เปิด…แผนเร่งด่วนสธ.4เรื่องสำคัญต้องทำทันที

คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557
พวงชมพู ประเสริฐ :

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ในวันที่มอบนโยบายและหารือร่วมกับ ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2557 ว่า “คงไม่มีความสามารถที่จะมามอบนโยบายเพราะสธ.มีแผนดำเนินงานชัดเจนและเป็นรูปธรรมอยู่แล้ว”
ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีหน่วยบริการในสังกัดรวม 11,078 แห่ง ทั้งโรงพยาบาลเฉพาะทาง โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) โรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) ศูนย์สาธารณสุขเขตเมือง สถานบริการสาธารณสุขชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) มีบุคลากรที่เป็นข้าราชการและลูกจ้างรวมทั้งสิ้นกว่า 2 แสนคน รับผิดชอบระบบสาธารณสุขที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
การประชุมร่วมกับหัวหน้าฝ่าย สธ.ได้นำเสนอแผนการดำเนินงานนโยบายด้านสาธารณสุข 11 เรื่อง แบ่งเป็น แผน 3 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าฝ่าย แผนระยะเร่งด่วนเริ่มทันที มี 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.พัฒนาระบบบริการให้ตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยการพัฒนาคุณภาพสถานบริการทุกระดับ(The Better Service) เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดียิ่งขึ้น อย่างเช่น การขยายเวลาบริการ คลินิกพิเศษนอกเวลาใน รพศ. รพท.และรพช.ขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 16.00-20.00 น. และมีแพทย์ให้บริการถึง 24.00 น.
ลดระยะเวลารอคอย โดยผู้ป่วยนอกมีการปรับปรุงตารางการทำงานของแพทย์ให้ตรงเวลา พัฒนาระบบนัด ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ในกรณีผู้ป่วยฉุกเฉิน โรคที่มีอัตราตายสูง ได้แก่ หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หลอดเลือดสมอง อุบัติเหตุจราจร ผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด และทารกแรกเกิดและหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง ได้รับการดูแลนำส่งตามระบบการแพทย์ฉุกเฉินและได้รับการรักษาโดยแพทย์ทุกราย ในทุกเขตบริการสุขภาพ และการรอคิวของผู้ป่วยใน และขยายจุดให้บริการออกนอกโรงพยาบาลให้เพียงพอ ด้วยการส่งแพทย์เฉพาะทางจากรพศ./รพท.ไปยังรพช. เป็นต้น
2.ร่วมสร้างสมานฉันท์เพื่อลดความขัดแย้งของบุคคลที่มีความเห็นต่างทางการเมือง จะเป็นการใช้กลไกที่สธ.มีอยู่เข้าไปทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ โดยจัดแบ่งเป้าหมายเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ผู้บาดเจ็บ และครอบครัวผู้เสียชีวิต จะมีการเข้าไปเยียวยา ดูแลในทุกมิติ 2.ผู้ที่มีความคิดเห็นขัดแย้งกันทางการเมือง จะมีศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ระดับจังหวัดเป็นกลไกสำคัญ สธ.จะเข้าไปช่วยเสริม ซึ่งอาจจะต้องมีการวิเคราะห์พื้นที่ ดูกลุ่มเสี่ยง และจัดเวทีรับฟังแลกเปลี่ยนกันและกันโดยมีเทคนิคด้านสังคมจิตวิทยาเข้าไปช่วย และ 3.ประชาชนทั่วไป ให้มีการมองไปข้างหน้า เห็นความหวังว่าประเทศเดินไปข้างหน้า ขณะนี้ได้มอหมายให้กรมสุขภาพจิตเป็นผู้รับผิดชอบหลัก
3.สร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากรสาธารณสุข จะดำเนินการปรับระบบค่าตอบแทนให้เป็นธรรม โดยเป็นไปตามภาระและคุณภาพงาน มีมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ได้รับผลกระทบจากการให้บริการทางการแพทย์ โดยขออนุมัติปรับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ พ.ศ.2521 เพื่อปรับเพิ่มการให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษแก่เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพหรือเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ อาทิ เจ้าหน้าที่ในจังหวัดชายแดนใต้ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานให้บริการส่งต่อผู้ป่วย เป็นต้น
รวมถึง ขออนุมัติจัดสรรตำแหน่งข้าราชการเพื่อบรรจุนักเรียนทุนรัฐบาลทั้งแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร ที่จบการศึกษาและเข้าปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2557 และการจัดสรรตำแหน่งเพื่อคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราว พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข บรรจุเป็นข้าราชการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติให้ดำเนินการในปี 2556-2558 โดยขณะนี้ยังเหลือการบรรจุอีก 2 ลอต ลอตละประมาณ 7,500 อัตรารวมเป็น 15,000 อัตรา ในส่วนนี้หัวหน้าฝ่าย รับปากว่า จะนำไปพิจารณาในรายละเอียดและผลักดันต่อไป
และ4.สร้างกลไกการอภิบาลระบบที่เป็นระบบคุณธรรม ไม่ยินยอมให้มีการทุจริต และการแทรกแซงจากอำนาจที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม มีกลไกการเฝ้าระวังตรวจสอบถ่วงดุลในรูปประชาคมสาธารณสุขที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะในส่วนของธรรมาภิบาลระบบยาและเวชภัณฑ์ กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบธรรมาภิบาลและเกณฑ์จริยธรรม การจัดซื้อจัดหายาและวัสดุต่างๆ เพื่อพัฒนาระบบธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการด้านยา เวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยาต่างๆ และออกระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการรับการสนับสนุนจากบริษัทผู้ผลิตและผู้จำหน่ายหรือเกี่ยวกับเงินสวัสดิการ และประกาศเกณฑ์จริยธรรมว่าด้วยการส่งเสริมการขายของวัสดุต่างๆ
“เรื่องเร่งด่วนทั้ง 4 เรื่อง ขณะนี้ได้มีการมอบหมายให้ผู้บริหารสธ.รับผิดชอบหลักเป็นรายบุคคล เพื่อจัดทำแผนการปฏิบัติให้แล้วเสร็จโดยเร็วและให้เริ่มดำเนินการทันทีภายในกลางเดือนมิถุนายนนี้” นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดสธ. กล่าว

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ทั่วไป และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร