ชุมชนชูธรรมนูญสุขภาพฉบับเปือยรุ่งโรจน์

ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557
บรรยากาศที่มีชาวบ้าน ผู้นำหมู่บ้าน และพระครูอุดมโพธิกิจ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศิลา ต.เปือย อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ มานั่งรวมตัวกันที่ลานเสมาอายุกว่าพันปี ซึ่งเปรียบเสมือนห้องประชุมธรรมชาติที่มีต้นไม้สูงแผ่กิ่งก้านปกคลุมเป็นหลังคากันแดดกันฝน ทั้งนี้ เพื่อตั้งใจบอกเล่าถึงความสำเร็จของการมีธรรมนูญสุขภาพฉบับเปือยรุ่งโรจน์ ที่พวกเขาเหล่านี้ต่างมีส่วนร่วมดำเนินการในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การร่วมกะเทาะเปลือกปัญหาของชุมชน จนนำไปสู่การแก้ไขที่มีแบบแผน สอดคล้องกันไปทั้งเรื่องของชุมชนและสุขภาพ ที่ได้ตั้งเป้าร่วมกันว่าจะให้เป็นชุมชนปลอดโรคในปี 2559 และเพิ่งจะได้การเชิดชูให้เป็นชุมชนตัวอย่างที่มีการจัดการตัวเองอย่างเป็นระบบระเบียบ
ความสำเร็จนี้ ท่านพระครูอุดมโพธิกิจเล่าให้ฟังสั้นๆ ว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้นั้นก็เพราะทุกภาคส่วน ทั้งคน หน่วยงาน ผู้นำชุมชน บ้าน วัด สถานพยาบาล และโรงเรียน คือฟันเฟืองสำคัญที่มาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เพื่อให้สังคมนี้น่าอยู่ คนมีความสุข อยู่ในสังคมที่ปลอดภัย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อย่างไรเสีย พ่อใหญ่วิเชียร อุษาวงศ์ ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคารพนับถือของชาวบ้านเปือย บอกเล่าเป็นภาษาอีสานว่า เดิมทีทุนทางสังคมของคนเปือย หรือคิดแบบเหมารวม คือทุนทางสังคมของคนภาคอีสานจะมีประเพณีปฏิบัติที่ยึดถือกันมาช้านาน เรียกสั้นๆ ว่า “ฮีต 12 คอง 14” ซึ่งเปรียบเสมือนกับธรรมนูญสุขภาพที่เกิดขึ้นมาในภายหลัง แต่การก่อรูปร่างของคนที่นี่เริ่มต้นจากชาวบ้านรวมตัวเป็นกลุ่มสัจจะ ออมเงินกองกลางเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก่อนจะมีการหารือกัน มีประชาพิจารณ์ เพื่อกำหนดทิศทางการอยู่ร่วมกันของคนในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้
สิ่งสำคัญคือนักการเมืองท้องถิ่นอย่างนายก อบต.เปือย ทั้งคนปัจจุบันและอดีตนายกฯ ที่ร่วมไม้ร่วมมือต่อยอดแนวคิดดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยไม่แยกว่านโยบายนี้ใครจะเป็นคนเริ่ม ใครจะสนหากใครจะได้หน้า เมื่อเป้าหมายสุดท้ายคือประชาชนซึ่งล้วนแต่เป็นพี่เป็นน้องกันทั้งหมด
ฝนเริ่มลงเม็ดบางๆ แต่ชาวบ้านและผู้นำชุมชนเปือยยังคงบอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จของชุมชนให้ฟังกันโดยที่ไม่มีใครลุกจากเก้าอี้ไปไหน โดย น.ส.ยอดนารี บุญเรือง สมาชิกของหมู่บ้านเปือย กล่าวว่า ข้อตกลงของชุมชนมาจากข้อตกลงเดิม เพียงแต่ธรรมนูญสุขภาพจะเป็นตัวที่เข้ามาช่วยเสริมให้การจัดการปัญหาของคนชุมชนเป็นระเบียบ และเชื่อมร้อยองค์กรและวิถีชีวิตในชุมชนให้ใส่ใจกันมากขึ้น เป้าหมายคือการที่คนในชุมชนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งเราแทบไม่ได้ทำอะไร เพราะมันเป็นวิถีของชุมชนเราอยู่แล้ว เมื่อพี่น้องมีความฮักแพง ปรองดองกัน ทุกอย่างก็จะทำได้ดี
“พวกเราต่างมีความฝันอยากเห็นคนเปือยฮักแพงกัน ลูกหลานไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด มีข้าวกิน มีปลากิน ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่เราต่างมีความฝันเหมือนกัน แต่ที่ผ่านมาเราไม่เคยมาคุยกัน มาเล่าความฝันสู่กันฟัง พอได้ยินอย่างนี้แล้วเลยตั้งข้อสงสัยว่าทำไมเราถึงมีความฝันเหมือนๆ กัน แสดงว่าที่นี่มีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือ การได้คุยกันก็นำไปสู่การปฏิบัติที่มีท่านพระครูเป็นแกนนำ เริ่มต้นด้วยการลด ละ เลิกอบายมุขในพื้นที่ก่อน” น.ส.ยอดนารีกล่าว
ผลสำเร็จที่ได้นอกจากธรรมนูญสุขภาพฉบับเปือยรุ่งโรจน์ที่จัดพิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่มให้ชาวบ้านนำกลับไปศึกษาแนวทางปฏิบัติเพื่อความเข้าใจกันอย่างถ่องแท้แล้วนั้น สิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนคือลักษณะการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป นำไปสู่สุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น โดยนายสมบัติ ไกยสิทธิ์ ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเปือย บอกว่า ในพื้นที่ ต.เปือย มีปัญหาโรคเรื้อรัง หรือที่ปัจจุบันใช้ชื่อเรียกเก๋ๆ ว่า NCD โดยเฉพาะโรคเบาหวาน มาเป็นอันดับหนึ่งของที่นี่ ซึ่งจากการที่ได้ให้อาสาสมัครสาธารณสุขลงไปคัดกรองด้วยการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ก่อนส่งต่อไปยังคลินิกพิเศษสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานหรือกลุ่มเสี่ยง เพื่อนำกลับมาเข้าคอร์สปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อยับยั้งการเกิดโรคเบาหวานในอนาคต ซึ่งก็พบว่าได้ผลดี และนี่คือตัวอย่างของคนในพื้นที่เราที่ใส่ใจ เป็นห่วงเป็นใยกันและกัน
อีกส่วนหนึ่งที่พบว่าประสบความสำเร็จคือ การปรับแนวคิดเรื่องอันตรายจากสารเคมี ด้วยการยกปัญหาเรื่องไข้เลือดออก ที่เหตุผลทางด้านสาธารณสุขจะรู้ดีว่าทรายอะเบทมีส่วนช่วยในการลดปริมาณลูกน้ำยุงลายได้เป็นอย่างดี แต่ที่นี่จะเริ่มปลูกฝังให้เห็นว่าทรายอะเบทคือสารเคมีอีกประเภทหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องใช้ เพียงแค่ทุกคนเอาใส่ดูแลบ้านของตัวเอง ดูแลชุมชนอย่าให้มีแหล่งน้ำขัง และทำเป็นข้อตกลงร่วมกันเสียเลย ว่าหากบ้านไหนมีลูกน้ำยุงลายจะต้องถูกปรับ 20 บาท เพื่อนำเงินเข้ากองทุนพัฒนาหมู่บ้านต่อไป หากบ้านของผู้นำละเลยปล่อยให้มีลูกน้ำยุงลายจะถูกปรับ 2 เท่ากันเลยทีเดียว ซึ่งจากการปลูกฝังเรื่องนี้ก็นำไปสู่การตระหนักรู้ถึงอันตรายจากสารเคมีมากขึ้น ทำให้ทุกวันนี้การทำการเกษตรของชาวบ้านจะลดการใช้สารเคมีลงมากที่สุด ซึ่งบางบ้านทำได้ดีโดยไม่ต้องใช้สารเคมีเลยด้วยซ้ำไป
การใช้ชีวิตตามวิถีชาวบ้านและสร้างธรรมนูญสุขภาพที่เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อมาสรุปหมวดหมู่ให้ทุกคนที่นี่ได้ปฏิบัติตามเพื่อความเป็นระบบระเบียบมากขึ้น ให้การทำกิจกรรมต่างๆ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ชาวบ้านที่นี่ฝันถึงร่วมกัน คือการมีสุขภาพดี ปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ ลูกหลานอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน.

Advertisements

เกี่ยวกับ สช.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2832-9000 โทรสาร 0-2832-9001-2 www.nationalhealth.or.th
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ธรรมนูญสุขภาพ และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร