คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย: ขึ้นภาษีบุหรี่และยาเส้นภารกิจกอบกู้ชีวิตคนไทย

ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
สัปดาห์ก่อน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวเรื่อง “บุหรี่ภาษียิ่งเพิ่ม คนตายยิ่งลด” เนื่องใน “วันงดสูบบุหรี่โลก” วันที่ 31 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ มีข้อมูลสำคัญที่เห็นได้ชัดถึงพิษภัยบุหรี่ แต่ละปีมีประชากรโลกตายด้วยโรคจากบุหรี่ถึง 6 ล้านคน ในจำนวนนี้ มากกว่า 600,000 คน ตายเพราะ “สูดควันบุหรี่” ที่คนข้างเคียงสูบ แต่ตัวเองไม่ได้สูบบุหรี่
เห็นหรือยัง บุหรี่มีพิษภัยร้ายแรงขนาดไหน พ่อค้าบุหรี่ทุกคน จึงเป็น พ่อค้าแห่งความตาย พ่อค้าบุหรี่ทั้งหลายเลิกขายบุหรี่เถอะครับ บาป กรรมจะได้น้อยลง
คุณหมอนพพร ชื่นกลิ่น รองอธิการบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า การสูบบุหรี่ 1 มวน จะทำให้อายุคนสั้นลงไป 7 นาที ถ้าใครสูบบุหรี่วันละ 20 มวน อายุก็สั้นไปวันละ 140 นาที ปีละ 51,100 นาที หรือ 851.67 ชั่วโมง เท่ากับ 35.5 วัน หมายความว่า สูบบุหรี่วันละซอง อายุของคุณจะสั้นลงไปปีละ 35.5 วัน หรือ 1 เดือนกับ 5 วันครึ่ง สูบ 10 ปี อายุขัยของคุณจะหายไป 355 วัน หรือ 1 ปีพอดี ยิ่งสูบมาก อายุก็ยิ่งสั้นมาก
ใครมีพ่อแม่ลูกหลานที่ยังสูบบุหรี่ ช่วยเอาตัวเลขนี้ไปบอกเขาด้วยครับ
การสูบบุหรี่นอกจากจะทำให้อายุสั้นแล้ว คุณหมอนพพร บอกว่า ในช่วง 2 ปีสุดท้ายก่อนจะตาย จะเป็นช่วงที่ทรมานที่สุดในชีวิต จากโรคที่เกิดจากบุหรี่ โดยเฉพาะ โรคมะเร็ง โรคถุงลมโป่งพอง ซึ่งจะทรมานลูกหลานของตัวเองที่ต้องนั่งดูพ่อแม่ตัวเองค่อยๆตายไปต่อหน้าทุกวัน แถมยังต้องเสียเงินค่ารักษาโรคที่ไม่มีวันหาย มีแต่ทรุดลงไปทุกวัน ใครไม่รวยพอก็อาจจะหมดเนื้อหมดตัว เพราะความกตัญญูก็ได้
คุณอยากเห็นลูกหลานสุดที่รักของคุณ ต้องตกอยู่ในสภาพอย่างนี้หรือ ท่านที่ยังสูบบุหรี่ทั้งหลายลองไปถามตัวเองดู
วันนี้ผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ องค์การอนามัยโลก กรมควบคุมโรค และ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลก ขึ้นภาษีบุหรี่ทุกชนิดให้แพงลิ่ว ไม่เว้นแม้แต่ “ยาเส้น” ที่เป็น บุหรี่คนจน เพื่อบีบบังคับให้คนสูบบุหรี่ลดลงให้ได้
คุณหมอนพพร บอกว่า ในประเทศที่พัฒนาแล้วเกือบทุกประเทศ จะตั้งอัตราภาษีบุหรี่สูงมาก ทำให้บุหรี่มีราคาแพงถึงซองละ 200–300 บาท เพื่อให้คนจนคนที่มีฐานะไม่ค่อยดีและเยาวชน ไม่มีเงินพอซื้อบุหรี่สูบได้ จะได้เลิกสูบบุหรี่ไปในที่สุด
อย่าง “ยาเส้น” ที่ใช้มวนบุหรี่เอง ไทยเก็บภาษีถูกมาก เพราะรัฐเห็นว่าเป็น “บุหรี่คนจน” แต่นั่นเท่ากับ “รัฐบาลกำลังฆ่าคนจนให้ตายไปด้วยโรคร้ายจากบุหรี่” ซึ่ง คุณหมอศิริวรรณ ทิพยรังสฤษฎ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อควบคุมยาสูบ มหิดล ระบุว่า โรคจากการสูบบุหรี่ร้อยละ 44 มาจากการสูบยาเส้น และกลายเป็นภาระหนักอึ้งของรัฐบาลที่ต้องใช้เงินมหาศาลไปรักษาผู้ป่วยจากโรคบุหรี่ที่ไม่มีวันหายขาดไปตลอดชีวิต
บุหรี่ทำให้คนไทยตายปีละ 50,710 คน ถือว่ามากโขทีเดียว ยังไม่นับผู้ป่วยจากโรคบุหรี่อีกปีละนับล้านคน กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าจะลดประชากรผู้สูบบุหรี่ปีนี้ให้เหลือ 18.7% หรือ 12 ล้านคนเศษ ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้ว มีการตั้งเป้าให้ลดเหลือ 10%
หนทางหนึ่งที่ทำให้คนสูบบุหรี่ลดลง คือ การขึ้นภาษีบุหรี่ให้แพงขึ้น ทั้ง ยาสูบ และ ยาเส้น เพื่อให้บุหรี่มีราคาแพงขึ้นทุกชนิด ไม่ให้ผู้สูบบุหรี่มีทางเลือกไปสูบบุหรี่ที่มีราคาถูกกว่า ซึ่งผมเห็นด้วยกับ อาจารย์อิศรา ศานติศาสน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ผู้วิจัยเรื่องภาษีบุหรี่ว่า ไทยควรจะใช้วิธีควบคุมราคายาสูบด้วยการกำหนดราคาขายต่ำสุดให้แพงขึ้น ห้ามไม่ให้ขายต่ำกว่านี้ แทนวิธีการควบคุมราคาขายสูงสุด ซึ่ง ทำให้พ่อค้าบุหรี่ใช้เป็นช่องทางในการแจ้งราคาเท็จให้ต่ำกว่าความจริง
อย่างเช่น ตั้งราคาต่ำสุดซองละ 200 บาท หักต้นทุนบวกกำไรแล้ว ที่เหลือเก็บเป็นภาษีเข้ารัฐหมด เพื่อนำเงินไปใช้บำบัดรักษาผู้ป่วยด้วยโรคจากบุหรี่
ผมเชื่อว่าวิธีขึ้นราคาบุหรี่แบบนี้ จะทำให้คนสูบบุหรี่ลดลงทันที คนจนจะได้เลิกสูบบุหรี่ แต่ต้องรณรงค์อย่างหนักเมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้ว วันนี้แค่เริ่มต้นเท่านั้น.
“ลม เปลี่ยนทิศ”

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน บุหรี่/ยาสูบ/เหล้า และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร