กลุ่มอนุรักษ์ฯ เตรียมฟ้องเอาผิด สช. ฐานละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ หลังร้องเรียนให้ศึกษา เอชไอเอ เหมืองโปแตชอุดรฯ มาเกือบ 3 ปี

เหมืองแร่เมืองเลย วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2557

กลุ่มอนุรักษ์ฯ เตรียมฟ้องเอาผิด สช. ฐานละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ หลังร้องเรียนให้ศึกษา เอชไอเอ เหมืองโปแตชอุดรฯ มาเกือบ 3 ปีแล้ว

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.57 เวลา 09.00 น . ที่บ้านโนนสมบูรณ์ ต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี นางมณี  บุญรอด กรรมการกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี  ซึ่งเป็นกลุ่มชาวบ้านคัดค้านโครงการเหมืองแร่โปแตชอุดรธานี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ (27 มี.ค.) กลุ่มฯ ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ตอบรับถึงประธานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน  เพื่อติดตามความคืบหน้าหนังสือที่เคยส่งไป ตั้งแต่ปี 2554 เกือบ 3 แล้ว เพื่อขอให้ทางสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ดำเนินการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ กรณีโครงการเหมืองแร่โปแตช จังหวัดอุดรธานี ตามพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550  ในมาตรา 11  ซึ่งระบุว่า “บุคคลหรือคณะบุคคลมีสิทธิร้องขอให้มีการประเมินและมีสิทธิร่วมในกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพจากนโยบายสาธารณะ…” แต่ก็ไม่ได้รับแจ้งหรือมีการประสานงานจาก สช. กลับมาว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร

“ทางกลุ่มฯ ขอเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้ดำเนินการตามหนังสือฉบับนี้ ภายใน 30 วัน ซึ่งหลังจากนั้นหากว่ายังไม่มีการดำเนินการ ทางกลุ่มฯ ก็จะได้ร้องเรียนเอาผิดต่อสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ทั้งทางปกครอง และทางอาญา เพราะถือว่ามีการจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 157”  ข้อความในหนังสือระบุ

โดยนางมณี  บุญรอด  กรรมการกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี  กล่าวว่า สถานการณ์โครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ณ ตอนนี้ บริษัทเอเชีย แปซิฟิคโปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ทำรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) เสร็จแล้วตั้งแต่ปี 55 และกำลังเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.)สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งก็คาดว่าน่าจะผ่านรายงานในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ดี กลุ่มอนุรักษ์ฯ ก็ได้ทำหนังสือคัดค้านการทำรายงานอีเอชไอเอ ของบริษัทฯ มาโดยตลอด ขณะเดียวกันก็ร้องเรียนให้ สช. ทำรายงาน เอชไอเอ เพื่อให้เห็นข้อมูลชุมชนเปรียบเทียบควบคูกันไป จนกระทั่งวันนี้ สช.ก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย

“ตั้งแต่ปี 54 กลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้ใช้สิทธิตามมาตรา 11 ของพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 โดยการส่งหนังสือให้ สช.ดำเนินการศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) โครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับจาก สช. และเคยทำหนังสือทวงก่อนแล้วในปีเดียวกันก็เงียบ ถึงวันนี้เกือบ 3 ปียังไม่มีการดำเนินการใดๆ ทางกลุ่มฯ จึงทำหนังสือฉบับที่สาม ติดตามอีกครั้ง ซึ่งหากว่า สช. ยังเพิกเฉย กลุ่มอนุรักษ์ฯ ก็จะฟ้องเอาผิด สช. ตามหนังสือที่ส่งไป” นางมณีกล่าว

ด้านนายสุวิทย์  กุหลาบวงษ์  ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี เปิดเผยว่า สช.ควรทำงานตามหน้าที่ที่ชาวบ้านเขายื่นเรื่องมา เช่น ต้องตอบว่าเรื่องโปแตชเข้าข่ายมาตรา 11 ตาม พ.ร.บ.สุขภาพ พ.ศ.2550 หรือไม่ และควรทำอย่างไรต่อไป

“การที่ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี มีมติจะฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้สช. ศึกษาผลกระทบสุขภาพเรื่องเหมืองแร่โปแตช และจะไปแจ้งความตำรวจเอาผิด กรรมการ สช. มาตรา 157 นั้น คิดว่าเป็นสิทธิของชาวบ้านและผมเองในฐานะที่ปรึกษาจะคุยกับกลุ่มฯ อีกครั้งหนึ่งว่าลองหาวิธีการอื่นก่อนได้หรือเปล่า หรือไปชุมนุมหน้าสช.เพื่อกดดัน” นายสุวิทย์ กล่าว

ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี กล่าวต่อว่า “ถึงเวลาแล้วที่เราต้องมาตรวจสอบองค์อิสระตระกูล ส. ซึ่งหลายคนไม่กล้าตรวจสอบเพราะกลัวว่าจะไม่ได้เงินทุนทำงาน ส่วนที่ชาวบ้านทวงถามเป็นเรื่องที่ดีและช่วยกันผลักดันให้ สช. ทำงาน เพราะปัจจุบันหน่วยงานนี้มีความแข็งตัวรักษาภาพลักษณ์องค์กรจนไม่กล้าที่จะทำอะไรตามความถูกต้อง มโนธรรมสำนึก และต้องถามว่าที่ผ่านมาคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) เคยมีมติอะไรบ้างที่ตรวจสอบถ่วงดุลโครงการพัฒนา”

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน เหมืองแร่เลย และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร