

ที่มา : http://www.tnnthailand.com

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ม.7 และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร