สกู๊ปหน้า1: สิ่งสำคัญที่สุด?คืนความสุขคนไทย

Untitled0ไทยรัฐ (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
ประเทศไทยเหมือนประเทศ “เครื่องหลุด” จะเร่งเครื่องอย่างไรๆก็วิ่งไปไม่ได้
ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส บอกว่า เมื่อตอนคุณทักษิณเป็น นายกรัฐมนตรี คราวหนึ่งให้จัดประชุมคนหนุ่มสาวที่ได้รับปริญญาเอก 1,000 คน เชิญผมไปพูดด้วย ตอนหนึ่งผมพูดว่า “ประเทศไทยเหมือนประเทศเครื่องหลุด ท่านนายกฯจะเร่งเครื่องอย่างไรๆก็วิ่งไปไม่ได้”
“ท่านลองนึกภาพรถยนต์ที่ส่วนประกอบหลุดจากกันเป็นส่วนๆ จะเร่งเครื่องอย่างไรมันก็วิ่งไปไม่ได้ แต่ถ้าประกอบเครื่องให้สมบูรณ์ เพียงแต่สตาร์ตเครื่องและขับรถก็ออกวิ่งไปถึงไหนๆก็ได้”
“สังคมไทย”…องค์ประกอบต่างๆไปคนละทางสองทางไม่สัมพันธ์กัน เช่น ชุมชนท้องถิ่นระบบต่างๆ…ระบบเศรษฐกิจ ระบบการศึกษา ระบบความยุติธรรม ระบบการเมืองการปกครอง ระบบการสื่อสาร ล้วนหลุดลอยออกจากกัน
ศ.นพ.ประเวศ ย้ำว่า ของอะไรที่ชำแหละขาดจากกัน เช่น ชำแหละวัว ชำแหละสุกร คือการทำให้สิ้นชีวิต…ชีวิตคือการเชื่อมโยง อวัยวะต่างๆเชื่อมโยงกันหมด ทำให้มีชีวิต มีความเป็นคน
เมื่อมีการเชื่อมโยงกันก็เกิดความเป็นปกติ คือสุขภาพดี และอายุยืน
ประเด็นสำคัญของประเทศไทย คือการประกอบเครื่องให้คนไทยทั้งหมดเชื่อมโยงกัน ถ้าเชื่อมโยงกันได้จะเกิด “คุณสมบัติใหม่” อะไรๆก็ดีไปหมด และความดีเกิดง่ายเป็นวิสัย
ตัวอย่างตำบลหัวง้ม เมื่อคนทั้งหมดเชื่อมโยงกัน ความดีก็เกิดเต็มพื้นที่ ที่ตำบลหัวง้ม อ.พาน จ.เชียงราย เดิมผู้คนและองค์กรต่างๆก็ต่างคนต่างอยู่ไม่มาเชื่อมโยงกัน เช่น บ้านก็อยู่ส่วนบ้าน วัดก็อยู่ส่วนวัด โรงเรียนก็อยู่ส่วนโรงเรียน สถานีอนามัยก็ทำงานของตัวไป อบต.ก็อยู่ส่วน อบต. กำนัน…ผู้ใหญ่บ้าน ก็อยู่ส่วนของตัวไป ในตำบลมีความไม่ดีค่อนข้างมาก เช่น ลักขโมย การพนัน ยาเสพติด
มีนักเลงข่มเหงกัน และอกุศลกรรมอื่นๆ
ต่อมาท่านพระครูสุจิณกัลยาณธรรมแห่งวัดศรีเมืองมูล ในตำบลนี้ ได้พยายามชวนผู้คนในตำบลมาร่วมคิดร่วมทำ ใหม่ๆก็ไม่ค่อยมีใครจะอยากมาร่วมกัน แต่จากความอดทน และความจริงใจของท่านพระครู ผู้คนก็เริ่มมารวมตัวกัน และรวมตัวกันมากขึ้นๆ จนร่วมกันหมดทั้งตำบล ทั้งพระ ครู นายก อบต.กำนัน หมอที่สถานีอนามัย ผู้นำชุมชนและพากันทำเรื่องดีๆทั้งตำบล กระทั่งมีการตั้ง “ธนาคารความดี”
ใครทำดีอะไรก็เอาความดีมาฝากธนาคารและเบิกไปใช้ได้ความดีก็มีในทุกๆมิติ เช่น การทำสัมมาชีพ การช่วยเหลือผู้อื่น ดูแลผู้สูงอายุ ดูแลคนพิการ ดูแลสิ่งแวดล้อม ทำงานทางวัฒนธรรม เป็นอาสาสมัคร
“ความดี” กลายเป็นเครื่องเชื่อมโยงไปสู่ทุกเรื่อง ทั้งเศรษฐกิจสังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมการศึกษา ในตำบลนี้มี “โรงเรียนผู้สูงอายุ”ที่ผู้สูงอายุไปเข้าเรียนร่วมกัน ไม่เหงา มีความสุข เด็กนักเรียนที่โรงเรียนก็ปฏิบัติธรรม และเชื่อมโยงกับเรื่องดีๆทั้งหมดในตำบล หมอที่สถานีอนามัยก็ทำงานสะดวกเพราะผู้คนร่วมมือกันทั้งตำบล กำนันก็นั่งยิ้มอย่างมีความสุข เพราะเมื่อผู้คนทั้งตำบลพากันทำเรื่องดีๆ กำนันก็สบาย ตรงข้ามถ้าในตำบลมีเรื่องร้ายๆ กำนันก็เหนื่อยมากและอาจถึงเลือดตกยางออก
เมื่อชาวหัวง้มเชื่อมโยงกันหมดอย่างนี้ จะทำอะไรดีๆเพิ่มขึ้นก็เป็นเรื่องไม่ยากแล้ว เรื่องดีๆคอยจะเกิดขึ้นเองเป็นอัตโนมัติด้วยซ้ำไป
ทั้งนี้เพราะชาวหัวง้มใช้ อปริหานิยธรรม หรือ ธรรมะเพื่อความเจริญ ที่พระพุทธองค์ตรัสสอนเป็นอันมากเมื่อประทับบนเขาคิชฌกูฏ เป็นครั้งสุดท้าย อปริหานิยธรรม คือ ธรรมะเพื่อการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ
ตัดกลับมาที่ภาพใหญ่ คนไทยเชื่อมโยงกันทั้งประเทศปฏิรูปประเทศไทย…โอกาสของคนไทยในการสร้างประเทศไทยยุคใหม่
ยกเหตุปัจจัยเชิงวิทยาศาสตร์ การเชื่อมโยงทำให้เกิดคุณสมบัติใหม่ อย่าง “ไฮโดรเจน” กับ “ออกซิเจน” เชื่อมโยงกัน (H2O) ทำให้เกิด “น้ำ” ซึ่งเป็นคุณสมบัติใหม่โดยสิ้นเชิง
อวัยวะต่างๆเชื่อมโยงกันก็เกิด “ความเป็นคน” ความเป็นคนเป็นคุณสมบัติใหม่ ต่างจากคุณสมบัติของอวัยวะ…ถ้าคนไทยเชื่อมโยงกันทั้งประเทศ ประเทศไทยก็มีคุณสมบัติใหม่โดยสิ้นเชิง
แต่เดิม…คนไทยไม่เคยมีวัตถุประสงค์ใหญ่ร่วมกัน มีแต่ของบุคคล กลุ่ม พวก พรรค องค์กร สถาบัน แตกต่างและทอนกำลังกัน ทำให้ประเทศไทยเป็นอย่างที่เป็น
แต่บัดนี้ โอกาสอยู่ต่อหน้าประเทศไทย ที่คนไทยจะเชื่อมโยงกันทั้งประเทศได้ เพราะเหตุ 3 ประการ คือ หนึ่ง…การปฏิรูปประเทศไทย เป็นระเบียบวาระแห่งชาติ ที่ทุกฝ่ายมีความต้องการ เป็นครั้งแรกที่คนไทยทุกฝ่ายมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน
สอง…กระบวนการทางสังคมที่ปูพื้นฐานมา 3 ทศวรรษและความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชน และสาม…เทคโนโลยี การสื่อสารสมัยใหม่
ความคิดทางสังคมเริ่มมานาน จากปัญญาชนบางท่าน ย้อนหลังไปถึงสมัย ร.5 แต่ยังไม่มีพลัง กระบวนการทางสังคมมีมากขึ้นเรื่อยๆใน3 ทศวรรษที่ผ่านมา เช่น เรื่องสิทธิเสรีภาพโดยสภาทนายความ กระบวนการชุมชน กระบวนการท้องถิ่น ประชาคมจังหวัด นิเวศชุมชน สิทธิชุมชน เกษตรยั่งยืน สภาองค์กรชุมชน สถาบันการเงินชุมชน สมัชชาสุขภาพจังหวัด สมัชชาปฏิรูป…
กระบวนการชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง มีองค์กรที่สนับสนุนกระบวนการชุมชนเข้มแข็งทั้งของรัฐและเอกชนจำนวนมาก เช่น กรมพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริม
การปกครองท้องถิ่น สถาบันส่งเสริมองค์กรชุมชน (พอช.) สถาบันพระปกเกล้า สภาพัฒนาการเมือง สสส. ฯลฯ
เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ…“กระบวนการทางสังคม”
ย้ำกันไปแล้วหลายครั้งก็ต้องย้ำกันต่อไปว่า…วิกฤตการณ์ทางการเมืองได้ทำให้ประชาชนจำนวนมาก ตื่นตัวทางการเมือง ไม่ว่าจะเรียกว่าเสื้อสีอะไร หรือไม่มีสีก็ตาม เมื่อก่อนเรื่องการเมืองเป็นเรื่องของคนจำนวนน้อย เมื่อประชาชนจำนวนมากตื่นตัวทางการเมือง ประเทศไทยก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป…
คนเหล่านี้ควรได้รับการสนับสนุนให้ยกระดับไปเป็นพลังพลเมืองที่มีคุณภาพ
เมื่อปัจจัยทั้ง 3 มาบรรจบกัน… “การปฏิรูปประเทศไทย” เป็นวัตถุประสงค์ร่วมกัน ความตื่นตัวทางสังคมและทางการเมืองของ
ประชาชน กับเทคโนโลยีทางการสื่อสารสมัยใหม่ โอกาสจึงเป็นของคนไทยที่จะเชื่อมโยงกันหมดทั้งประเทศสร้างประเทศไทยยุคใหม่ ที่มีความเจริญอย่างแท้จริง แม้เป็นยุคศรีอาริยะก็ได้
ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส บอกอีกว่า คสช.ควรส่งกระแสนโยบายให้คนไทยรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กร และในทุกประเด็น เพื่อปฏิรูปประเทศไทย
“…คนไทยทุกภาคส่วนเข้าร่วมในการปฏิรูปประเทศกระบวน การปฏิรูปโดยคนไทยทั้งประเทศ จะเอื้ออำนวยและกำกับให้สภา ปฏิรูปแห่งชาติทำงานได้อย่างสร้างสรรค์ และเป็นประกันว่าการปฏิรูปจะไม่ล้มเหลว กระบวนการทางสังคมปฏิรูปประเทศไทยจะทำงานต่อไปในระยะยาว หรือตลอดไป พ้นอายุขัยของสภาปฏิรูปแห่งชาติ”.

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน 3 กองทุนสุขภาพ และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร