ถอดปม..มหากาพย์ แร่ใยหินตัวการเกาะกินปอดมนุษย์

สยามธุรกิจ ฉบับวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

บนเส้นทางอันยาวไกลแห่งการเคลื่อนไหวรณรงค์ให้มีการยกเลิกแร่ใยหิน โดยหลายภาคส่วน ที่แม้จะเป็นเพียงการทวงถามผลสรุปที่ชัดเจนจากหน่วยงานภาครัฐ เกี่ยวกับพิษภัยจาก “แร่ใยหิน” แต่ก็ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่จะมีความสำคัญต่อสุขภาพและอนามัยของประชาชน โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงาน ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเผชิญหน้ากับสารมฤตยู “แอสเบสตอสและไครโซไทล์” ที่เป็นส่วนประกอบซึ่งมีอยู่ในแร่ใยหินโดยตรง และถือเป็นหนึ่งในห้วงเวลา “ชี้ขาด” กับ “ก้าวสำคัญ” ที่จะเดินหน้าให้ประเทศไทยเป็นประเทศปลอดแร่ใยหินนับจากนี้ไป!!
เพราะผลสรุปชิ้นสำคัญที่เกิดขึ้นจากหน่วยงานภาครัฐที่สำคัญต่ออนาคตของ “มหากาพย์ แร่ใยหิน” อย่างกระทรวงสาธารณสุข กลายเป็น “กุญแจดอกสำคัญ” ที่จะไขบานประตูนำไปสู่ข้อมูล ความรู้และข้อเท็จจริงที่ว่า “แร่ใยหิน มีสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์” ตามที่องค์กรระดับสากลอย่าง “องค์การอนามัยโลก” หรือ WHO และอีกหลายองค์กรชั้นนำ ได้มีผลวิจัยและสรุปอย่างชัดเจนมาแล้วก่อนหน้านี้ สอดคล้องต้องกันจนกลายเป็นสาเหตุให้กว่า 50 ประเทศทั่วโลก ได้พากันยกเลิกการใช้แร่ใยหินอย่าง เด็ดขาดไปแล้วก่อนหน้านี้
ขณะที่ในประเทศไทยผลสรุป ล่าสุดของ “กระทรวงสาธารณสุข” ที่ได้รับการเปิดเผยโดย “น.พ.นพพร ชื่นกลิ่น รองอธิบดี กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข”  ซึ่งออกมาระบุถึงผลอันเกิดจากที่ประชุมคณะกรรมการ ศึกษาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพจากแร่ใยหิน โดยมี น.พ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน ยืนยันชัดเจนแล้วว่า
“แร่ใยหินประเภทไครโซไทล์ หรือ ไวท์ แอสเบสตอส ที่ยังคงมีการใช้กันอยู่ในปัจจุบันในประเทศไทย โดยเฉพาะในส่วนของวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง มีอันตรายเท่ากับแร่ใยหินประเภทอื่นๆ ที่ได้ยกเลิกการใช้ไปแล้วก่อน หน้านี้ ทั้งนี้ ทางกรมควบคุมโรคอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อสรุปทั้งหมดนำส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงผล กระทบที่เกิดต่อสุขภาพของประชาชน พร้อมยื่นผล สรุปของคณะกรรมการให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขลงนามรับรองผลการประชุม”
อย่างไรก็ตาม นับเป็นก้าวสำคัญของการนำไปสู่เส้นทางแห่งการยกเลิกแร่ใยหิน ที่สรุปและฟันธงโดยกระทรวงสาธารณสุข ที่จะมีผลต่อเนื่องไปถึงการนำเสนอการยกเลิกแร่ใยหิน และการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี ในปี 2554 ให้มีการยกเลิกการใช้แร่ใยหินในประเทศไทย ในอนาคตอันใกล้ และผลสรุปดังกล่าว ยังเป็นการพลิกบทบาทของกระทรวงสาธารณสุข ในการป้องกันและตั้งรับ พิษภัยอันเกิดจากแร่ใยหินในมนุษย์ ซึ่งภายใต้ผล สรุปดังกล่าว จะมีการตั้งคณะติดตามสถานการณ์การใช้แร่ใย หิน รวมถึงปฏิรูปกระบวนการวินิจฉัย ที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีความตั้งใจจริงดังกล่าวมาก่อน!!
โดยก้าวสำคัญของกระทรวงสาธารณสุขครั้งนี้ หลาย ฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า อาจมีผลต่อเนื่องไปถึงการตรวจพบ ผู้ป่วยสะสมที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงเป็นการป้องกันกลุ่มเสี่ยง ไม่ให้ต้องเผชิญหน้ากับแร่ใยหิน เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย
ด้าน “นางสมบุญ สีคำดอกแค” ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ยกเลิกแร่ใยหินแห่งประเทศไทย (ทีแบน) กล่าวว่า จากผลสรุปที่เกิดขึ้นโดยกระทรวงสาธารณสุขในครั้งนี้ ที่มีความชัดเจนแล้วว่า แร่ใยหินนั้นเป็นอันตรายต่อมนุษย์ โดยเป็นสาเหตุของการเกิดโรคทางเดินหายใจ มะเร็งเยื่อหุ้มปอด และนับเป็นการก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การค้นพบผู้ป่วยที่มีสาเหตุมาจากการสัมผัสแร่ใยหิน ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยมีการสรุปผลที่ชัดเจนเกี่ยวกับผู้ป่วยที่อาจมีจำนวนมากกว่าที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน และจะเป็นการนำไปสู่การตระหนักถึงพิษภัยและยกเลิกการใช้แร่ใยหินในประเทศไทย ตามมติของคณะรัฐมนตรีในปี 2554 ต่อไป
“จำนวนผู้ป่วยที่ปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปตัวเลขที่ชัดเจนได้ ยังคงเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาวะของคนไทย และจากผลสรุปที่เกิดขึ้นโดยกระทรวงสาธารณสุขนี้ จะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้หน่วยงานภาครัฐอื่นๆ อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรมหันมาตระหนัก และผลักดันให้มีการยกเลิกการใช้แร่ใยหินในประเทศไทยต่อไปขณะที่ทางเครือข่ายฯเองก็จะเน้นรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การยกเลิกการใช้แร่ใยหิน เป็นจิตสำนึกบนความรับผิดชอบร่วมกันต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเร่งรัดหน่วยงานภาครัฐ และการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อให้มีการยกเลิกการใช้แร่ใยหินอย่างถาวร”
อนึ่ง ผลสรุปตัวเลขผู้ป่วยจากแร่ใยหินทั่วโลก ขณะนี้มีคนจำนวน 125 ล้านคนที่ต้องทำงานสัมผัสแร่ใยหิน และในแต่ละปีมีประชากรกว่า 107,000 ราย ที่ต้องเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอด ซึ่งมีสาเหตุจากแร่ใยหิน จากการประกอบอาชีพ 1 ใน 3 ของคนจำนวนนี้ เสียชีวิตจากการทำงานสัมผัสแร่ใยหิน และยังมีคนอีกนับพันที่เสียชีวิตจากการที่สัมผัสแร่ใยหินในครัวเรือนซึ่งสำหรับประเทศไทยแล้ว ยังไม่เคยมีการวินิจฉัยผู้ป่วยอย่างจริงจัง!! เนื่องจากโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดเป็นโรคที่ต้องใช้เวลาและค่อยๆ สั่งสม และอาจใช้เวลาแสดงอาการนานถึง 20 ปี จึงมีตัวเลขผู้ป่วยจากโรคดังกล่าวในปัจจุบันไม่สูงมากนัก

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน แร่ใยหิน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร