คอลัมน์ คอรัปเตอร์: โปรเจ็กต์น้ำแค่สตาร์ทผลาญงบกว่าหมื่นล้าน

Untitled1พิมพ์ไทย ฉบับวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2557
..คอรัปเตอร์..
โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท อภิมหาโปรเจ็กต์ชิ้นยักษ์ สมัยรัฐบาล”ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ถูกจับตามองอีกครั้ง และเริ่มมี”เสียงเซ็งแซร่” ผ่านสายลมปะทะแนวขี้หูขึ้นเรื่อยๆโชคดีที่ขี้หูมีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆ มีสารต่อต้านเชื้อโรคและไม่ละลายน้ำมีหน้าที่ช่วยปกป้องผิวหนังของช่องหูชั้นนอก และป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในช่องหู”เสียงเซ็งแซร่” ที่ว่าเลยไม่เป็นอันตราย
ต่อประสาทหูแน่นอนคร๊าบ !!
โดยเฉพาะหากเป็นพวก”หูทวนลม” ก็ยิ่ง “สบายบรื๋อ” เอาม๊าก…มากน่ะคร๊าบ ที่สำคัญ”เสียงเซ็งแซร่” ที่ว่าเซ็งแซร่ ถึงขนาดฟังแล้ว”ขี้หูแทบทะเล็ด” เพราะอภิมหาโปรเจคบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทนั้นถูกถลุงไปใช้แล้วราว 10,627 ล้านบาท ก่อนที่มีการรัฐประหาร งบประมาณแผ่นดินดังกล่าวถูกถลุงไปทำอะไรบ้างล่ะ ทั้งๆ ที่โครงการดังกล่าว
ก็ยังไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันด้วยซ้ำไป !!
แถมก่อนหน้านี้โครงการอภิมหาโปรเจ็กต์ที่ว่าก็มีผู้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองอีก ส่วนประเด็นที่ยื่นฟ้อง ก็คือ การดำเนินโครงการดังกล่าวอาจฝ่าฝืนบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญปี 2550 พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ปี 2535 และพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ปี 2550 หลังจากศาลปกครองกลางพิพากษาคดีการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทแล้ว ทำให้”รัฐบาลยิ่งลักษณ์” ต้องรีบกลับไป
ปรับกระบวนการดำเนินโครงการใหม่อีกครั้ง !?
โดยเฉพาะการจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนอย่างทั่วถึง…ว่ากันว่าการจัดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดต่างๆ นั้น ก็มีการผลาญงบประมาณกันอื้อซ่า ทั้งการเกณฑ์คนมารับฟัง และต้องจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง ค่ารถ ค่าอาหาร ค่านักวิชาการ รวมถึงค่าจ้างบริษัทพีอาร์มาทำประชาสัมพันธ์เชิงบวก อันไหนที่ชาวบ้านสะท้อนเป็นลบ
ก็เอาหูไปนา เอาตาไปไร่เสีย !!
นี่แค่เฉพาะกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชน ก็ส่อไม่โปร่งใสในการผลาญงบประมาณค่อนข้างมากทีเดียวเชียว นอกจากนี้ ยังไม่นับหน่วยงานต่างๆ ที่เบิกงบกันไปแล้ว อาทิ กรมป่าไม้ เบิกจ่ายโครงการตามแผนฟื้นฟูการอนุรักษ์ป่า ส่วนใหญ่เพื่อดำเนินการเพาะชำกล้าไม้เพื่อทำการปลูกป่า สร้างฝายถาวร ฯลฯ
วงเงินรวมกว่า 300 ล้านบาท ??
ส่วนการที่กรมป่าไม้แจกกล้าไม้ฟรีทุกจังหวัดทั่วประเทศ วันที่ 4-6 มิ.ย.57 เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิ.ย.57 ก็ไม่รู้เหมือนกันว่างบประมาณแจกกล้าไม้ดังกล่าว เป็นงบประมาณอันเดียวกันกับแผนฟื้นฟูการอนุรักษ์ป่าของโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทหรือไม่ถ้าใช่ก็คงต้องมี “เสียงเซ็งแซร่” กัน
ชนิดขี้หูกระจายแน่นอน…เฮ่อๆๆ !?
ส่วนกรมชลประทานเบิกจ่ายงบอื้อซ่า ประมาณว่าเบิกกันหลายรอบเป็นเงินกว่า 2.4 พันล้านบาท จ้างเหมาระบบ ปรับปรุงคันดินป้องกันน้ำท่วมฝั่งซ้ายคลองฯ ค่าขยายเขตไฟฟ้าติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ และอื่นๆ ฯลฯ,กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเบิกจ่ายเป็นโครงการฟื้นฟูการอนุรักษ์ป่าและชายเลนกว่า 12 ล้านบาท, กรมโยธาธิการและผังเมืองมีการเบิกจ่ายโครงการก่อสร้างคันกั้นน้ำริมคลองรังสิต
วงเงินรวมกว่า 1.2 พันล้านบาท !!
กรมทางหลวงชนบทเบิกจ่ายโครงการซ่อมแซมทางหลวงชนบท วงเงินรวมกว่า 6 พันล้านบาท, สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเบิกจ่ายกว่า2.5 พันล้านบาท ทำโครงการปรับปรุงระบบเขื่อนป้องกันอุทกภัย และยังมีหน่วยงานอื่นๆ อีก ที่เบื้องต้นเบิกจ่ายงบประมาณกันไปแล้ว
สำหรับโครงการอภิมหาโปรเจ็กต์ดังกล่าว !!
ที่สำคัญหลายฝ่ายมองว่าโครงการนี้ไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายและไม่มีการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนซึ่งแม้แต่”ปราโมทย์ ไม้กลัด” อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ก็เห็นว่าเกือบทั้งหมดเป็นโครงการที่ กบอ.จัดวางกันเอง โดยไม่ฟังเสียงทักท้วงจากนักวิชาการและไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ จึงเห็นควรว่าโละทั้งหมดทิ้งไปก่อน แล้วมาดูกันใหม่ว่า
ควรมีโครงการใดบ้างที่ต้องลงทุน !?
ที่สำคัญ มีข่าวแว่วว่านักวิชาการด้านน้ำและสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ได้ยื่นหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคสช.เพื่อให้มีคำสั่งยกเลิกโครงการลงทุนตามแผนบริหารจัดการโครงการน้ำดังกล่าว พร้อมทั้งเห็นว่าควรยุบ กบอ.ด้วย ส่วน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช. จะสั่งซ้ายหัน ขวาหัน ก็ยากต่อการคาดเดาแต่ที่แน่ๆ ถ้าสั่งยกเลิกโครงการฯ บรรดาหน่วยงานต่างๆ ที่ผลาญงบประมาณไปแล้วก็คงขนหัวลุกตามๆ กัน…!!!

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน การจัดการน้ำ และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร