คอลัมน์ ดอกไม้&ก้อนอิฐ: ขออนุญาต..ตาย!?!

สยามบันเทิง ฉบับวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2557

เอก อัคคี akeakkee@gmail.com :

จำ คุณอโนเชาว์ ยอดบุตร ได้หรือเปล่าครับ?
คุณอโนเชาวน์ นั้นเป็นพระเอกภาพยนตร์ชื่อดัง เกิดประสบอุบัติเหตุตกจากรถจี๊ปขณะกำลังถ่ายภาพยนตร์เรื่อง “รักกันวันละนิด
” ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2526 ศีรษะฟาดฟื้นและกระทบกระเทือนก้านสมองอย่างรุนแรง จนต้องนอนเป็นผักบนเตียงไม่มีสติรับรู้
ผมจำได้ว่า สมัยที่ คุณอโนเชาว์ ประสบอุบัติเหตุใหม่ ๆ ตอนนั้น แฟนสาวก็รับหน้าที่ดูแลมานานพอสมควร ก่อนจะตัดใจแยกจากไปตามเส้นทางของชีวิต
งานนี้ก็ต้องเห็นใจเธอคนนั้นนะครับ ชีวิตที่ต้องเลือกไม่มีใครผิดไม่มีใครถูกหรอก!?!
แต่ถามว่า แล้วคนเรามีสิทธิที่จะเลือกตายไหม?
ผมไปอ่าน พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 แล้ว มีประเด็นหนึ่งใน มาตรา 12 ที่น่าสนใจข้อกฎหมายระบุไว้ว่า “บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วย ได้ การดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขได้ปฏิบัติตามเจตนาของบุคคลตามวรรคหนึ่งแล้ว มิให้ถือว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดและให้พ้นจากความรับผิดทั้งปวง”
อ่านแล้วพอจะตีความได้ว่า ในมาตรานี้ ทำให้รู้ว่าตอนนี้คนไทยเรามีสิทธิ 2 อย่างด้วยกัน
สิทธิการตาย และสิทธิที่จะฆ่า
“สิทธิการตาย” ถ้าเป็นต่างประเทศก็คงจะไม่ค่อยแปลกนัก เนื่องจากเราเคยเห็นในภาพยนตร์ต่างประเทศ บ่อยครั้งที่ตัวละครเมื่อป่วยเป็นโรคร้ายและพอรู้ว่าตัวเองเป็นภาระของผู้อื่นก็มักจะยอมตาย หรือเป็นการยอมตายเพื่อยุติความเจ็บปวดทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้น
“สิทธิที่จะฆ่า” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการกระทำให้ผู้ป่วยตาย หากไม่มีการให้คำจำกัดความของคำว่า “วาระสุดท้ายของชีวิต ” ให้รัดกุม อาจเกิดผลกระทบรุนแรงตามมาคิดการฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาหรือโดยประมาทก็เป็นได้
ผลดีคือ ผู้ป่วยไม่ต้องกังวลว่าจะตกอยู่ในสภาพตายทั้งเป็น และลูกหลายก็ไม่ถูกครหาว่าเป็นคนอกตัญญู เพราะเป็นเจตจำนงของผู้ป่วยแต่เพียงผู้เดียว สำหรับแพทย์นั้นก็ไม่ต้องกังวลในการกระทำดังกล่าวว่าจะผิดกฎหมายแต่อย่างใด
ครับ ในปัจจุบันโดยเฉพาะประเทศที่มีวิทยาการแพทย์ และกฎหมายก้าวหน้า เขาจะมีแบบฟอร์มซึ่งผู้ป่วยต้องกรอกไว้ เช่น เรื่องให้ความยินยอมรักษาจากแพทย์ (Informed Consent) และใบแสดงเจตจำนงที่ไม่ยอมรับการรักษาในกรณีที่ตกอยู่ในสภาพที่ป่วยเป็นโรคซึ่งหมดหนทางเยียวยาแล้ว หรือที่แพทย์เรียกกันว่า DRN (Do Not Resuscitate) ผู้ป่วยต้องกรอกแบบฟอร์มไว้ล่วงหน้า
ซึ่งในรายที่มีคำสั่ง DNR ไว้ แพทย์ต้องหยุดการกระทำที่จะทำเป็นการยื้อ ชีวิตทุกอย่าง มิฉะนั้นอาจตกเป็นจำเลยได้
แต่ในบ้านเราเชื่อว่ายังคงต้องถกเถียงกันอีกนานถึงเรื่อง “Mercy Killing” หรือ “การุณยฆาต” (ฆ่าด้วยความกรุณา) แม้ว่าจะมีกฎหมายที่เปิดช่องให้ทำได้แต่ผมเชื่อว่า ยังมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าใน พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มีมาตร 12 อยู่
หากในวันหนึ่ง คนที่คุณรู้จัก ญาติสนิท มิตรสหายของคุณ ตกอยู่ในสภาพเป็นผัก …นอนนิ่งอยู่บนเตียง…ขอให้จบชีวิตเพื่อยุติความทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย
คุณจะรู้สึกอย่างไรและทำได้ไหมที่จะอนุญาตให้คนที่รัก…ตาย?

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน มาตรา 12 และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร