เตรียมรับมือภาวะฉุกเฉินโรคติดต่ออุบัติใหม่

คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ องค์การอนามัยโลก (WHO) และ องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) รับทุนสนับสนุนจาก องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา(USAID) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “Molecular techniques for detection of avian influenza and MERS-CoV” เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของห้องปฏิบัติการสาธารณสุข และห้องปฏิบัติการสุขภาพสัตว์ ให้มีความพร้อมในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคติดต่ออุบัติใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ
นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีเชื้ออุบัติใหม่หลายชนิด ระบาดขึ้นในหลายภูมิภาคของโลก โดยโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ส่วนใหญ่ที่เกิดในมนุษย์ มีต้นกำเนิดมาจากสัตว์ หรือสัตว์ป่า เช่น ไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N1 สายพันธุ์ H7N9 และเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 หรือที่เรียกว่า MERS-CoV ซึ่งเชื้ออุบัติใหม่เหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นเชื้อร้ายแรง ผู้ป่วยมีอัตราตายสูง
“ที่สำคัญยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ความรู้เกี่ยวกับตัวเชื้อ กลไกการระบาด และการก่อโรคก็มีอยู่อย่างจำกัด จึงต้องอาศัยระบบเฝ้าระวังที่เข้มแข็ง ซึ่งมีห้องปฏิบัติการเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุน เพื่อให้สามารถตรวจจับเชื้อทั้งในสัตว์และคนให้ได้รวดเร็ว และถูกต้องแม่นยำ ทำให้การดูแลรักษาผู้ป่วย ตลอดจนมาตรการในการป้องกันและควบคุมโรค เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยป้องกันการระบาดไม่ให้กระจายออกเป็นวงกว้าง”
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ มีรายงานการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 หรือ MERS-CoV ใน 14 ประเทศทั่วโลก และมีสัญญาณที่อาจคุกคามเข้าสู่ประเทศไทย เนื่องจากพบผู้ป่วยติดเชื้อ MERS-CoV แล้วในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
“สำหรับประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่ได้รับตัวอย่างเชื้อเทียมจากองค์การอนามัยโลก จึงทำให้สามารถตรวจยืนยันหาเชื้อได้อย่างแม่นยำ แม้ว่าจะยังไม่มีการระบาดของเชื้อ MERSCoV เข้าสู่ประเทศไทย แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ซึ่งทางกรมวิทย์ฯ พร้อมทั้งเครือข่ายทางห้องปฏิบัติการก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวังเรื่องนี้ไว้แล้ว”
การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของห้องปฏิบัติการสาธารณสุข และห้องปฏิบัติการสุขภาพสัตว์ ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจากกรมปศุสัตว์ โรงพยาบาลศูนย์ฯ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 14 แห่ง รวมทั้งสิ้น 40 คน นอกจากนี้ เป็นโอกาสดีที่จะสร้างความร่วมมือระหว่างเครือข่ายทางห้องปฏิบัติการ ด้านคนและสัตว์ให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งในภาวะที่โลกกำลังถูกภัยคุกคามจากเชื้ออุบัติใหม่ที่แพร่ระบาดจากสัตว์สู่คน และยังสอดรับกับแผนยุทธศาสตร์การควบคุมโรค ภายใต้แนวคิด “สุขภาพหนึ่งเดียว” รวมถึงการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้วย

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ทั่วไป และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร