บุหรี่…เลิกยาก แต่เลิกได้

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
มีข้อมูลยืนยันว่า บุหรี่เป็นสาเหตุที่ทำให้คนทั่วโลกเสียชีวิตปีละ 6 ล้านคน ในไทยปีละกว่า 5 หมื่นคน และเสียค่าดูแลรักษาคนป่วยกว่า 5 หมื่นล้านบาทต่อปี ล่าสุดองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศไทยประสบความสำเร็จการรณรงค์เลิกบุหรี่ เนื่องจากในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2557 ที่จะถึงนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันรณรงค์ และชูประเด็น เรื่อง “บุหรี่ : ภาษียิ่งเพิ่ม คนตายยิ่งลด” รศ.ดร. จินตนา ยูนิพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (Quitline 1600) กล่าวว่า “สำหรับในประเทศไทยนั้น ถือว่าประสบความสำเร็จในการทำงาน เพื่อควบคุมยาสูบในเชิงมาตรการกฎหมาย ภาษีที่เป็นแบบอย่างให้ทั่วโลก ปัจจุบันโรงพยาบาลได้ให้บริการช่วยเลิกบุหรี่ “การให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ คนไทยสามารถเข้าถึงได้ง่ายและไม่เสียค่าใช้จ่าย เรามีศูนย์บริการ เลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (Quitline 1600)” ศูนย์ดังกล่าว เกิดจากความร่วมมือของกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ก่อตั้งเมื่อปี 2551 และเริ่มให้บริการเมื่อ เดือนมกราคม พ.ศ.2552 ปัจจุบันได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกค่าย โดยผู้สนใจสามารถโทรไปที่หมายเลข 1600 นอกจากนี้ยังเปิดให้ติดต่อผ่าน SMS ที่หมายเลข 08 9814 1600 หรือ 08 9890 5100 และกำลังพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สนใจอีกทางหนึ่ง ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (Quitline 1600) ให้บริการแบบพฤติกรรมบำบัด คือให้คำปรึกษาเพื่อเลิกบุหรี่โดยไม่ใช้ยา ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย อุปกรณ์และระบบต่างๆ เหมือนศูนย์ฯ
ของต่างประเทศ ขอเพียงผู้อยากเลิกบุหรี่ตั้งใจจริง ผู้ให้คำปรึกษาจะช่วยสร้างความมั่นใจ และเป็น กำลังใจตลอดช่วงเวลาเผชิญความท้าทาย จาก อาการขาดนิโคติน และอาการอยากยาสูบ ในแต่ละวัน มีผู้โทรเข้า 300-500 สาย ทั้งที่เป็นตัวผู้สูบเองและ คนใกล้ชิด ผู้อำนวยการศูนย์ฯ บอกว่า มีกระบวนการคัดกรอง เก็บข้อมูล ให้คำปรึกษา และติดตามผล 6 ครั้ง/คน เป็นเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่ 3-5 วัน และ 14 วัน หลังวัน
เลิกบุหรี่ จากนั้น คือ 1 เดือน, 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี พร้อมทั้งบริการให้คำปรึกษาฉุกเฉิน ระหว่างอยู่ในกระบวนการเลิกบุหรี่ เมื่อผู้กำลัง เลิกบุหรี่มีอาการหงุดหงิด หรือไม่สบายกาย จะมีการให้คำปรึกษา ครั้งแรก จะใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที หากผู้สูบไม่สะดวกที่จะพูดคุยขณะนั้น ก็สามารถระบุวันเวลา ให้โทรกลับได้ และนอกจากให้คำปรึกษาแล้ว ศูนย์ฯ ยังจัดส่ง คู่มือเลิกบุหรี่ทางไปรษณีย์ให้ฟรี “ทั้งนี้ ศูนย์ฯ ประสบความสำเร็จในการช่วยให้เลิกบุหรี่ได้กว่า 30 เปอร์เซ็นต์ โดยนับตั้งแต่วันแรก ที่เลิกบุหรี่ไป 6 เดือนแล้วไม่กลับไปสูบอีกเลย กลุ่มผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย อายุ 40-49 ปี แต่มีกลุ่มวัยรุ่นและผู้หญิงโทรมาติดต่อสอบถาม ข้อมูลมากกว่า ผู้โทรเข้ามามีจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยภาคกลางมากที่สุด และภาคใต้น้อยที่สุด ทั้งๆ ที่มี อัตราการสูบมากที่สุด” ทางด้าน รัชนก หงสวินิตกุล ผู้รับสาย (Call Taker Supervisor) ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (Quitline 1600) เผยหลักการการเลิกบุหรี่ว่า อยู่ที่ความตั้งใจ เจตนาจะเลิก ยืนยันได้ว่า แนวคิดนี้สามารถประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นเมื่อรับสาย คำถามแรกคือ คุณต้องการเลิกบุหรี่ใช่ไหม? ถ้าใช่ จะถามต่อว่า คุณต้องการเลิกบุหรี่ภายใน 30 วัน ใช่ไหม? ถ้าใช่ แสดงว่ามีความตั้งใจ จากนั้นจึงพิจารณาส่งสายต่อไป เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้ให้ คำปรึกษา (Quit counselor) ส่วน ชัยชาญ ดอกนาค ผู้ให้คำปรึกษา ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (Quitline 1600) บอกว่า ทางศูนย์ฯ จะให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคล โดยเริ่มต้นที่การประเมินภาวะติดบุหรี่ (ทั้งบุหรี่ซอง ยาเส้น และยาสูบทุกรูปแบบ) เช่น สูบ/เสพมาแล้ว กี่ปี เริ่มตั้งแต่อายุเท่าไหร่ สูบตอนไหน สูบกับใคร สูบมากน้อยเท่าไร เป็นต้น เรียกว่า การประเมิน สภาพแวดล้อมหรือนิสัยพฤติกรรม หรือปัญหาสุขภาพที่สัมพันธ์กับบุหรี่ จากนั้นพูดถึงวิธีการ เลิกในอดีต ความสำเร็จและความล้มเหลวที่ผ่านมา แล้วจึงถึงประเด็นการเลิกในครั้งนี้ ควรจะเลือกวิธีใด และกำหนดวันเลิกอย่างจริงจัง “พอกำหนดวันเลิกแล้วก็ต้องสอบถามว่ามี
ความมั่นใจแค่ไหน เพราะการที่จะเลิกบุหรี่ มัน
เกี่ยวข้องกับภาวะการขาดนิโคติน เมื่อขาดนิโคติน
ก็จะมีอาการทางร่างกาย และหากมีอาการเกิดขึ้น จะจัดการกับอาการนั้นอย่างไร และวิธีไหน ก็มาคุยกันว่าอะไรเหมาะกับคุณและสถานการณ์ของคุณ เราก็จะแนะนำ ให้กำลังใจกัน เราจะพูดกันแต่เรื่องบวก เพราะการเลิกบุหรี่คือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม” ส่วนทางด้านผู้ใช้บริการที่ต้องการเลิกบุหรี่ เสียงส่วนใหญ่สะท้อนว่า “จริงๆ แล้วบุหรี่ดูเหมือนจะไม่ร้ายแรงนะ แต่เลวร้ายที่สุดในบรรดายาเสพติดทั้งหลาย เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของยาเสพติดประเภทอื่นๆ และเลิกยากที่สุด เพราะความเคยชิน และดูว่าไม่ร้ายแรง การจะเลิกได้ต้องใช้แรงบันดาลใจสูงมาก ถ้าไม่ใช่เพราะครอบครัว เพราะคนที่รักจริงๆ ก็เลิกไม่ได้ และที่สำคัญปัจจุบันก็หาที่สูบได้ยากขึ้น เพราะมีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่ต่างๆ หลายแห่ง”
“สังคมไทยปลอดบุหรี่ได้ สุขภาพเราก็ดี ลูกหลานก็สุขภาพดี ประเทศชาติก็ไม่ต้องเสียเงินกับการรักษาโรคที่เกิดจากบุหรี่ เพราะฉะนั้นทุกคนสามารถช่วยกันทำให้เลิกบุหรี่ได้ “รศ.ดร. จินตนา กล่าวทิ้งท้าย หากต้องการเลิกบุหรี่ ปรึกษาได้ฟรีที่หมายเลข 1600

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน บุหรี่/ยาสูบ/เหล้า และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร