IBAS ร่อน จม.ถึง คสช.หนุนเลิกใช้แร่ใยหิน

Untitled1ASTVผู้จัดการ วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
องค์กรยกเลิกการใช้แร่ใยหินระหว่างประเทศ ร่อนจดหมายถึง คสช. วิงวอนให้สนับสนุนความพยายามที่จะให้มีการยกเลิกการใช้แร่ใยหินในประเทศไทย หวั่นคลื่นสึนามิของโรคเกิดขึ้นในมวลหมู่ประชาชนในอีกหลายปีข้างหน้า เครือข่าย T-BAN เตรียมยื่นข้อเสนอ คสช. อีกครั้ง 3 ส.ค. นี้
วันนี้ (22 ก.ค.) องค์กรยกเลิกการใช้แร่ใยหินระหว่างประเทศ (IBAS) และเครือข่ายยกเลิกการใช้แร่ใยหินแห่งเอเชีย (ABAN) เป็นองค์กรที่เชี่ยวชาญด้านผลกระทบที่รุนแรงของแร่ใยหินที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม นำโดยนางลอรี คาซาน-แอลเลน และนายซูกิโอะ ฟูรายา ได้ส่งจดหมายถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอสนับสนุนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 ที่ตัดสินใจห้ามการนำเข้าแร่ใยหินในทันทีเพื่อประโยชน์ทางการสาธารณสุขและเพื่อรักษาชีวิตของพลเมืองไทยเอาไว้ เนื่องมาจากการได้รับสัมผัสกับแร่ใยหิน พิษภัยของมันนั้นเป็นที่รับทราบกันอย่างดีใน องค์กรระหว่างประเทศ เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศด้านอาชีวอนามัย (International Commission on Occupational Health) สมาคมระบาดวิทยา สหภาพเพื่อการควบคุมมะเร็งระหว่างประเทศ (Union for International Control of Cancer) โดยในจดหมายระบุว่า

“เราขอสนับสนุนมติคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลไทยเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 ที่ตัดสินใจห้ามการนำเข้าแร่ใยหินเพื่อประโยชน์ทางการสาธารณสุข เราตระหนักดีว่าในประเทศไทยยังมีการโต้แย้งอย่างต่อเนื่องและมีการกดดันจากกลุ่มผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมแร่ใยหินจากรัสเซียและประเทศอื่นๆ อีกเพื่อให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจนี้ ข้อมูลล่าสุดเปิดเผยว่า ในปี พ.ศ. 2555 ประเทศไทยนำเข้าวัตถุดิบเส้นใยแร่ใยหิน 58,008 ตัน ประเทศไทยเป็นตลาดแร่ใยหินใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของทวีปเอเชีย การที่ยังมีการนำเข้า การใช้ กระบวนการผลิต และการขายแร่ใยหินและผลิตภัณฑ์ที่มีแร่ใยหิน จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิของโรคเกิดขึ้นในมวลหมู่ประชาชนในอีกหลายปีข้างหน้า โรคมะเร็งและโรคทางหายใจต่างๆ จะสามารถป้องกันได้ด้วยการยกเลิกการใช้แร่ใยหิน”

ด้าน รศ.ดร.ภก.วิทยา กุลสมบูรณ์ ผู้จัดการแผนงานพัฒนาวิชาการและกลไกคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า แม้ว่าจะมีมติคณะรัฐมนตรีและมีการสนับสนุนจากคณะกรรมการสาธารณสุขของวุฒิสภาคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ภาควิชาการและภาคประชาชนจำนวนมาก แต่ยังไม่มีการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเสมือนผลัดกันผลักลูกบอลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แรงกดดันของนโยบายการค้าไทยจากกลุ่มผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมแร่ใยหินจึงนำไปสู่การยืดเวลาที่จะทำให้มีการยกเลิกการใช้แร่ใยหินในไครโซไทล์ในประเทศ เพื่อเป็นปฏิรูปประเทศและคืนความสุขให้กับประชาชน คสช.ควรสนับสนุนให้มีการยกเลิกการใช้แร่ใยหินโดยเร็ว

นางสมบุญ สีคำดอกแค เครือข่ายรณรงค์ยกเลิกแร่ใยหินแห่งประเทศไทย (T-BAN) กล่าวว่า จากการติดตามการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงอุตสาหกรรม ยังไม่มีความพร้อมในการดำเนินการมติคณะรัฐมนตรี เพราะยังไม่มีการเสนอรายละเอียดต่างๆ ให้กับ คสช. แต่อย่างใด เครือข่ายฯ จึงขอเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมและร่วมยื่นข้อเสนอต่อคสช. เพื่อให้เกิดมาตรการปกป้องคนไทยจากแร่ใยหิน อีกครั้งในวันที่ 3 ส.ค. 57ASTVผู้จัดการ วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
องค์กรยกเลิกการใช้แร่ใยหินระหว่างประเทศ ร่อนจดหมายถึง คสช. วิงวอนให้สนับสนุนความพยายามที่จะให้มีการยกเลิกการใช้แร่ใยหินในประเทศไทย หวั่นคลื่นสึนามิของโรคเกิดขึ้นในมวลหมู่ประชาชนในอีกหลายปีข้างหน้า เครือข่าย T-BAN เตรียมยื่นข้อเสนอ คสช. อีกครั้ง 3 ส.ค. นี้
วันนี้ (22 ก.ค.) องค์กรยกเลิกการใช้แร่ใยหินระหว่างประเทศ (IBAS) และเครือข่ายยกเลิกการใช้แร่ใยหินแห่งเอเชีย (ABAN) เป็นองค์กรที่เชี่ยวชาญด้านผลกระทบที่รุนแรงของแร่ใยหินที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม นำโดยนางลอรี คาซาน-แอลเลน และนายซูกิโอะ ฟูรายา ได้ส่งจดหมายถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอสนับสนุนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 ที่ตัดสินใจห้ามการนำเข้าแร่ใยหินในทันทีเพื่อประโยชน์ทางการสาธารณสุขและเพื่อรักษาชีวิตของพลเมืองไทยเอาไว้ เนื่องมาจากการได้รับสัมผัสกับแร่ใยหิน พิษภัยของมันนั้นเป็นที่รับทราบกันอย่างดีใน องค์กรระหว่างประเทศ เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศด้านอาชีวอนามัย (International Commission on Occupational Health) สมาคมระบาดวิทยา สหภาพเพื่อการควบคุมมะเร็งระหว่างประเทศ (Union for International Control of Cancer) โดยในจดหมายระบุว่า

“เราขอสนับสนุนมติคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลไทยเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 ที่ตัดสินใจห้ามการนำเข้าแร่ใยหินเพื่อประโยชน์ทางการสาธารณสุข เราตระหนักดีว่าในประเทศไทยยังมีการโต้แย้งอย่างต่อเนื่องและมีการกดดันจากกลุ่มผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมแร่ใยหินจากรัสเซียและประเทศอื่นๆ อีกเพื่อให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจนี้ ข้อมูลล่าสุดเปิดเผยว่า ในปี พ.ศ. 2555 ประเทศไทยนำเข้าวัตถุดิบเส้นใยแร่ใยหิน 58,008 ตัน ประเทศไทยเป็นตลาดแร่ใยหินใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของทวีปเอเชีย การที่ยังมีการนำเข้า การใช้ กระบวนการผลิต และการขายแร่ใยหินและผลิตภัณฑ์ที่มีแร่ใยหิน จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิของโรคเกิดขึ้นในมวลหมู่ประชาชนในอีกหลายปีข้างหน้า โรคมะเร็งและโรคทางหายใจต่างๆ จะสามารถป้องกันได้ด้วยการยกเลิกการใช้แร่ใยหิน”

ด้าน รศ.ดร.ภก.วิทยา กุลสมบูรณ์ ผู้จัดการแผนงานพัฒนาวิชาการและกลไกคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า แม้ว่าจะมีมติคณะรัฐมนตรีและมีการสนับสนุนจากคณะกรรมการสาธารณสุขของวุฒิสภาคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ภาควิชาการและภาคประชาชนจำนวนมาก แต่ยังไม่มีการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเสมือนผลัดกันผลักลูกบอลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แรงกดดันของนโยบายการค้าไทยจากกลุ่มผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมแร่ใยหินจึงนำไปสู่การยืดเวลาที่จะทำให้มีการยกเลิกการใช้แร่ใยหินในไครโซไทล์ในประเทศ เพื่อเป็นปฏิรูปประเทศและคืนความสุขให้กับประชาชน คสช.ควรสนับสนุนให้มีการยกเลิกการใช้แร่ใยหินโดยเร็ว

นางสมบุญ สีคำดอกแค เครือข่ายรณรงค์ยกเลิกแร่ใยหินแห่งประเทศไทย (T-BAN) กล่าวว่า จากการติดตามการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงอุตสาหกรรม ยังไม่มีความพร้อมในการดำเนินการมติคณะรัฐมนตรี เพราะยังไม่มีการเสนอรายละเอียดต่างๆ ให้กับ คสช. แต่อย่างใด เครือข่ายฯ จึงขอเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมและร่วมยื่นข้อเสนอต่อคสช. เพื่อให้เกิดมาตรการปกป้องคนไทยจากแร่ใยหิน อีกครั้งในวันที่ 3 ส.ค. 57

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน แร่ใยหิน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร