ไล่บี้2กระทรวงหาข้อสรุปเลิกใช้แร่ใยหินใน5สินค้า

ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
คสช.จี้ตรวจสอบการยกเลิกใช้แร่ใยหิน หลังภาคเอ็นจีโอร้อง โยนกระทรวงแรงงานและกระทรวงอุตสาหกรรมหาข้อสรุป ทั้งที่ผ่านมา มีแนวทางเสนอ ครม.ชุดที่ผ่านมาไปแล้ว ให้ยกเลิกการใช้ใน 5 ผลิตภัณฑ์ แต่ไม่มีความคืบหน้า ด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเต้น เตรียมหารือให้ได้สรุปเร็วๆ นี้ เพื่อถามหาความชัดเจนด้านนโยบายอีกครั้ง ก่อนส่งให้คสช.ตัดสินใจ

แหล่งข่าวจากวงการอุตสาห กรรมแร่ใยหิน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงความคืบหน้าในการยกเลิกใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบในการผลิตกระเบื้องมุงหลังคาว่า จากที่มีกลุ่มเครือข่ายยกเลิกแร่ใยหิน เข้าร้องเรียนกับทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้เร่งรัดดำเนินการยกเลิกการใช้แร่ใยหิน เนื่องจากเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนนั้น ล่าสุดทางคสช.ได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงาน ในฐานะเป็นหน่วยงานที่ดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้แรงงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะควบคุมการใช้วัตถุดิบในการผลิต ไปดำเนินการหาข้อยุติเรื่องดังกล่าวแล้ว เพื่อนำเสนอคสช.พิจารณาว่าจะตัดสินใจต่อเรื่องดังกล่าวนี้อย่างไร

โดยที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมเคยมีแนวทางที่จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีไว้ ในการยกเลิกใช้แร่ใยหินโครโซไทล์ กับสินค้า 5 รายการ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรกกระเบื้องแผ่นเรียบและกระเบื้องยางปูพื้น กำหนดให้ยกเลิกใช้แร่ใยหินดังกล่าวเป็นวัตถุดิบภายใน 2 ปี หากครม.เห็นชอบก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปออกกฎหมายบังคับให้ยกเลิกใช้ในช่วงเตรียมตัว 2 ปี
ขณะที่กลุ่มกระเบื้องมุ่งหลังคา ผ้าเบรก และคลัตช์ ท่อซีเมนต์ใยหิน กำหนดให้ยกเลิกใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบภายใน 5 ปี เนื่องจากยังขาดผลการศึกษาที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบของแร่ใยหินที่มีผลกระต่อสุขภาพ ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบทางกระทรวงอุตสาหกรรมก็จะไปออกประกาศเพื่อกำหนดแนวทางในการห้ามใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบ โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรงงาน ในการกำหนดชนิด คุณภาพ อัตราส่วนของวัตถุดิบ แหล่งกำเนิดของวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ผลิตในโรงงาน ซึ่งสามารถห้ามใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบในการผลิตในโรงงานได้

อย่างไรก็ตาม ทางครม.มีความเป็นห่วงเกรงว่าจะกระทบกับภาคอุตสาหกรรมเป็นวงกว้าง จึงมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขไปดำเนินการศึกษาถึงผลกระทบการใช้แร่ใยหินที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ เพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางการยกเลิกใช้แร่ใยหินต่อไป
แต่การดำเนินงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา กลับพบว่าไม่มีความคืบหน้าในแง่ของนโยบายว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งที่ทั่วโลกกว่า 50 ประเทศ ยกเลิกและงดการนำเข้าแร่ใยหินไปแล้ว เพราะมีแร่อื่นที่ไม่เป็นอันตรายมาทดแทนได้

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ หลังจากที่คสช.ส่งหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเร่งดำเนินการในเรื่องนี้แล้ว ในเร็วๆนี้ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจะมีการเชิญหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ มาหารือเพื่อหาข้อสรุปในเชิงนโยบายที่ชัดเจนอีกครั้ง ว่าทิศทางจะเป็นอย่างไร เพราะนอกจากเกี่ยวข้องกับผลกระทบภายในประเทศแล้ว อาจจะเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับทางรัสเซียในฐานะผู้ผลิตส่งออกแร่ใยหินรายใหญ่ของโลกด้วย
นายปณิธาน จินดาภู อธิบดีกรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เปิดเผยว่า สำหรับการจะยกเลิกการใช้แร่ใยหินหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคสช.ว่าจะมีข้อมูลถึงผลกระทบที่รอบด้านหรือไม่ เพราะในส่วนของกรมเอง หากมีการยกเลิกใช้จริง ก็มีแผนรองรับที่จะนำหินบะซอลต์มาใช้แทน เพราะที่ผ่านมาได้มีการทำการศึกษาวิจัยร่วมกับภาคเอกชนไปแล้ว ผลการวิจัยพบว่าไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ และยังมีความคงทนแข็งแรงกว่าแร่ใยหิน ไม่แตกหักง่าย โดยผู้ประกอบการไม่ต้องมีความกังวลในการขาด แคลนวัตถุดิบ เพราะประเทศมีหินชนิดนี้จำนวนมาก แม้ว่าการผลิตในช่วงแรกราคาอาจจะสูง แต่เมื่อมีการผลิตเป็นเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ได้ ราคาก็จะปรับตัวลงมาเอง

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน แร่ใยหิน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร